
อุตฯโทรคม2.24แสนล.โต2%
เอไอเอสย้ำผู้นำโครงข่ายเร่งขยายทุกพื้นที่ทุ่ม4,600ล้านเปิดศึกฟิกซ์บรอดแบนด์
เอไอเอสย้ำผู้นำโครงข่ายเร่งขยายทุกพื้นที่ทุ่ม4,600ล้านเปิดศึกฟิกซ์บรอดแบนด์
เอไอเอส เผยตลาดรวมโทรคมนาคม 2.24 แสนล้านบาท โต 12% เร่งลงทุนฟิกซ์บรอดแบนด์
นายสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมโทรคมนาคมของปี 2557 นี้ คาดว่าจะมีมูลค่ากว่า 2.24 แสนล้านบาท ซึ่งแม้จะเติบโตเพียง 12% แต่ถือว่าเป็นแนวโน้มที่ดี เพราะที่ผ่านมาสถานการณ์บ้านเมืองมีผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเชื่อว่าหลังจากนี้จะเริ่มกลับสู่ภาวะปกติ
ทั้งนี้ เอไอเอสมีแผนการลงทุนอีกกว่า 4,600 ล้านบาทในการทำฟิกซ์บรอดแบนด์เพื่อตอบโจทย์การใช้งานสัญญาณอินเทอร์เน็ตเป็น Next Infrastructure ของเอไอเอส โดยเริ่มจากกรุงเทพฯ ก่อน เพื่อมาเสริมความแข็งแกร่งของการเป็นผู้ให้บริการมือถือที่มีโครงข่ายครอบคลุมมากที่สุด ซึ่งฐานผู้ให้บริการเดิมที่มี 3 ราย คือ ทรู 3บีบี และทีโอที จึงมั่นใจว่าสามารถเข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดได้
สำหรับตลาดฟิกซ์บรอดแบนด์ปีนี้มีมูลค่ากว่า 5.4 หมื่นล้านบาท โตขึ้น 9% ปัจจุบันมีลูกค้าใช้งาน 5 ล้านราย คิดเป็นสัดส่วน 27% ของครัวเรือนในประเทศไทย โดยเอไอเอสตั้งเป้าลูกค้ากลุ่มนี้เพิ่มขึ้นอีก 2 ล้านรายใน 5 ปี
“ช่วงนี้ถือว่าเป็นจังหวะในการลงทุนที่เหมาะสม เพราะเอไอเอสลงทุนตามความต้องการใช้งานของผู้บริโภค เพื่อรองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตของลูกค้าทุกกลุ่มและเทคโนโลยีใหม่ คือ Fttx (Fiber to the X) จะเข้ามาทดแทนเทคโนโลยี ADSL แบบเดิมเพื่อเพิ่มความเร็วในการดาวน์โหลดและอัพโหลดในราคาที่ถูกลงจากหลักหมื่นเหลือหลักพันบาท ทำให้ลูกค้าครัวเรือนเข้าถึงได้” นายสมชัย กล่าว
"ดังนั้นปีนี้เอไอเอสจะทดลองทำตลาด หาพนักงานที่สามารถเรียนรู้การทำงาน เพื่อรักษาคุณภาพการให้บริการและข้อมูลแก่ลูกค้าในกรุงเทพก่อนขยายไปเป็นทั่วประเทศในปีหน้า" นายสมชัย กล่าว
ขณะที่จำนวนการใช้เลขหมายปัจจุบันอยู่ที่ 95 ล้านเลขหมายจากจำนวนประชากร 67-68 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วน 145% ของประชากรทั้งหมด โดยมีสัดส่วนการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือเป็นสัดส่วน 38% และมีจำนวนสมาร์ทโฟนทั้งหมด 33 ล้านเครื่อง แต่ยังมีผู้ใช้งานอีก 50% ที่ใช้งาน 2จี อยู่ ถือว่าเป็นการผลักดันให้โอเปอเรเตอร์ต้องเร่งเปลี่ยนกลุ่มลูกค้านี้ให้หันมาใช้งานเครื่องสัญญาณ 3จี ให้มากขึ้น จึงคาดว่าตลาดรวมโทรคมนาคมจะขยายตัวได้อีกมาก
“ตลาดสมาร์ทโฟนราคาถูกกำลังจะเป็นฐานลูกค้าขนาดใหญ่ในอนาคต มีการคาดการณ์ว่าจะมีการขายเครื่องมือถืออยู่ที่ 26 ล้านเครื่อง โตขึ้น 10% จากปีที่ผ่านมาเป็นมูลค่า 1.15 แสนล้านบาท จึงเป็นโอกาสของโอเปอเรเตอร์ทั้งสามค่ายที่จะขยายฐานลูกค้าใช้งาน” นายสมชัย กล่าว
ขณะเดียวกัน เอไอเอสก็ให้ความสำคัญกับการทำตลาดเครื่องราคาถูกเช่นกัน โดยหลังวางจำหน่ายสมาร์ทโฟนรุ่นลาวา เอไอเอส ซูเปอร์คอมโบ กลุ่มราคาไม่เกิน 1,500 บาท พบว่า 6 เดือนที่ผ่านมา ทำยอดขายได้ถึงมากกว่า 1 ล้านเครื่อง เพราะความสามารถในการซื้อสมาร์ทโฟนของประชาชนยังไม่สูงนัก การมีสมาร์ทโฟนราคาถูกรองรับการใช้งาน 3จี เป็นช่วยให้ลูกค้าเรียนรู้การใช้งาน
นอกจากนี้ ยังได้ลงทุนอย่างต่อเนื่องในระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา มูลค่ากว่า 8 หมื่นล้านบาท เพื่อให้ครอบคลุม 97% ของประชากร โดยมั่นใจว่าเอไอเอสยังมีโครงข่ายที่ดีกว่าคู่แข่งในทุกพื้นที่แต่ยอมรับว่ายังมีบางพื้นที่คู่แข่งมีสัญญาณ 4จี จึงอาจจะมีความเร็วที่ดีกว่าแต่ยืนยันว่าเสถียรภาพของเอไอเอสดีกว่าแน่นอน
ทั้งนี้ เอไอเอสได้ตั้งเป้าลูกค้ากลุ่มนี้เพิ่มขึ้นอีก 2 ล้านรายใน 5 ปี ช่วงเวลานี้ถือว่าเป็นจังหวะในการลงทุนที่เหมาะสมแล้ว เพราะเอไอเอสลงทุนตามความต้องการใช้งานของผู้บริโภค เพื่อรองรับการใช้งานอินเตอร์เน็ตของลูกค้าทุกกลุ่มและเทคโนโลยีใหม่คือ Fttx (Fiber to the X) จะเข้ามาทดแทนเทคโนโลยี ADSL แบบเดิมเพื่อเพิ่มความเร็วในการดาวน์โหลดและอัพโหลดในราคาที่ถูกลงจากหลักหมื่นเหลือหลักพันบาท ทำให้ลูกค้าครัวเรือนสามารถเข้าถึงได้
"ดังนั้นปีนี้เอไอเอสจะทดลองทำตลาด หาพนักงานที่สามารถเรียนรู้การทำงาน เพื่อรักษาคุณภาพการให้บริการและข้อมูลแก่ลูกค้าในกรุงเทพก่อนขยายไปเป็นทั่วประเทศในปีหน้า" นายสมชัย กล่าว







