
สนบุกเวียดนาม
ตัวแทนจากสมาคมธุรกิจญี่ปุ่นในเวียดนาม (เจพีเอวี) เปิดเผยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีญี่ปุ่นประมาณ 50% ที่กำลังพิจารณาขยายการลงทุนในต่างประเทศต้องการลงทุนประเทศเวียดนาม พร้อมให้ข้อมูลว่ามีนักลงทุนชาวญี่ปุ่นประมาณ 2,400 คน ได้เข้ามาติดต่อองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น สำนักงานเวียดนามในช่วงเดือน เม.ย. 2554ม.ค. 2555 เพื่อหาโอกาสการลงทุนในเวียดนาม และปัจจุบันเวียดนามถือเป็นเป้าหมายสำคัญของธุรกิจญี่ปุ่นที่ต้องการโยกฐานการผลิตออกจากจีนไปยังประเทศอื่น
ตัวแทนจากสมาคมธุรกิจญี่ปุ่นในเวียดนาม (เจพีเอวี) เปิดเผยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีญี่ปุ่นประมาณ 50% ที่กำลังพิจารณาขยายการลงทุนในต่างประเทศต้องการลงทุนประเทศเวียดนาม พร้อมให้ข้อมูลว่ามีนักลงทุนชาวญี่ปุ่นประมาณ 2,400 คน ได้เข้ามาติดต่อองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น สำนักงานเวียดนามในช่วงเดือน เม.ย. 2554ม.ค. 2555 เพื่อหาโอกาสการลงทุนในเวียดนาม และปัจจุบันเวียดนามถือเป็นเป้าหมายสำคัญของธุรกิจญี่ปุ่นที่ต้องการโยกฐานการผลิตออกจากจีนไปยังประเทศอื่น
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เวียดนามยังไม่สามารถดึงดูดการลงทุนจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีญี่ปุ่นได้มากนัก เนื่องจากขาดมาตรการเฉพาะเพื่อดึงดูดธุรกิจกลุ่มนี้ ขณะเดียวกันยังมีจุดอ่อนด้านอื่นๆ เช่น ระบบราชการที่ซับซ้อน กฎระเบียบศุลกากรและภาษีที่ขัดแย้งกัน เป็นต้น
นอกจากนี้ นักลงทุนญี่ปุ่นยังระบุว่า โครงสร้างพื้นฐานและบริการต่างๆ ในเวียดนามยังไม่เหมาะสมสำหรับการดำเนินธุรกิจและยังขาดหน่วยงานราชการที่จะเป็นตัวกลางคอยประสานธุรกิจของสองประเทศเข้าด้วยกัน
เคเอฟซีเปิดสาขาพม่าปีหน้า
ยัม แบรนด์ส จับมือโยม่า สแตรติจิก โฮลดิ้ง เตรียมเปิดร้านไก่ทอดแบรนด์ดังเคเอฟซีในพม่าสาขาแรกในปีหน้า โดยยัมระบุว่าการเปิดสาขาครั้งนี้เป็นไปตามยุทธศาสตร์การขยายธุรกิจในตลาดเกิดใหม่ ขณะที่ผู้บริหารของโยม่า กล่าวว่า การนำเคเอฟซีเข้ามาเจาะตลาดพม่าถือเป็นก้าวสำคัญที่จะบรรลุเป้าหมายของโยม่าในการเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาดอาหารและเครื่องดื่มในพม่า
ทั้งนี้ เคเอฟซีเป็นหนึ่งในแบรนด์ของเครือยัมที่ขยายธุรกิจเร็วที่สุด และเมื่อเดือน ก.ค.ปีนี้ เคเอฟซีเพิ่งเปิดสาขาแรกในประเทศโบลิเวีย บริษัทยัมระบุว่า บริษัทมีแผนลงทุนร่วมกับพันธมิตรแฟรนไชส์ในตลาดเกิดใหม่ โดยใช้เงินลงทุนประมาณ 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และตั้งเป้าว่าจะมีสาขาในตลาดเหล่านี้มากกว่า 2 หมื่นสาขา ภายในปี 2563 จากปัจจุบัน เคเอฟซีมี 1.4 หมื่นสาขา ในประเทศตลาดเกิดใหม่ ซึ่งรวมถึงจีนและอินเดีย
อินโดนีเซียอัดงบสร้าง 165 สนามบิน
รัฐบาลอินโดนีเซียจัดสรรงบประมาณ 6.2 ล้านล้านรูเปียห์ หรือประมาณ 507.36 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อก่อสร้างสนามบิน 165 แห่งทั่วประเทศในปีหน้า ซึ่ง 60% ของงบประมาณดังกล่าวจะใช้เพื่อการก่อสร้างสนามบินในภาคตะวันออกของประเทศ ส่วนที่เหลือจะใช้สำหรับสนามบินในพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ ซึ่งเคยประสบภัยพิบัติ
ขณะเดียวกัน รัฐบาลอินโดนีเซียเล็งกำหนดโควตาส่งออกดีบุกในปีหน้าหวังดันให้ราคาปรับขึ้น โดยกระทรวงการค้าจะออกใบอนุญาตส่งออกสำหรับเจ้าของเหมือง เพื่อให้การส่งออกดีบุกสอดคล้องกับโควตาที่ได้รับ
ปัจจุบันอินโดนีเซียป้อนดีบุกให้ตลาดโลกประมาณ 7080% ของปริมาณการใช้ทั้งหมด โดยในปีที่ผ่านมาอินโดนีเซียส่งออกดีบุกประมาณ 9 หมื่นตัน







