
โปรยก้อนโต7หมื่นล้านดึงราคายางกิโลละ60
รัฐทุ่ม 5.5-7 หมื่นล้านกระเตงชาวสวนยาง เชื่อดึงราคาขึ้น60 บาท/กก.
รัฐทุ่ม 5.5-7 หมื่นล้านกระเตงชาวสวนยาง เชื่อดึงราคาขึ้น60 บาท/กก.
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ณ อยุธยา รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายธรรมชาติ(กนย.) แถลงผลการประชุมกนย.ว่า ที่ประชุมกนย.มีมติเห็นชอบในมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง ประกอบด้วย 1.จะตั้งกองทุนซื้อขายยางพาราเพื่อดึงราคายางในประเทศ ซึ่งรัฐบาลมีกรอบวงเงินเหลือจากรัฐบาลที่แล้ว 2 หมื่นล้านบาท แต่จะใช้เพื่อซื้อยางเป็นระยะตามคำสั่งซื้อของคู่ค้าซึ่งเบื้องต้นจะใช้เงินไม่มาก โดยให้องค์การสวนยาง(อสย.)เป็นผู้ดำเนินการ และมีคณะกรรมการขึ้นมาดูแล โดยจะเริ่มซื้อตั้งแต่ 22-24 ต.ค.นี้ 2.ธนาคารพาณิชย์ 6 แห่งประกอบด้วยธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารทหารไทย กสิกรไทย และธนาคารธนชาติ จะรวมกันให้เงินกู้กับผู้ประกอบการแปรรูปน้ำยางข้น 1 หมื่นล้านบาท โดยรัฐช่วยชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ให้ รัฐชดเชยดอกเบี้ยให้ 3% 3. โครงการเยียวยารายได้ให้เกษตรกรที่ประสบปัญหาราคายางตกต่ำไร่ละ 1,000 บาทต่อครัวเรือนๆละ 15,000 บาท ให้แก่เกษตรกรรรายย่อยที่มีที่ดินไม่เกิน 15 ไร่ และ4.กรณีเกษตรกรที่สวนยางเก่าต้องการโค่นเพื่อปลูกใหม่หรือ ปลูกพืชอื่น รองนายกฯระบุว่า ธกส.จะปล่อยกู้ให้ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อครัวเรือนโดยการชำระคืน 5 ปี โดยรัฐชดเชยดอกเบี้ยให้ 3% เกษตรกรจ่ายเพียง 2 % จากปกติที่ธกส.จะคิดที่ดอกเบี้ย 7% เป้าหมายเกษตรกร 1 แสนไร่ ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการสำคัญที่รัฐต้องการสนับสนุนเพราะต้องการให้เกษตรกรมีอาชีพมากกว่าการพึ่งพืชเพียงชนิดเดียวจะได้มีรายได้เสริมให้ครัวเรือน
“ทั้งเมื่อนำมติเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในอังคารหน้าซึ่งเมื่ออนุมัติทั้งหมดจะเดินหน้าทันที โดยการจ่ายเงินให้เกษตรกรจะมาการขึ้นทะเบียนใหม่ให้แล้วเสร็จใน 1เดือนและจ่ายเงินได้ประมาณกลาง พ.ย.นี้ ซึ่งจากตัวเลขพบว่าเกษตรกรที่มีที่ดินไม่เกิน 25 ไร่มีจำนวน 8.5 แสนไร่ ดังนั้นจะใช้เงินประมาณ 8.5 พันล้านบาท ส่วนรายใหญ่ถือว่าเป็นผู้ที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้รัฐจึงช่วยเฉพาะรายย่อย ทั้งนี้การช่วยเพียง1 พันบาทต่อไร่เพราะรัฐบาลมั่นใจว่าจากสถานการณ์ยางพาราของโลกที่มีสต็อกลดลงเหลือ 2.3 ล้านตันจากปีก่อนมี2.9 ล้านตัน และในไทยมีสต๊อก 4.4 แสนตันจากปีก่อนมี 5 แสนตัน จะทำให้ตลาดโลกต้องมีการซื้อยางและที่สำคัญรัฐบาลไทยได้มีการติดต่อซื้อขายยางกับผู้ซื้อรายใหญ่ไว้แล้วจะมีข่าวดีเร็วๆนี้ รัฐบาลจึงมั่นใจว่าจะดึงราคายางในตลาดให้ขึ้นได้ถึง 60 บาทต่อกิโลกรัม จึงช่วยเหลือเกษตรกรเพียง 1 พันบาทต่อไร่ จะไม่มีการแทรกแซงซื้อยาง ราคา 100 บาทอเหมือนที่ผ่านมา แต่จะซื้อเมื่อมีคำสั่งซื้อเท่านั้น เพื่อไม่ให้ยางที่ซื้อมาเป็นสต๊อกตายซ้ำเพิ่มเข้าไปอีก ซึ่งการเจรจาขายยางเป็นผลงานของนายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว. เกษตรฯ ที่ไปเจราจาและมีการทำหนังสือจะซื้อจะขายไว้เบื้องต้นแล้ว ส่วนราคาหรือจำนวนเท่าไหร่ ไม่สามารถเปิดเผยได้ “ รองนายกฯกล่าว
นายอำนวย ปะติเส ที่ปรึกษารมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า โครงการทั้งหมดจะใช้เงินประมาณ 5.5 หมื่นล้านบาท โดยเงินในโครงการซื้อยางจะเบิกธกส.เมื่อมีคำสั่งซื้อเท่านั้น ซึ่งการที่รัฐบาลช่วย 1 พันบาทเพราะรู้ว่ามาตรการที่วางไว้ทั้งหมดเมื่อเดินแล้วจะฉุดราคายางขึ้นไปได้ 60 บาทหรืออาจจะ 70 บาท ซึ่งจะทำให้เกษตรกรอยู่ได้ หากรัฐไม่เชื่อมั่นอาจจะต้องช่วยตามที่ขอคือ 2,520 บาทต่อไร่ แต่เพราะมั่นใจในแผนงานที่วางไว้แล้ว กลุ่มยางข้นจะเข้าซื้อน้ำยางได้ประมาณ 1.5-1.8 ล้านตัน หรือเป็นเนื้อยางแห้งประมาณ8.5 แสนตัน จะเป็น 30% ของธุรกิจยางทั้งหมด จากยางล้ออันดับ 1
นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานสภาการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ซึ่งการช่วยเหลือและมาตรการที่ออกมาเกษตรกรพอใจ ซึ่งนี้นี้ตัวแทนเกษตรกร 5 เครือข่ายได้มาร่วมหารือด้วยด้วย ประกอบด้วย สมาพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย สภาเกษตรกรแห่งชาติ เครือข่ายชาวสวนยางแห่งประเทศไทย ชุมนุมสหกรณ์อุตสาหกรรมยางพาราแห่งประเทศไทย สมาคมเครือข่ายเกษตรกรไทย เพราะการช่วยเหลือ 1 พันบาทนั้นเพราะกลไกตลาดจะทำงานและดันราคายางให้สูงขึ้นได้ ถึง 60-70 บาทได้ก่อนปีใหม่แน่นอน เพราะขณะนี้สต๊อกยางทั่วโลกลด หากไม่ซื้อผู้ประกอบการจะไม่มียางส่งลูกค้าเพราะต้นเดือนก.พ. 2558 จะเป็นฤดูยางผลัดใบ ไม่มีการกรีด หากไม่เริ่มซื้อทั้งผู้ส่งออกและโรงานแปรรูปเตริมปิดตัวได้เลย เกษตรกรสวนยางต้องการการช่วยเหลือที่ยั่งยืน ไม่อยากเหมือนชาวนาที่คาดว่าอีกหลายปีคงต้องเหนื่อยเพราะยากที่ราคาข้าวจะขึ้นไปเหมือนอดีต
ทั้งนี้มีรายงานว่าบริษัทเอกชนที่จะมาซื้อยางคือบริษัทไชน่าไหนหนาน อินดัสตี้ กรุ๊ป จากรับเบอร์วัลเลย์ ของประเทศจีน
อย่างไรก่อนนั้น รัฐบาลมีโครงการ 3 หมื่นล้านโดย 1. ให้สถาบันเกษตรกรกู้ 1 หมื่นล้านบาท เป็นทุนหมุนเวียนซื้อเพื่อยางแปรรูปเป็นยางก้อนขายให้กับอสย. โดยรัฐชดเชยดอกเบี้ยให้ 3% 2. ให้สถาบันเกษตรกู้ปรับปรุงเครื่องจักร 5 พันล้านบาทและ3. ให้โรงงานแปรรูปอุตสาหกรรมยางกู้ 1.5 หมื่นล้านบาท







