
‘ชินธรรมมิตร์’เปิดตัวบลน.ตั้งเป้าไพรเวทเว็ลธ์รายย่อย
ทายาทรุ่น 3 “ชินธรรมมิตร์” เปิดตัว บลน.เมจิก เว็ลธ์ ตั้งเป้าเป็นไพรเวท เว็ลธ์ให้รายย่อย
ทายาทรุ่น 3 “ชินธรรมมิตร์” เปิดตัว บลน.เมจิก เว็ลธ์ ตั้งเป้าเป็นไพรเวท เว็ลธ์ให้รายย่อย
นายสมเกียรติ ชินธรรมมิตร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน (บลน.) เว็ลธ์ เมจิก เปิดเผยว่า บริษัทได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลังและสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้เป็น บลน. รายแรกของประเทศไทย ซึ่งดำเนินธุรกิจเป็นนายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน หรือมีลักษณะเป็นตัวแทนรับส่งคำสั่งซื้อขาย (Selling Agent) โดยปัจจุบันมีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) จำนวน 78 แห่ง ซึ่งนำกองทุนมาขายผ่านช่องทางระบบออนไลน์ของบริษัท
ทั้งนี้ บริษัทเริ่มเปิดให้บริการเป็นวันแรกในวันที่ 21 ต.ค. 2557 โดยนักลงทุนที่มาเปิดบัญชีจะไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
สำหรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของบริษัท คือ กลุ่มบุคคลทั่วไปอายุระหว่าง 2564 ปี ที่ไม่จำเป็นต้องมีรายได้สูงเช่นเดียวกลุ่มลูกค้าของไพรเวทแบงก์ แต่มีความสนใจด้านการลงทุนและสามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้เป็นอย่างดีและในอนาคตคาดว่า บลจ.เกือบทุกแห่งน่าจะนำกองทุนมาขายผ่านช่องทางระบบออนไลน์ของบริษัท ยกเว้น บลจ.บางแห่ง
“ธุรกิจ บลน.ของเรา คือ ไพรเวทเว็ลธ์ออนไลน์เต็มรูปแบบสำหรับคนทั่วไป ไม่เน้นคนรวยและไม่ใช่ฟันด์ซูเปอร์มาร์ทที่เน้นแค่เครื่องมือซื้อขายกองทุนอย่างเดียว แต่ของเรามีเครื่องมือช่วยวางแผนการเงินแนะนำการจัดพอร์ตสินทรัพย์ลงทุนมีข้อมูลของกองทุนต่างๆ ให้ หลังจากนั้นจึงจะบอกกว่าจะซื้อกองทุนอะไร มีผลงานของกองทุนโชว์ให้เห็น” นายสมเกียรติ กล่าว
ปัจจุบันมีจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ของบริษัทประมาณ 15 ล้านคน ซึ่งมีผู้เข้าผู้สมัครเป็นสมาชิกแล้วประมาณ 2.3 หมื่นราย โดยตั้งเป้าจำนวนลูกค้าที่จะมาเปิดบัญชีภายในปี 2557 ประมาณ 200-300 บัญชี โดยมีมูลค่ากองทุนผ่านบริษัทประมาณ 1,000 ล้านบาท นอกจากนี้ตั้งเป้าภายใน 3 ปีจำนวนบัญชีเพิ่มเพิ่มเป็น 3 หมื่นบัญชี มูลค่ากองทุนประมาณ 1 หมื่นล้านบาท
สำหรับนายสมเกียรติเป็นทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลชินธรรมมิตร์ ตระกูลที่มีธุรกิจน้ำตาลในนาม บริษัท น้ำตาลขอนแก่น ผงชูรส และอสังหาริมทรัพย์ ที่ออกมาดำเนินธุรกิจของตัวเอง
บลน.เว็ลธ์ เมจิก เป็นบริษัทลูกของ บริษัท เว็ลธ์แมเนจเม้นท์ ซิสเท็ม ซึ่งดำเนินธุรกิจหลักในการให้คำปรึกษา พัฒนา และติดตั้งระบบงานด้านการบริหารการเงินและการลงทุนให้กับสถาบันการเงินและกองทุนจำนวน 29 แห่ง มูลค่ารวม 2.53 ล้านล้านบาท







