
รับมือภาษีมรดกใหม่เรื่องวุ่นๆ ของคนรวยๆ
เป็นที่คาดกันว่าตัวกฎหมายจัดเก็บภาษีมรดกฉบับใหม่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
โดย...ฉัตรชัย ธนจินดาเลิศ
เป็นที่คาดกันว่าตัวกฎหมายจัดเก็บภาษีมรดกฉบับใหม่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คงจะออกมาและมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการได้ในต้นปีหน้า ซึ่งหากเป็นประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศแล้ว คงแทบจะไม่ได้รับผลกระทบหรือต้องทำให้ชีวิตวุ่นวายเพิ่มขึ้นกว่าที่เป็นอยู่แต่อย่างใด
ทว่า สำหรับคนที่กำลังเข้าข่ายต้องเสียภาษีมรดกแล้ว ย่อมต้องหาช่องทางรับมือไว้ก่อน ซึ่งทางธนาคารกรุงเทพเองก็รับทราบถึงความทุกข์ของลูกค้าเงินถังเหล่านี้ จึงจัดให้มีการสัมมนาเรื่องนี้โดยเฉพาะ และก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจนแน่นห้องสัมมนา
อย่างไรก็ตาม แม้ตัวกฎหมายฉบับจริงจะยังไม่ออกมา แต่ก็เป็นที่คาดกันว่าจะเริ่มเก็บภาษีมรดกจากส่วนที่เกินจากกองละ 50 ล้านบาทขึ้นไป และเก็บภาษีไม่เกิน 10% นั่นเท่ากับว่า ถ้ามีกองมรดกไม่ถึง 50 ล้านบาท ก็ไม่ต้องเสียภาษี หรือถ้ามีลูก 3 คน แบ่งมรดกให้กองละ 50 ล้านบาท รวมเป็น 150 ล้านบาท ก็ไม่เข้าข่ายต้องเสียภาษี
แต่สำหรับผู้ที่มีมรดกมากกว่านี้ กูรูด้านวางแผนภาษี สุวรรณ วลัยเสถียร ประธานชมรมคนออมเงิน ให้ข้อแนะนำเรื่องการงานแผนภาษี ดังต่อไปนี้
คนที่มีทรัพย์มากควรถือ “ที่ดิน” ให้น้อยลง แล้วเปลี่ยนมาเป็น “หุ้นของบริษัทอสังหาริมทรัพย์” แทน หรือถ้าจะซื้อที่ดินก็ใช้วิธีระบุเป็นเจ้าของร่วมกัน เช่น ลูกถือ 99% ขณะที่พ่อหรือแม่ถือไว้อีก 1% วิธีนี้ก็ไม่ต้องมีการโอนมรดก
ส่วนการถือกองทุนอสังหาริมทรัพย์ รวมไปถึงการตั้งบริษัทโฮลดิ้ง จัดข้อบังคับให้เหมาะสม เพื่อถือทรัพย์สินแทน ก็มีส่วนช่วยได้เช่นกัน
นอกจากนี้ ยังมีวิธีการที่ง่ายกว่านั้นก็คือ การถือครองทองคำ ศิลปวัตถุ หรือทรัพย์สินที่ไม่มีทะเบียนให้ได้มากขึ้น ซึ่งการนำเงินสดไปซื้อเครื่องเพชรพลอย ทองคำ หรือเครื่องประดับแล้วเก็บไว้ที่ตู้เซฟในบ้าน แม้ว่าวิธีนี้อาจมีความเสี่ยงต่อการเก็บรักษาทรัพย์สินอยู่ก็ตาม
ส่วนเศรษฐีที่มีรสนิยมในเรื่องผลงานศิลปะ ก็อาจแปรเงินสดไปเป็นภาพวาดหรือผลงานของศิลปินชื่อดัง ซึ่งยังสามารถต่อยอดเพิ่มมูลค่าในอนาคตได้อีกด้วย ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ทรัพย์สินบางส่วนไม่ปรากฏในบัญชี หรือเอกสารที่สามารถตรวจสอบได้ชัดเจน พอถึงเวลาประกาศมูลค่าทรัพย์สินอาจจะไม่ต้องเสียภาษีมรดก หรือเสียน้อยกว่าความเป็นจริง
ขณะที่วิธีสุดท้ายนั้น คือการไปลงทุนยังต่างประเทศ ซึ่งมีส่วนช่วยให้สามารถบริหารเรื่องภาษีได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
สุดท้ายแล้วก็คงต้องติดตามดูว่า เงื่อนไขการเสียภาษีมรดกฉบับใหม่นี้จะออกมาได้สะเทือนใจเศรษฐีกระเป๋าตุงได้มากน้อยแค่ไหน หรือท้ายสุดจะกลายเป็นแค่กฎหมายขี่ช้างจับตั๊กแตนเท่านั้น







