
ตีตราต่างด้าว 4 เดือนพม่าจดน้อยกว่าคาด
หลังเริ่มดำเนินการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวผ่านศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว (OSS)
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
หลังเริ่มดำเนินการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวผ่านศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว (OSS) แห่งแรก เมื่อปลายเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ตอนนี้กำลังเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนปิดการจดทะเบียนทุกศูนย์ทั่วประเทศในวันที่ 31 ต.ค.นี้ อย่างไรก็ตามดูเหมือนจะมีปัญหาที่ต้องกลับไปมองและรอสะสางอีกจำนวนมาก
สมพงค์ สระแก้ว ผู้อำนวยการมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (แอลพีเอ็น) วิเคราะห์ว่าข้อสังเกตอย่างหนึ่งเกี่ยวกับการจดทะเบียนตลอด4 เดือน คือมีจำนวนแรงงานชาวพม่ามาขึ้นทะเบียนน้อยกว่าที่ควรจะเป็น กลายเป็นว่ามีแรงงานชาวกัมพูชามาขึ้นทะเบียนมากเป็นประวัติการณ์แทน
“ก่อนหน้านี้เราเคยพูดถึงตัวเลขแรงงานข้ามชาติทั่วประเทศ 34 ล้านคน แต่ยอดจดทะเบียนขณะนี้กับยอดแรงงานที่เข้ามาอย่างถูกกฎหมายก่อนหน้านี้ รวมกันยังไม่ถึง 3 ล้านคน ชาวพม่ายังมีแค่ประมาณ 5 แสนคนเท่านั้น ถือเป็นตัวเลขที่ยังไม่น่าพอใจ เพราะแสดงว่ามีผู้ไม่ได้มาจดทะเบียนอีกจำนวนมาก”
ทั้งนี้ กรณีมีนายจ้างตามจังหวัดชายแดนไม่ต้องการพาแรงงานมาจดทะเบียน เพราะกลัวแรงงานหนีเข้าเมืองนั้นสะท้อนว่านโยบายภาครัฐยังไม่สามารถบังคับให้นายจ้างปฏิบัติตามได้ ที่สำคัญยังสะท้อนด้วยว่านายจ้างบางส่วนอาจไม่จ่ายค่าแรงแก่แรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านให้ถึง 300 บาท ส่งผลให้แรงงานกลุ่มดังกล่าว ซึ่งเสียค่าจดทะเบียนแรงงานกับภาครัฐแล้ว หันไปหางานที่ได้ค่าแรงสูงกว่าในเมือง หากต้องการให้เกิดการแข่งขันเสรีจริงๆ นายจ้างต้องมีแนวปฏิบัติที่ดีและปฏิบัติตามกฎหมาย สุดท้ายประเทศก็จะไม่ถูกเพ่งเล็งเรื่องปัญหาแรงงาน
สมพงค์ แนะนำว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายเช่นนี้ภาครัฐควรจะโปรโมทเรื่องการจดทะเบียนมากขึ้น เน้นให้แรงงานทราบว่าถ้ามาจดแล้วเขาจะได้รับบริการที่ดีจากรัฐ ที่สำคัญหลังปิดการจดทะเบียนไปแล้ว ต้องถามความเห็นภาคส่วนอื่นๆ ในแต่ละจังหวัดด้วย ว่าหลังสิ้นสุดการจดทะเบียนแล้วควรทำอย่างไรต่อ
ด้าน มินท์ เวย์ รองผู้อำนวยการมูลนิธิรวมมิตรไทยพม่า ประเมินว่า สาเหตุที่แรงงานชาวพม่ามาจดทะเบียนน้อยกว่าที่เป็นจริงมาจาก 2 สาเหตุ คือ 1.นายจ้างในภาคเกษตรบางกลุ่ม เช่น ผู้ที่มีธุรกิจสวนยาง ยังไม่พาแรงงานมาจดทะเบียน เนื่องจากราคายางตกต่ำ ตัวแรงงานไม่มีรายได้เพียงพอ 2.บางจังหวัดมีจุดจดทะเบียนเพียงแห่งเดียว เช่น จ.กาญจนบุรี ทำให้ไม่สะดวกในการเดินทางไปจดทะเบียน
ขณะที่ ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ผู้อำนวยการวิจัยการพัฒนาแรงงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) มองว่า กรณีที่แรงงานกัมพูชามาจดทะเบียนมากกว่าพม่า เนื่องจากที่ผ่านมาการจดทะเบียนแรงงานกัมพูชาถูกกฎหมายมีปัญหามายาวนาน เพราะรัฐบาลกัมพูชาไม่ต้องการให้คนออกไปทำงานต่างประเทศมากนัก เมื่อมีการพิสูจน์สัญชาติจึงไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควร
ปัจจุบันสำนักบริหารแรงงานต่างด้าว กรมการจัดหางาน ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาชุดหนึ่ง เพื่อให้ข้อเสนอแนะแก่กระทรวงแรงงานและรัฐบาล ว่าจะบริหารจัดการอย่างไรกับแรงงานกว่า 1 ล้านคน ที่มาจดทะเบียน เนื่องจากได้เข้าไปอยู่ในคณะทำงานดังกล่าวด้วย จะพยายามช่วยวิเคราะห์ฐานข้อมูลคนทำงานว่าอยู่ในกิจการหรืออุตสาหกรรมใดบ้าง เปรียบเทียบกับกำลังแรงงานไทยในปัจจุบันแล้วเป็นอย่างไร รวมถึงวิเคราะห์ด้วยว่าในบางอุตสาหกรรมมีสัดส่วนการพึ่งพาแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านสูงเกินไปหรือไม่ หากน้อยเกินไปก็อาจนำเข้ามาเพิ่ม แต่หากมากเกินไปในบางสาขาก็อาจต้องแนะนำไปทำงานในสาขาอื่น
ที่สำคัญจะแนะนำให้ทำศูนย์ Matching Demand Supply ตามแนวชายแดนที่สำคัญ รวมถึงบริเวณที่จะเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อให้วิเคราะห์และประสานกับรัฐบาลประเทศเพื่อนบ้านว่าไทยมีความต้องการคนทำงานในสาขาใด
อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่ยังไม่ได้จดทะเบียนก็ควรต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวด เพราะถือว่ารัฐได้เปิดโอกาสให้ทั้งนายจ้างและแรงงานแล้ว







