
แนะบุกภาคกลางจีน
กระตุ้นตั้งนิคมอุตฯดึงขยายการลงทุนดันยานยนต์จักรกลเกษตรโลจิสติกส์
กระตุ้นตั้งนิคมอุตฯดึงขยายการลงทุนดันยานยนต์จักรกลเกษตรโลจิสติกส์
สศอ.ชี้ช่องลงทุนมณฑลดาวรุ่งภาคกลางของจีน ผลักดันความร่วมมือ 3 ระดับ หนุนอุตสาหกรรม
นายสมชาย หาญหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ได้มีการศึกษาการพัฒนาความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมกับประเทศจีนรายมณฑล ในกลุ่มเมืองและมณฑลดาวรุ่งภาคกลาง ได้แก่ เซี่ยงไฮ้ อานฮุย หูเป่ย์ ฉงชิ่ง เสฉวน พบว่ามีศักยภาพที่แตกต่างกัน ได้แก่ มหานครเซี่ยงไฮ้ ถูกวางยุทธศาสตร์เป็นศูนย์กลาง 4 ด้าน คือ ศูนย์กลางเศรษฐกิจ การเงิน การค้า และการคมนาคมขนส่งทางเรือ
ด้านมณฑลอานฮุยมีศักยภาพการพัฒนาอุตสาหกรรมสมัยใหม่ที่อาศัยเทคโนโลยีขั้นสูง มณฑลหูเป่ย์จะเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ขณะที่มหานครฉงชิ่งจะพัฒนาด้านโลจิสติกส์ เพื่อกระจายสินค้าไปยังภาคตะวันตกและเส้นทางระหว่างประเทศ และมณฑลเสฉวนเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมการเกษตรที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและทันสมัย
ทั้งนี้ จากการศึกษาได้เสนอรูปแบบความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและจีน 3 ระดับ ได้แก่ ระดับพื้นฐาน เช่น การจัดตั้งโรงงานตัวอย่างในไทย เพื่อสาธิตการผลิตโดยเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับเอกชนของไทย ติดต่อประสานงานกับผู้บริหารมณฑลต่างๆ ของจีน
ความร่วมมือระดับกลางระหว่างรัฐวิสาหกิจและภาคเอกชน โดยจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมในไทย หรือในมณฑลต่างๆ ของจีน ดึงนักลงทุนไปขยายธุรกิจในต่างประเทศ โดยลงทุนในโครงการร่วม (Joint Venture) ในโครงการอุตสาหกรรมการผลิตและ/หรือบริการ
ขณะที่ความร่วมมือในระดับสูง ควรส่งเสริมให้เกิดการร่วมมือด้านเทคนิค โดยการแลกเปลี่ยนกลุ่มผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ด้านการพัฒนาและวิจัยร่วมกัน โดยผลจากการร่วมมือจะเป็นการจุดประกายและสร้างการตื่นตัวต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตของทั้งสองประเทศ
“ภาคอุตสาหกรรมที่มีความพร้อมในการส่งเสริมความร่วมมือ ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องจักรกลการเกษตร กลุ่มธุรกิจบริการโลจิสติกส์ อิเล็กทรอนิกส์ อาหารและเครื่องดื่ม เคมีและเครื่องสำอาง กลุ่มบริการด้านการออกแบบเพื่อใช้ประโยชน์จากพื้นที่ในเขตเมือง และกลุ่มเฟอร์นิเจอร์ไม้และวัสดุทดแทน” นายสมชาย กล่าว







