
กลยุทธ์ลำโพงไทยดังไกลถึงตลาดเพื่อนบ้าน
สินค้าไทยได้รับความนิยมในประเทศเพื่อนบ้านมาก ไม่เว้นสินค้าในกลุ่มอุปกรณ์กระจายเสียง ลำโพงที่สามารถเข้าไปต่อสู้ในตลาดที่มีการแข่งขันสูงได้
โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ
สินค้าไทยได้รับความนิยมในประเทศเพื่อนบ้านมาก ไม่เว้นสินค้าในกลุ่มอุปกรณ์กระจายเสียง ลำโพงที่สามารถเข้าไปต่อสู้ในตลาดที่มีการแข่งขันสูงได้
วิรัช ตั้งประดิษฐ์ ประธานกรรมการ บริษัท นครสวรรค์ สยามโนวา (1985) ผู้ผลิตสินค้าในกลุ่มลำโพงแบรนด์ “นาโนวา” กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทมีตลาดในประเทศอยู่ 70% ที่เหลืออีก 30% ขายในตลาดกัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม โดยได้เข้าไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าครบทุกประเทศแล้ว
ล่าสุดได้เซ็นสัญญาร่วมกับบริษัท ออง ออง อิเล็กทรอนิกส์ ตัวแทนจำหน่ายสินค้าจากประเทศพม่า ให้เป็นผู้กระจายสินค้าในพื้นที่ตลาดมัณฑะเลย์ จากเดิมที่มีตัวแทนจำหน่ายคุมพื้นที่ย่างกุ้งแล้ว 1 ราย
“ตลาดพม่าบริษัทได้นำสินค้าเข้าไปขายมานานกว่า 10 ปีแล้ว ซึ่งในช่วง 2 ปีหลังมานี้ตลาดเติบโตอย่างมาก และคาดว่าในปี 2559 เมื่อถนนจากแม่สอดเข้าไปยังประเทศพม่าสร้างเสร็จ ยอดการค้าไทยพม่าจะดีขึ้นมากกว่าในปัจจุบัน”
นอกจากนี้ พม่าถือว่าเป็นตลาดใหญ่ มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 10% ต่อปี คาดว่าหลังปี 2558 การเติบโตจะขยายตัวขึ้นเท่าตัวทุกปี เนื่องจากการขนส่งสะดวกขึ้น และคนพม่าเชื่อมั่นในสินค้าไทย ประกอบกับสินค้าในกลุ่มเครื่องกระจายเสียงเป็นสินค้าที่อิงการท่องเที่ยวด้วย หากมีการจัดกิจกรรม อีเวนต์ด้านความบันเทิงมาก สินค้าจะขายดีขึ้น ซึ่งการท่องเที่ยวของพม่าก็เติบโตดี และเศรษฐกิจพม่าก็เติบโตในอัตรา 8%
ทั้งนี้ บริษัทระวังเรื่องคุณภาพสินค้าอย่างมาก มีการให้บริการหลังการขาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า เพราะในตลาดพม่ามีคู่แข่งมาก ทั้งจีน อินเดีย ญี่ปุ่น และแบรนด์อื่นๆ จากต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม สินค้าของบริษัทไม่ได้แข่งขันกับสินค้าจากจีนโดยตรง เพราะราคาถูกสู้ไม่ได้ แต่หากเทียบกับสินค้าจากเกาหลี ญี่ปุ่น สินค้าไทยยังมีราคาถูกกว่า และมีคุณภาพที่ใช้ได้ดี
“สินค้าเริ่มเข้าประเทศเพื่อนบ้านจากการขายอยู่บริเวณตะเข็บชายแดน และเป็นที่รู้จักขยายไปเรื่อยๆ ตัวแทนจำหน่ายที่ตกลงทำธุรกิจร่วมกัน ก็ค้าขายสินค้าร่วมกันมาก่อน ทำให้คู้ค้าไว้วางใจในคุณภาพสินค้า และสนใจที่จะนำสินค้าเข้าไปกระจายในพม่า”
สำหรับอุปสรรคการค้าขายในพม่า ส่วนใหญ่คือเรื่องค่าเงินที่มีความผันผวนสูง และเส้นทางการขนส่งที่ยังไม่สะดวก เพราะยังเป็นการขนส่งแบบวันเว้นวัน ทำให้มีต้นทุนค่าขนส่งสูงและเสียเวลา อีกทั้งยังคงต้องเสียภาษีอากรในอัตรา 5% อยู่ แต่ภาระเหล่านี้เป็นภาระของตัวแทนจำหน่าย เพราะบริษัทจะส่งสินค้าถึงชายแดน หากปัญหานี้ได้รับการแก้ไขก็จะเป็นประโยชน์ทั้งสองฝ่าย
ด้านแผนธุรกิจในอนาคตยังคงรักษาตลาดที่มีอยู่และขยายตลาดให้มากขึ้น รวมถึงพัฒนาคุณภาพสินค้าและการบริการเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในประเทศต่างๆ ส่วนการออกไปลงทุนในต่างประเทศนั้น มองว่าตอนนี้ยังไม่จำเป็น แต่อนาคตอาจหาคู่ค้าที่เหมาะสมเพื่อเข้าไปทำธุรกิจในประเทศเป้าหมาย







