
ตั้งฮั่วเส็งเปิดศึกร้านสะดวกซื้อ
“ตั้งฮั่วเส็ง” ปั้นร้านสะดวกซื้อเก็ทอิท ควัก 50 ล้านบาท ผุด 50 สาขา หวังหารายได้เสริมห้าง
“ตั้งฮั่วเส็ง” ปั้นร้านสะดวกซื้อเก็ทอิท ควัก 50 ล้านบาท ผุด 50 สาขา หวังหารายได้เสริมห้าง
นายวิโรจน์ จุนประทีปทอง ประธานกรรมการ บริษัท สรรพสินค้า ตั้งฮั่วเส็ง ผู้บริหารห้างสรรพสินค้าตั้งฮั่วเส็ง เปิดเผยว่า แผนสร้างธุรกิจค้าปลีกของตั้งฮั่วเส็งให้โตก้าวกระโดดต้องแตกเซ็กเมนต์ค้าปลีกรูปแบบใหม่ๆ บริษัทได้วางแผนรุกค้าปลีกรูปแบบร้านสะดวกซื้อภายใต้แบรนด์ “เก็ทอิท” (Get IT) หลังจากก่อนหน้านี้เปิดตัวรูปแบบมินิมาร์ทและซูเปอร์มาร์เก็ต 6 สาขา สร้างรายได้ถึง 300 ล้านบาท หรือเกือบ 20% ของยอดรวม
ทั้งนี้ บริษัทกำลังอยู่ระหว่างหาพันธมิตรร่วมทุนจัดตั้งบริษัทใหม่ขึ้น หรือรูปแบบขอสินเชื่อจากธนาคารสำหรับลงทุน 50 ล้านบาท ขยายร้านสะดวกซื้อเก็ทอิทเป็นส่วนใหญ่ เพราะใช้พื้นที่ขนาดไม่ถึง 100 ตร.ม. ใช้งบลงทุนสาขาละเพียง 1-2 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายมินิซูเปอร์เพิ่ม ใช้งบ 35 ล้านบาท ขนาดพื้นที่ 200-300 ตร.ม. ส่วนซูเปอร์มาร์เก็ตลงทุน 3040 ล้านบาท ขนาดพื้นที่ 600-1,000 สาขา รวม 50 สาขา
ขณะที่การขยายสาขาเน้นตามโรงพยาบาล สถานีน้ำมันซัสโก้ สถานศึกษา และที่พักอาศัย แตกต่างจากคู่แข่งเซเว่นอีเลฟเว่น ซึ่งจะเน้นขยายสาขาในบริเวณชุมชน ล่าสุดลงทุน 12 ล้านบาท เปิดร้านสะดวกซื้อเก็ทอิทเป็นร้านค้าต้นแบบที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ขนาดไม่ถึง 100 ตร.ม. เป็นโมเดลนำร่องทดลองจะเปิดวันที่ 26 ต.ค.นี้ ทำให้สิ้นปีมีทั้งหมด 7 สาขา เช่น โรงพยาบาลศิริราช เหตุผลที่ขยายค้าปลีกรูปแบบร้านสะดวกซื้อ เนื่องจากเชื่อว่ายังมีช่องว่างให้ทำตลาดในกรุงเทพฯ แม้ว่าการแข่งขันจะมีความรุนแรง
“การทำค้าปลีกในปัจจุบันมีความยากมากขึ้นจากการขยายตัวของสังคมตามแนวรถไฟฟ้าที่ขยายครอบคลุมปริมณฑลเพิ่มขึ้นในปี 2562 ทำให้ห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์การค้าขยายสาขาใหม่กระทบต่อห้างสรรพสินค้าขนาดเล็ก ทำห้างขนาดเล็กต้องโฟกัสกลุ่ม เป้าหมายให้ชัดเจน รวมทั้งไลฟ์สไตล์หรือผู้ที่อาศัยในบริเวณ เช่น ตั้งฮั่วเส็งเป็นห้างที่มีความโดดเด่นด้านสินค้าศิลปหัตกรรม และเจาะกลุ่มลูกค้าอาศัยบริเวณฝั่งธน” นายวิโรจน์ กล่าว
นอกจากนี้ ยังบริหารความเสี่ยงเพิ่มพื้นที่เช่าสำหรับร้านค้า โดยได้ทยอยปรับมาอย่างต่อเนื่องเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันมีพื้นที่เช่าร่วม 1 หมื่น ตร.ม. ส่วนไตรมาส 4 จะฟื้นหรือไม่ต้องรอดูเดือน ธ.ค. ด้านรายได้ปีนี้คาดจะเท่าปีก่อน 1,700 ล้านบาทพื้นที่ภายในห้างสรรพสินค้าเหลือเพียง 2 หมื่นตร.ม. และกำลังจะขยายพื้นที่เช่าเพิ่ม 1,000 ตร.ม. ซึ่งกลยุทธ์เน้นร้านค้าเช่าที่มีคุณภาพมีราว 200 ร้านค้า ส่งผลให้รายได้ค่าเช่าพื้นที่เติบโต 50% หรือจาก 2-3 แสนบาท เพิ่มเป็น 58 แสนบาท พร้อมทั้งจัดกิจกรรมขยายฐานคนรุ่นใหม่ 20-30 ปีให้มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น จากปัจจุบัน 20% ลูกค้าวัย 35-45 ปี สัดส่วน 40% ที่เหลือ 40% เป็นอื่นๆ
สำหรับกำลังซื้อในช่วงไตรมาส 4 ต้องรอดูว่าจะฟื้นตัวหรือไม่ในช่วงเดือนธ.ค.แต่ขณะนี้ยังไม่เห็นสัญญาณการฟื้นตัว ในช่วงไตรมาส 4 จัดกิจกรรมงานแสดงศิลปหัตถกรรม"ร้อยเรียง เคียงศิลป์" ครั้งที่ 21 รวมทั้งวางแผนจะจัดกิจกรรมเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง คาดว่าจะกระตุ้นรายได้ให้เติบโตร่วม 5% ส่งผลสามารถรักษารายได้ทั้งปี 1,700 ล้านบาทหรือไม่เติบโต หลังจาก 9 เดือนที่ผ่านมารายได้ติดลบ 5% เพราะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ







