
6คลิปทำนายโลกอนาคตของ'ไมโครซอฟท์'
รวม 6 คลิปของ'ไมโครซอฟท์'ที่เคยทำนายเกี่ยวกับนวัตกรรมเทคโนโลยีในโลกอนาคตอันใกล้
รวม 6 คลิปของ'ไมโครซอฟท์'ที่เคยทำนายเกี่ยวกับนวัตกรรมเทคโนโลยีในโลกอนาคตอันใกล้
คงปฏิเสธไม่ได้ว่ามนุษย์กำลังอยู่ในยุคที่มีการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว หากใครไม่เชื่อก็ลองคิดย้อนกลับเมื่อ 10 ปีที่แล้ว มือถือแทบทุกเครื่องนั้นยังคงมีแป้นกดหมายเลข 0-9 (รวมถึงปุ่ม #, *, รับสาย และโทรศัพท์ออก) และมีรูปโฉมตั้งแต่แบบฝาพับ แบบเลื่อนขึ้น-ลง ไปจนถึงแบบหมุนเครื่องได้ ยิ่งเรื่องถ่ายรูปเซลฟี่นี่ไม่ต้องพูดถึง เครื่องไหนมีฟีเจอร์ถ่ายรูปได้ก็ถือว่าหรูในระดับหนึ่งแล้ว
ยังไม่พูดถึงความเร็วอินเทอร์เน็ตที่ช้าแสนช้า การแชทที่ทำได้ผ่านเพียงคอมพิวเตอร์เท่านั้น ก็พิสูจน์ให้เห็นได้แล้วว่าระยะเวลาเพียง 10 ปี ชีวิตประจำวันของเราเปลี่ยนไปมากแค่ไหน จึงเป็นที่น่าสงสัยว่าแล้วอนาคตเพียงอีกไปกี่ปีข้างหน้า โลกเราจะผันเปลี่ยนไปยังทิศทางใดต่อ?
ทางบริษัทไอทียักษ์ใหญ่อย่าง 'ไมโครซอฟท์' ก็ตั้งคำถามเช่นเดียวกัน จึงริเริ่มโครงการจัดทำคลิปวีดีโอทำนายเทคโนโลยีที่จะปรากฏในชีวิตประจำวันของเราในอนาคต โดยจัดทำมาโดยตลอดตั้งแต่ปีค.ศ. 2004 จนถึงปัจจุบัน มาดูกันดีกว่าว่าบริษัทอันเป็นหนึ่งในจ้าวแห่งวงการไอทีนั้นมีภาพเกี่ยวกับเทคโนโลยีในอนาคตอย่างไรบ้าง
'Retail Future Vision' คลิปวีดีโอแรกเผยให้เห็นภาพเทคโนโลยีในร้านจัดจำหน่ายสินค้าปลีกที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต โดยคลิปนี้จัดทำขึ้นเมื่อค.ศ.2004
'Banking Future Vision' คลิปวีดีโอที่สองเป็นการทำนายเกี่ยวกับเทคโนโลยีในการทำธุรกรรมทางการเงิน จัดทำขึ้นเมื่อปีค.ศ. 2005
'Manufacturing Future Vision' คลิปวีดีโอที่สามแสดงภาพเทคโนโลยีของอนาคตในวงการอุตสาหกรรมการผลิต จัดทำขึ้นเมื่อปีค.ศ. 2006
'Health Future Vision' คลิปวีดีโอที่สี่แสดงภาพเทคโนโลยีในอนาคตที่คาดว่าจะถูกนำมาใช้ในวงการแพทย์ จัดทำขึ้นเมื่อปีค.ศ.2007
'Productivity Future Vision (2009)' คลิปวีดีโอที่ห้าแสดงภาพเทคโนโลยีที่คาดว่าจะปรากฏในชีวิตประจำวันของเราในอนาคต จัดทำขึ้นเมื่อค.ศ.2009
'Productivity Future Vision (2011)' คลิปวีดีโอสุดท้ายแสดงเทคโนโลยีในชีวิตประจำวันเช่นเดียวกับคลิปที่ห้า เพียงแต่จัดทำขึ้นในปีค.ศ.2011
อย่างไรก็ตามคลิปวีดีโอทั้งหมดเป็นเพียงแค่แนวคิดเท่านั้น อนาคตจะเป็นอย่างไรนั้นคงมีเพียงเราเท่านั้นที่ต้องอยู่เพื่อรอพิสูจน์ให้เห็นกับตา
ที่มา : youtube, microsoft, officevideos







