
เงินจ่อไปนอกหนีภาษีมรดก
ธปท.รับภาษีมรดกทำให้เงินไหลออกเพิ่ม เผยเศรษฐีเริ่มคุยแบงก์ นักกฎหมายหาช่องเอาเงินออกนอก ยันทุนสำรองปั๋งไม่กระทบค่าบาท
ธปท.รับภาษีมรดกทำให้เงินไหลออกเพิ่ม เผยเศรษฐีเริ่มคุยแบงก์ นักกฎหมายหาช่องเอาเงินออกนอก ยันทุนสำรองปั๋งไม่กระทบค่าบาท
นางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ธปท.ได้ข้อสรุปในการจัดทำแผนเงินทุนเคลื่อนย้ายระยะที่ 2 ที่จะผ่อนคลายเงินทุนให้ไหลออกได้เพิ่มเติมแล้ว และเสนอนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท.พิจารณาแล้ว นอกจากนี้ยังได้หารือกับกระทรวงการคลังในส่วนที่เกี่ยวข้องคาดว่าไม่มีปัญหาอะไร เหลือเพียงการนำเสนอแผนต่อ รมว.คลัง เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า ในช่วงนี้มีปัจจัยหลายเรื่องที่อาจจะมากระทบเงินทุนเคลื่อนย้ายไหลออก เช่น นโยบายรัฐบาลในการจัดเก็บภาษีมรดกสำหรับทรัพย์สินที่มีมูลค่า 50 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าจะทำให้เงินไหลออกเพิ่มขึ้น เนื่องจากได้รับทราบว่าเริ่มมีคนเข้าไปคุยกับธนาคารพาณิชย์และนักกฎหมายบ้างแล้วว่าจะนำเงินออกไปลงทุนในต่างประเทศได้อย่างไร
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเรื่องแนวโน้มเศรษฐกิจโลกปรับตัวดีขึ้น ทำให้คนไทยอยากออกไปลงทุนในต่างประเทศเพิ่มขึ้นเพื่อหาผลตอบแทนที่ดีขึ้นในต่างประเทศ
"แต่เห็นภาพแบบนี้แล้วไม่ใช่ว่า ธปท.จะถอย ไม่ผ่อนคลายเงินทุนไหลออกก็คงไม่ใช่ เพราะจากการติดตามและประเมินเบื้องต้น ภาวะเงินไหลออกยังไม่น่าห่วงว่าจะรุนแรงถึงขึ้นกระทบต่อค่าเงินบาท หรือเสถียรภาพเศรษฐกิจไทย เพราะไทยมีทุนสำรองระหว่างประเทศในระดับเพียงพอที่จะรองรับการไหลออกได้พอสมควร" นางผ่องเพ็ญ กล่าว
สำหรับการผ่อนคลายของ ธปท. ในระยะที่ 2 ดำเนินการในหลายด้าน อาทิการเปิดให้นักลงทุนบุคคลธรรมดาออกไปลงทุนโดยตรงได้ โดยไม่ต้องผ่านคนกลางอย่างบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) และบริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) หรือการผ่อนคลายเพิ่มเติมในส่วนการอนุญาตให้นิติบุคคลที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (นันแบงก์)สามารถขอจดทะเบียนเป็นผู้รับแลกเปลี่ยนเงิน (Money Changer) ได้ เพื่อเพิ่มจำนวนผู้เล่นหรือผู้ประกอบการในตลาด เพิ่มความสะดวกในการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ โดยเฉพาะบริเวณชายแดน เพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุนที่ขยายตัวมากขึ้น รวมถึงผ่อนคลายเพิ่มเติมในบริการรับโอนเงินตราต่างประเทศ (Money Transfer Agent) ด้วย
ทั้งนี้ การผ่อนคลายเงินทุนเคลื่อนย้ายเฟส 2 นี้ ในส่วนของธุรกิจรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและโอนเงินต่างประเทศนั้น ธปท.จะอนุญาตทั้งที่เป็นสถาบันการเงิน หรือนิติบุคคลให้ขอใบอนุญาตได้สะดวกขึ้น โดยจะผ่อนคลายการโอนเงินตราไปยังต่างประเทศให้ลูกค้าที่ต้องการไปลงทุน หรือส่งเงินกลับประเทศจะขยายเพิ่มเติมจากปัจจุบันทำได้ครั้งละไม่เกิน 2 หมื่นเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 6.4 แสนบาทเท่านั้น รวมทั้งขยายความร่วมมือกับพม่า เพื่อทำข้อตกลงแบบทวิภาคีแลกเปลี่ยนเงินตรา เพื่อกู้ยืมเงินตราระหว่างไทยและพม่า ทำให้การค้าขายชายแดนไทยและพม่าสามารถใช้เงินบาทในการชำระค่าสินค้าและบริการได้สะดวกขึ้น เป็นต้น
ทั้งนี้ ธปท.ได้พูดคุยกับภาคธุรกิจรับแลกเปลี่ยนไปแล้ว ส่วนใหญ่ยังขอเวลาปรับตัวรับมือกับการแข่งขันกับบริษัทจากต่างประเทศที่จะมาแย่งลูกค้าในประเทศออกไป รวมทั้งนักลงทุนที่เป็นบุคคลธรรมดาจะได้มีเวลาเตรียมตัวก่อนจะออกไปลงทุนเองในต่างประเทศด้วย







