
จีเอ็มเอ็ม แชนแนล พร้อมลุยมั่นใจคอนเทนต์แกรมมี่ครบ
หลังจากเตรียมความพร้อมมาพักใหญ่ ถึงวันนี้ช่องจีเอ็มเอ็ม แชนแนล พร้อมแล้วที่จะออกมาเปิดศึกชิงฐานผู้ชมร่วมกับทีวีดิจิทัลช่องธุรกิจทั้ง 24 ช่อง ด้วยการชูความแข็งแกร่งความเป็นตัวตนของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ที่อยู่คู่กับคนไทยมานานกว่า 30 ปี เป็นจุดขาย ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ ประสบการณ์ด้านความบันเทิง หรือคอนเทนต์ต่างๆ
หลังจากเตรียมความพร้อมมาพักใหญ่ ถึงวันนี้ช่องจีเอ็มเอ็ม แชนแนล พร้อมแล้วที่จะออกมาเปิดศึกชิงฐานผู้ชมร่วมกับทีวีดิจิทัลช่องธุรกิจทั้ง 24 ช่อง ด้วยการชูความแข็งแกร่งความเป็นตัวตนของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ที่อยู่คู่กับคนไทยมานานกว่า 30 ปี เป็นจุดขาย ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ ประสบการณ์ด้านความบันเทิง หรือคอนเทนต์ต่างๆ
ความเป็นตัวตนของแกรมมี่ เป็นสิ่งที่ช่องจีเอ็มเอ็ม แชนแนล พยายามนำเสนอสู่สายตาประชาชนทั่วประเทศ และถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ในการเข้าถึงกลุ่มแฟนคลับของแกรมมี่ที่มีอยู่ทั่วประเทศ ภายใต้สโลแกน “สนุกทุกวัน อยู่ด้วยกันทุกเวลา”
สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร จีเอ็มเอ็ม แชนแนล บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ กล่าวว่า แผนการดำเนินธุรกิจของช่องจีเอ็มเอ็ม แชนแนล ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ บริษัทได้เตรียมงบลงทุน 300-400 ล้านบาท เพื่อใช้ในการผลิตคอนเทนต์ให้กับช่องและลดรายการที่ออกอากาศรีรัน ซึ่งตอนนี้มีสัดส่วน 40% ให้เหลือ 10% หลังจากเดือน ต.ค.นี้ ด้วยการปรับผังรายการใหม่ให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น
กลยุทธ์ที่ช่องจีเอ็มเอ็ม แชนแนล จะนำมาปรับผังรายการให้ตรงกับความต้องการของผู้ชม คือ การวิเคราะห์กลุ่มผู้ชมว่าเป็นใคร จากฐานแฟนคลับของแกรมมี่ที่มีอยู่ทั่วประเทศ เพื่อผลิตรายการให้สามารถตอบโจทย์คนเหล่านั้นได้ทุกช่วงอายุ
“รายการที่เรามีอยู่ในตอนนี้มีทั้งการ์ตูน รายการเพลงวัยรุ่น หรือแม้แต่เพลงแนวเรโทรเก่าๆ เรียกได้ว่าสามารถรับชมช่องจีเอ็มเอ็ม แชนแนล ได้ทุกช่วงอายุ ซึ่งหลังจากวิเคราะห์กลุ่มผู้ชม ทำให้เราพบว่าแฟนคลับของเรามีบุคลิกที่รักความสนุกและความบันเทิง โดยหลังจากทยอยปรับผังรายการในช่วงเดือน ต.ค.นี้ไปหนึ่งครั้ง ในเดือน ม.ค. จะปรับผังรายการให้เหมาะสมอีกครั้ง”
สำหรับกระแสการตอบรับของช่องจีเอ็มเอ็ม แชนแนล ในช่วงแรก สายทิพย์ ยอมรับว่ายังไม่เป็นที่น่าพอใจมากนัก เนื่องจากเรตติ้งอยู่ในอันดับที่ 20 แต่หลังจากนำซีรี่ส์ฮอร์โมน ปี 2 มาออกอากาศ พบว่า ช่องจีเอ็มเอ็ม แชนแนล ได้รับความนิยมขึ้นมาเป็นอันดับที่ 11 และเป็นอันดับ 5 ในฐานผู้ชมอายุ 15-19 ปี
ปัจจุบัน สัดส่วนรายการของช่องจีเอ็มเอ็ม แชนแนล เป็นรายการจากแซทเทิลไลท์ที่นำมาปรับการผลิตใหม่ 20-25% รายการข่าวบันเทิงและข่าวทั่วไป 30% รายการเรียลิตี้ เกมโชว์ ละคร และซิทคอมอีก 40% และส่วนที่เหลืออีก 10% จะเป็นรายการกีฬา
“ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับทีวีดิจิทัลตอนนี้ ทำให้บริษัทต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์ตลอด ซึ่งตอนนี้คิดว่าถึงเวลาที่จะดำเนินธุรกิจให้กับช่องจีเอ็มเอ็ม แชนแนล อย่างจริงจังแล้ว แม้ว่าจะยังคงกังวลกับสิ่งแวดล้อมต่างๆ อยู่บ้าง แต่บริษัทก็มั่นใจในคอนเทนต์ที่มีอยู่ เนื่องจากแกรมมี่อยู่กับความบันเทิงมาตลอด ก่อนการประมูลทีวีดิจิทัล เราก็คำนึงถึงการจะนำรายการต่างๆ ที่มีอยู่ในมือมาออกอากาศ”
สายทิพย์ กล่าวต่อว่า ตอนนี้อุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลยังไม่มีความพร้อม เนื่องจากยังมีปัจจัยหลายด้านที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการแจกคูปองที่ล่าช้าอย่างมาก ซึ่งหลังจากแจกแล้วก็ยังต้องรอเวลาที่จะแจกครบร้อยเปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังมีประเด็นในเรื่องของช่อง 3 ที่ต้องติดตามต่อไป
แม้ว่าช่องจีเอ็มเอ็ม แชนแนล จะกังวลปัจจัยลบที่เกิดขึ้นรอบด้าน แต่จากความแข็งแกร่งของคอนเทนต์ความบันเทิงที่มีอยู่ในมือ ส่งผลให้ สายทิพย์ แย้มว่าปีหน้าจะใช้งบลงทุนอีก 1,000 ล้านบาท พัฒนาคอนเทนต์เพิ่ม
หลังจากเดินหน้าพัฒนาคอนเทนต์คุณภาพ เพื่อนำมาออกอากาศสู่สายตาประชาชน ช่องจีเอ็มเอ็ม แชนแนล ก็คาดว่าสิ้นปีนี้จะมีรายได้อยู่ที่ 1,000 ล้านบาท และมั่นใจว่าจะถึงจุดคุ้มทุนได้ภายใน 35 ปี รวมทั้งมีเรตติ้งติดอันดับ 1 ใน 5 ของช่องทีวีดิจิทัลได้อย่างแน่นอน







