
สมุนไพรไทยบุกตลาดโลก
ชี้แนวโน้มปี’58โต10%ยอด3แสนล้านเผย5ชนิดต่างประเทศต้องการสูง
ชี้แนวโน้มปี’58โต10%ยอด3แสนล้านเผย5ชนิดต่างประเทศต้องการสูง
สมุนไพรสินค้าแห่งอนาคต ต่างชาติต้องการสูง คาดส่งออกปี 57 โต3% เผย5 สมุนไพรไทยดาวเด่นในระดับโลก
สมุนไพรไทยแนวโน้มรุ่งปี 2558 คาดส่งออกทะลุ 3 แสนล้านบาท เผย 5 ชนิดฮิตระดับโลก
นายนาคาญ์ ทวิชาวัฒน์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมสมุนไพรไทย และประธานสมาพันธ์สุขภาพและความงาม เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดส่งออกสมุนไพรในปี 2558 คาดว่าจะเติบโตเกิน 10% เพราะเศรษฐกิจโลกกลับมาฟื้นตัว ปัจจุบันตลาดส่งออกหลัก ได้แก่ ญี่ปุ่น สหรัฐ และยุโรป รวมทั้งได้รับผลดีจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)
สำหรับภาพรวมการส่งออกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบการสมุนไพรไทย หรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสมุนไพรไทยในปีนี้ คาดว่าจะเติบโตประมาณ 3% หรือมีมูลค่า 2.53 แสนล้านบาท ถือเป็นอัตราการตลาดเติบโตต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจโลกจะไม่ค่อยดีนัก แต่ความต้องการใช้สมุนไพรในตลาดโลกอยู่ในระดับสูง
ทั้งนี้ สมาคมได้ร่วมมือกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. สำรวจสมุนไพรไทยในตลาดโลก พบว่ามีสมุนไพรไทย 5 ชนิด ที่ตลาดโลกมีความต้องการสูงและมีโอกาสเติบโตได้มากในอนาคต ได้แก่ กระชายดำ ไพล ขมิ้นชัน กวาวเครือขาว และบัวบก ที่สามารถพัฒนาเป็นสินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม หรืออาหารเสริมได้หลากหลายกลุ่ม
นอกจากนี้ ผลการสำรวจในตลาดโลกยังพบว่าสมุนไพรไทยนำมาพัฒนาเป็นสินค้าใน 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ สินค้าเพื่อลดน้ำหนัก สินค้าบำรุงผิว กลุ่มสินค้าลดเลือนริ้วรอย (แอนตี้ เอจจิ้ง) และดีทอกซ์ สินค้ากลุ่มบำรุงสมอง และสินค้าเพื่อรักษาโรคเฉพาะทาง
นายนาคาญ์ กล่าวว่า สมาคมจะผลักดันให้สมุนไพรไทยเป็นสารตั้งต้นในการผลิตยาให้ได้สัดส่วน 10% จากปัจจุบันมีสัดส่วนในระดับน้อย เพื่อทดแทนสารตั้งต้นผลิตยาที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ปัจจุบัน ตลาดยาสมุนไพรในประเทศมีมูลค่า 1 แสนล้านบาท
“เชื่อมั่นว่าภาคเอกชนไทยสามารถพัฒนาและต่อยอดนำสมุนไพรไทนไปพัฒนาสินค้าได้หลากหลายชนิด” นายนาคาญ์ กล่าว
นายศุภชัย หล่อโลหการ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สนช. กล่าวว่า สนช. ได้ให้การสนับสนุนการพัฒนาเว็บไซต์ “ShareHerb.com” ซึ่งเป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยและการแพทย์ทางเลือก รวมทั้งช่วยสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสมุนไพรให้กับผู้บริโภค โดย สนช. ได้ให้การสนับสนุน บริษัท แชร์เฮิร์บ วงเงิน 1.4 ล้านบาท ในการพัฒนาเครือข่ายออนไลน์ โดยได้รับความร่วมมือจากเครือข่ายนักวิชาการและสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)







