
เงินบาทมีโอกาสผันผวน...ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด
สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวระหว่าง 32.30-32.60 ในสัปดาห์นี้ เรามองว่าเงินบาทมีโอกาสผันผวนมากขึ้น เนื่องจากตลาดยังอยู่ในภาวะกลัวเสี่ยงมากขึ้นจากความกังวลว่าเศรษฐกิจโลกอาจฟื้นตัวได้ช้ากว่าที่คาดไว้ โดยเฉพาะความอ่อนแอของเศรษฐกิจยูโรโซนอาจเป็นตัวฉุดการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลักอื่นๆ ได้
สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวระหว่าง 32.30-32.60 ในสัปดาห์นี้ เรามองว่าเงินบาทมีโอกาสผันผวนมากขึ้น เนื่องจากตลาดยังอยู่ในภาวะกลัวเสี่ยงมากขึ้นจากความกังวลว่าเศรษฐกิจโลกอาจฟื้นตัวได้ช้ากว่าที่คาดไว้ โดยเฉพาะความอ่อนแอของเศรษฐกิจยูโรโซนอาจเป็นตัวฉุดการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลักอื่นๆ ได้
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานเฟดสาขาเซนหลุยส์ได้ออกมากล่าวย้ำกับตลาดว่า เฟดจะพิจารณาการสิ้นสุดโปรแกรม QE ออกไป เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐ ยังขยายตัวได้ในระดับต่ำ ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อทั่วโลกทยอยปรับลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้การคาดการณ์เรื่องการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐชะลอออกไป
ดังนั้น เราจึงมองว่า สัปดาห์นี้การเคลื่อนไหวของเงินบาทน่าจะขับเคลื่อนโดยตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐและจากยูโรโซนเป็นสำคัญ โดยปัจจัยที่สำคัญที่ควรจับตามอง ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อจากประเทศหลัก ทั้งสหรัฐ ยูโรโซน ญี่ปุ่นและจีน นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าดัชนีดังกล่าว จะสะท้อนว่าภาคการผลิตของแต่ประเทศจะขยายตัวได้น้อยกว่าเดือนก่อนหน้า ซึ่งบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจหลักๆ ยังคงชะลอการขยายตัวอยู่
นอกจากนี้ ยังมีการรายงานตัวเลขจีดีพีในไตรมาส 3 ของจีน ซึ่งตลาดคาดว่าจะขยายตัวได้ 7.4% เท่ากับไตรมาส 2 อย่างไรก็ดีหากตัวเลขจีดีพีของจีนออกมาดี ก็น่าจะช่วยหนุนให้เงินสกุลเอเชีย รวมทั้งเงินบาทปรับแข็งค่าขึ้นได้เล็กน้อย
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ 32.43 โดยค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบตลอดสัปดาห์ เนื่องจากไม่มีปัจจัยหลักมาสนับสนุนการเคลื่อนไหวของเงินบาทอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เงินบาทมีการปรับตัวจากปัจจัยนอกประเทศเป็นสำคัญ
อย่างไรก็ดี ในช่วงกลางสัปดาห์ เงินบาทปรับแข็งค่าได้เล็กน้อยจากตัวเลขการส่งออกของจีนที่ออกมาดี ช่วยหนุนให้เงินสกุลเอเชียส่วนใหญ่ปรับแข็งค่าขึ้น ประกอบกับประธานเฟดสาขาชิคาโก ได้ออกมากล่าวถึงความกังวลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังคงเปราะบาง และหากเฟดปรับอัตราดอกเบี้ยเร็วเกินไปอาจทำให้เศรษฐกิจกลับไปหดตัวอีกครั้ง
การกล่าวสุนทรพจน์ดังกล่าวทำให้นักลงทุนมีความกังวลมากขึ้นต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ และปรับการคาดการณ์ถึงช่วงเวลาการปรับอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐออกไป จึงส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์ปรับอ่อนค่าลงมาเมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่นๆ รวมทั้งเงินบาทด้วย อย่างไรก็ดีเงินบาทเคลื่อนไหวมาที่ระดับแข็งค่าเล็กน้อย ก่อนที่จะปิดตลาดที่ระดับ 32.37
เงินยูโรเปิดตลาดที่ 1.2636 และกลับมาทรงตัวได้เล็กน้อยจากสัปดาห์ก่อนหน้า โดยตัวเลขเศรษฐกิจของเยอรมนีที่รายงานออกมาทั้งดัชนีความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ออกมาติดลบเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปี ประกอบกับการปรับลดประมาณการทางเศรษฐกิจจากทางการ จากที่ขยายตัวได้ 1.8% เป็น 1.2% ในปี 2014 ยังสะท้อนว่าเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของยูโรโซนยังคงเปราะบางอยู่มาก และอาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยูโรโซนโดยรวมและเศรษฐกิจโลกได้ ทำให้เงินยูโรร่วงลงบ้างในช่วงกลางสัปดาห์
อย่างไรก็ดี ภายหลังการรายงานดัชนียอดค้าปลีกและดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐ ซึ่งปรับลดลงมากกว่าที่ตลาดคาด และทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดอาจชะลอการปรับอัตราดอกเบี้ยช้าออกไปกว่าช่วงกลางปี 2015 เงินยูโรจึงปรับแข็งค่าขึ้นมายืนเหนือระดับ 1.28 ได้และปิดตลาดที่ 1.2817 ในช่วงท้ายสัปดาห์
เงินเยนปรับอ่อนค่าลงมาเพียงเล็กน้อย โดยเปิดตลาดที่ 107.60 และปรับแข็งค่าขึ้นจนถึงช่วงกลางสัปดาห์ เนื่องจากความกังวลของนักลงทุนว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกยังคงอ่อนแออยู่ ทำให้นักลงทุนอยู่ในภาวะกลัวความเสี่ยงมากขึ้น และส่งให้มีความต้องการถือสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างเงินเยนเพิ่มมากขึ้นด้วย
นอกจากนี้ ในช่วงที่ผ่านมาเงินดอลลาร์ปรับแข็งค่าขึ้นไปมากเมื่อเทียบกับเงินเยน ทำให้ในช่วงนี้เงินดอลลาร์จึงชะลอการแข็งค่าลงไปบ้าง อย่างไรก็ตามในช่วงปลายสัปดาห์การรายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐ ปรับลดลงมามากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ อีกทั้งดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมยังขยายตัวได้ในเดือน ก.ย. ทำให้เงินเยนปรับอ่อนค่าลงมาเล็กน้อยและปิดตลาดที่ 106.50
สำหรับหุ้นกู้ตลาดแรกในสัปดาห์ที่ผ่านมา หุ้นกู้กลุ่มเงินทุนและหลักทรัพย์ อันดับเครดิต BBB+ ออกเสนอขายหุ้นกู้ให้กับผู้ลงทุนทั่วไป อายุ 3 ปี 8 เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่ ปีที่ 1ปีที่ 3 เท่ากับ 4.25% และระยะเวลาที่เหลือ 9 เดือน 23 วัน เท่ากับ 4.50% (อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยเท่ากับ 4.30%) จำนวน 4,000 ล้านบาท
ส่วนหุ้นกู้ตลาดรองมีปริมาณการซื้อขายที่เบาบางในช่วงต้นสัปดาห์ แต่ช่วงปลายสัปดาห์ตลาดกลับมีปริมาณการซื้อขายสูงขึ้นมาก และอัตราผลตอบแทนของหุ้นกู้ตลาดรองก็ปรับลดลงอย่างรวดเร็ว ตามอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาล โดยหุ้นกู้ที่อันดับความน่าเชื่อถือ AAA ช่วงอายุประมาณ 3 ปี มีการซื้อขายกันอยู่ที่อัตราผลตอบแทนต่ำกว่า 3% ในช่วงปลายสัปดาห์ โดยมีส่วนต่างจากพันธบัตรรัฐบาลเพียง 5257 bps เท่านั้น







