posttoday
เอสซีจีปั้น"โฮมโซลูชั่น"บุกหนักตลาดอีสาน

เอสซีจีปั้น"โฮมโซลูชั่น"บุกหนักตลาดอีสาน

16 ตุลาคม 2557

หากย้อนกลับไปเมื่อปี 2552 ค่ายเอสซีจี มีแนวคิดที่จะขายวัสดุก่อสร้างแบรนด์ต่างๆ

โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์

หากย้อนกลับไปเมื่อปี 2552 ค่ายเอสซีจี มีแนวคิดที่จะขายวัสดุก่อสร้างแบรนด์ต่างๆ ในเครือเอสซีจีผ่านร้านโฮมมาร์ทในลักษณะขายเป็นโซลูชั่นครบวงจรตั้งแต่หลังคาไปจนถึงห้องน้ำ เน้นทั้งขายสินค้า และให้คำปรึกษาแบบครบวงจรที่เกี่ยวกับบ้าน ทั้งการปรับปรุงบ้านเก่า หรือการสร้างบ้านใหม่ จึงคลอดโมเดลนำร่อง ภายใต้ชื่อ “โฮมโซลูชั่น เซ็นเตอร์” ในลักษณะช็อป อิน ช็อป (Shop in Shop)

นั่นคือการให้ร้านโฮมมาร์ทที่มีความพร้อม และต้องการจะยกระดับบริการในส่วนนี้ แบ่งพื้นที่บางส่วนในร้านโฮมมาร์ท หรือขยายเพิ่มเติม เพื่อเป็นพื้นที่ให้กับโซนโฮมโซลูชั่น เซ็นเตอร์ ทำให้ในช่วงเริ่มต้นของการขยายแนวคิดนี้ไปยังร้านตัวแทนจำหน่าย โฮมโซลูชั่น เซ็นเตอร์ จะอยู่ในพื้นที่ของร้านโฮมมาร์ทเป็นหลัก

เป้าหมายในการเปิดโฮมโซลูชั่น เซ็นเตอร์ในช่วงเวลาดังกล่าว ต้องการที่จะยกระดับให้ร้านโฮมมาร์ททุกสาขามีโซนโฮมโซลูชั่น เซ็นเตอร์ แต่ด้วยหลายปัจจัยที่อาจทำให้การขยายโฮมโซลูชั่น เซ็นเตอร์ในลักษณะนี้ไม่สามารถทำได้เต็มที่ จึงได้ฤกษ์รีแบรนด์ “โฮมโซลูชั่น เซ็นเตอร์” ใหม่ กลายเป็น “เอสซีจี โฮมโซลูชั่น” ที่จะรุกค้าปลีกวัสดุก่อสร้างในรูปแบบขายเป็นโซลูชั่นเต็มสูบ

นิธิ ภัทรโชค รองประธานฝ่ายการตลาดในประเทศ บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง กล่าวว่า นับจากนี้ร้านค้าปลีกวัสดุก่อสร้างในเครือเอสซีจีที่จะเปิดใหม่ จะอยู่ภายใต้แบรนด์ “เอสซีจี โฮมโซลูชั่น”ที่ให้บริการเกี่ยวกับบ้านครบวงจร ทั้งการให้คำปรึกษา ขายสินค้า และติดตั้ง โดยตั้งเป้าภายในปี 2560 จะต้องมีสาขาครบ 80 สาขาทั่วประเทศ พร้อมกับดันยอดขายแตะ 45 หมื่นล้านบาท/ปี

ขณะที่ปัจจุบันเอสซีจี โฮมโซลูชั่น มีสาขา 24 สาขา จะเพิ่มอีก 9 สาขา รวมเป็น 33 สาขา ภายในสิ้นปีนี้มียอดขายกว่า 1 หมื่นล้านบาท และปี 2558 จะขยายเพิ่มอีก 22 สาขา รวมเป็น 55 สาขา คาดว่าจะมียอดขายเพิ่มขึ้น 8090% หรือเกือบ 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมยอดขายของร้านโฮมมาร์ท ที่ปัจจุบันมีอยู่ 101 สาขา ซึ่งคาดว่าจะทยอยปรับเป็น เอสซีจี โฮมโซลูชั่นในอนาคต

นอกจากนี้ ยังเน้นขยายสาขาในภาคอีสานให้มากขึ้นด้วย เพราะเป็นตลาดใหญ่ที่เน้นสร้างบ้านเอง มีความต้องการใช้วัสดุสูง โดยจาก 24 สาขาในปัจจุบัน เป็นสาขาที่อยู่ในภาคอีสาน 10 สาขา คาดว่าจะสร้างยอดขายรวมในปีนี้ 3,000 ล้านบาท จึงเตรียมจะเปิดสาขาในภาคอีสานช่วงปลายปีนี้ถึงปีหน้าอีก 8 สาขา

นิธิ กล่าวว่า ส่วนภาคใต้ ก็มีความต้องการใช้วัสดุที่สูงเช่นกัน โดยปีนี้คาดว่าจะสร้างยอดขายได้ประมาณ 3,000 ล้านบาท ส่วนภาคเหนือมียอดขาย 2,000 ล้านบาท ภาคตะวันตก 1,000 ล้านบาทภาคตะวันออก 600 ล้านบาท ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑล 800 ล้านบาท

ลักษณะในการขยายสาขาใหม่ๆ มี 2 รูปแบบ คือ 1.เปิดสาขาใหม่มีทั้งแบบเอสซีจีลงทุนเองทั้งหมด ในกรณีที่ยังไม่มีสาขาร้านโฮมมาร์ทในพื้นที่นั้นๆ และแบบตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่นั้นๆ เป็นผู้ลงทุน และ 2.ปรับปรุงร้านโฮมมาร์ทเดิมของตัวแทนจำหน่ายให้เป็นเอสซีจี โฮมโซลูชั่น

ทั้งนี้ ในแต่ละสาขาใช้พื้นที่ประมาณ 2,000 ตารางเมตร (ตร.ม.) เงินลงทุนประมาณ 100 ล้านบาท ซึ่งเงินลงทุนส่วนนี้ หากเป็นสาขาของตัวแทนจำหน่าย เจ้าของจะเป็นผู้ลงทุน ส่วนเอสซีจีจะสนับสนุนในเรื่องการตกแต่งต่างๆ คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10% ของมูลค่าเงินลงทุนในแต่ละสาขา

ด้าน มานิตย์ บุญประเสริฐ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจค้าปลีก เครือข่ายผู้แทนจำหน่าย กล่าวว่า ตลาดภาคอีสานมีความต้องการใช้วัสดุที่สูงมาก ทำให้ในบางจังหวัดจะต้องมีสาขาเอสซีจี โฮมโซลูชั่นมากกว่า 1 สาขา เช่น นครราชสีมา มี 2 สาขา ขอนแก่น มี 2 สาขา อุดรธานี ปัจจุบันมี 1 สาขา เตรียมจะขยายอีก 1 สาขา เป็นต้น

ปัจจุบันเจ้าของบ้านมีความต้องการบริการที่ครบวงจรมากขึ้น ไม่ใช่การเข้ามาซื้อสินค้า ซึ่งการยกระดับเป็นเอสซีจี โฮมโซลูชั่นจะทำให้มูลค่าในการซื้อต่อครั้งสูงขึ้น เพราะที่ปรึกษาในสาขานั้นๆ จะแนะนำให้เจ้าของซื้อยกโซลูชั่นมากกว่าซื้อสินค้าเป็นรายชิ้นซึ่งหากเจ้าของบ้านที่มีความพร้อม ก็จะนิยมซื้อเป็นโซลูชั่นตามคำแนะนำของที่ปรึกษา

“ที่ผ่านมาร้านโฮมมาร์ทที่ยกระดับเอสซีจีโฮมโซลูชั่น จะมียอดขายเพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 40% และหลังจากนั้นจะเติบโตประมาณ 20% ต่อปี”

นี่เป็นเพียงหนึ่งในแผนการกลับมารุกธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างของค่ายเอสซีจีอย่างจริงจังอีกครั้ง หลังจากนี้ ทีมผู้บริหารเอสซีจี โฮมโซลูชั่น ยังอยู่ระหว่างออกแบบโมเดลใหม่ในลักษณะที่คล้ายกัน แต่เปลี่ยนจากเจาะกลุ่มผู้บริโภค เป็นเจาะกลุ่มช่างรับเหมาก่อสร้างเป็นการเฉพาะ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท