
SCBกำไรโต4.2%
ไตรมาส3โกย13,252ล้านฝืนเศรษฐกิจลงชูกลยุทธ์เจ๋งลดต้นทุนเพิ่มค่าธรรมเนียม
ไตรมาส3โกย13,252ล้านฝืนเศรษฐกิจลงชูกลยุทธ์เจ๋งลดต้นทุนเพิ่มค่าธรรมเนียม
ไทยพาณิชย์โกยกำไร 13,252 ล้านบาท โต 4.2% งัดกลยุทธ์เยี่ยมชนะเศรษฐกิจลงแรง
ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ประกาศผลการดำเนินงานงวดไตรมาส3 ปี 2557 มีกำไรสุทธิ 13,252 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2% จากไตรมาส 3 ปี2556 โดยเป็นการเติบโตติดต่อกันเป็นไตรมาส 10
นายวิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นมาจากการลดลงอย่างชัดเจนด้านต้นทุนเงินฝากเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ทำให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 10.5% จากช่วงเดียวกันของปี 2556 มาอยู่ที่ 20,842 ล้านบาท และรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 8.3% รวมถึงการลดลงของสำรองหนี้สงสัยจะสูญ แม้ว่ารายได้จากเงินปันผลรับน้อยลง
ด้านสินเชื่อขยายตัวเล็กน้อยระดับ 2.7% ต่อปี และคุณภาพของสินทรัพย์โดยรวมทรงตัว แม้ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวลง อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ ณ สิ้นเดือน ก.ย. อยู่ที่ 2.11% ซึ่งเป็นระดับเดียวกับไตรมาส 2 และเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาส 3 ปี 2556 ซึ่งอยู่ที่ 2.08% ธนาคารจึงตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญในระดับเดียวกับสองไตรมาสที่ผ่านมา
ประธานกรรมการบริหาร กล่าวว่า ธนาคารตระหนักตั้งแต่ต้นปีว่า ปี 2557 เป็นปีที่มีความท้าทายอย่างมากสำหรับธุรกิจการธนาคาร จึงได้ปรับยุทธศาสตร์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน การปรับใช้ทรัพยากรและการปรับระบบงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้รายจ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน 3.4% และอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (CosttoIncome Ratio) มาอยู่ที่ 37.6% ลดลงจาก 38.4% ของไตรมาส 3 ปีก่อน
ขณะเดียวกันได้มีการปรับและวางรากฐานทางธุรกิจเพื่อยกระดับการดำเนินงานเตรียมรองรับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในอนาคตด้วย
นางกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวเสริมว่า เป็นเรื่องปกติในช่วงเศรษฐกิจขาลงที่ธนาคารจะชะลอตัวและไม่รับความเสี่ยงที่ไม่จำเป็นเข้ามา แต่เมื่อมีสัญญาณฟื้นตัวก็จะปรับกลยุทธ์เพื่อรองรับกับสถานการณ์ในอนาคตในทันที ซึ่งผลงานในไตรมาส 3 แสดงให้เห็นถึงความคล่องตัวในการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์สามารถรักษากำไรให้เติบโตต่อเนื่อง
ด้านการลงทุนตลาดหุ้นไทยรูดลงแรงเหมือนตลาดทั่วโลก จากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติถึง 2,577 ล้านบาท ทุบดัชนีหุ้นร่วงกว่า 21 จุด หรือ 1.37% ปิดที่ระดับ 1,526.15 จุด ส่วนหนึ่งเกิดจากความกังวลเรื่องปัญหายุโรปปะทุรอบใหม่และเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง
นายสุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิจัย บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (MBKET) กล่าวว่า ระยะนี้ตลาดมีความเปราะบางอย่างมาก มีการขายทำกำไรหุ้นทั่วโลก ส่วนตลาดหุ้นไทยทาง MBKET ให้คำแนะนำขายตั้งแต่ดัชนีหุ้นระดับ 1,600 จุดแล้ว และให้รอรับซื้อบริเวณ 1,530 จุด โดยให้เลือกซื้อหุ้นที่ราคาขึ้นยังไม่สูง เช่น พลังงาน สื่อสาร







