posttoday
เลี้ยงหอยทากเป็นอาหารธุรกิจเงินล้านในยุโรป

เลี้ยงหอยทากเป็นอาหารธุรกิจเงินล้านในยุโรป

15 ตุลาคม 2557

แม้ว่าการรับประทานหอยทากอาจจะไม่ใช่สิ่งที่แพร่หลายในประเทศไทย ทว่า สำหรับในยุโรปแล้ว

โดย...ณัฏฐญา เมฆสมณะศักดิ์

แม้ว่าการรับประทานหอยทากอาจจะไม่ใช่สิ่งที่แพร่หลายในประเทศไทย ทว่า สำหรับในยุโรปแล้ว การทานเนื้อหอยทากนั้นกลับได้รับความนิยมอย่างมาก และจากความนิยมนี้ จึงทำให้ “แอนเดรส กูกูมัค” หนุ่มออสเตรียวัย 40 ปี เลือกที่จะลาออกจากงานเดิม เพื่อมาประกอบธุรกิจนี้อย่างจริงจัง

กูกูมัค เรียนจบในด้านเศรษฐศาสตร์และวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ และได้เข้าทำงานในบริษัท ไอบีเอ็ม บริษัทไอทียักษ์ใหญ่ของโลกในปี 2000 จนถึงได้ดำรงตำแหน่งเป็นโปรเจกเมเนเจอร์เลยทีเดียว ทว่าในช่วงเวลาดังกล่าว กูกูมัค รู้สึกว่า “มีบางสิ่งบางอย่างที่หายไป”

“ผมมองหาทางเลือกอื่นๆ และผมก็ได้อ่านบทความเกี่ยวกับหอยทากที่ถูกนำมาเป็นอาหารในร้านอาหาร ชั้นสูง” หนุ่มออสเตรียเล่าถึงเหตุการณ์ในอดีต

หลังจากนั้นชายรายนี้จึงได้เริ่มศึกษาเกี่ยวกับหอยทาก และได้อ่านตำราทำอาหารเล่มหนึ่ง ก่อนจะพบว่ามีวัฒนธรรมในเชิงประวัติศาสตร์ เกี่ยวกับการกินหอยทากในช่วงฤดูถือบวชในศาสนาคริสต์ และพบว่า ในสมัยยุคกลาง “เวียนนา” ซึ่งเป็นเมืองหลวงของออสเตรียนั้นเป็นศูนย์กลางของการกินหอยทากเลย ทีเดียว

ทั้งนี้ ในช่วงฤดูถือบวชนั้น ชาวคริสต์จะถูกห้าม ไม่ให้กินเนื้อ ทว่า สำหรับหอยทากนั้นไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเนื้อสัตว์จึงสามารถบริโภคได้

ภายหลังจากที่ได้ศึกษาเกี่ยวกับหอยทากอย่าง จริงจัง กูกูมัคได้เริ่มต้นธุรกิจในปี 2008 โดยได้ซื้อหอยทากมาจำนวนทั้งหมด 2 หมื่นตัว และเริ่มเลี้ยงอย่างดี ก่อนที่จะทดลองเริ่มนำหอยทากมาทำอาหารว่า วิธีใดจึงจะทำให้หอยทากมีรสชาติที่ดีที่สุด เนื่องจากร้านอาหารส่วนใหญ่จะซื้อหอยทากในลักษณะที่ถูกทำมา กึ่งสำเร็จรูปแล้ว

กูกูมัคได้พบว่า การเคี่ยวหอยทากในซุปผักเป็นเวลานาน 3 ชั่วโมงเป็นวิธีที่ดีที่สุด ทว่า บรรดาร้านอาหารในออสเตรียกลับไม่แน่ใจว่า ลูกค้าจะสั่งเมนูหอยทากหรือไม่ เจ้าตัวจึงคิดไอเดียจัดงานเทศกาลกินหอยทากขึ้นมา ซึ่งจากความนิยมในเทศกาลดังกล่าวช่วยให้ร้านอาหารในเวียนนาตัดสินใจสั่งหอยทากจากธุรกิจแห่งนี้ที่มีชื่อว่า “เวียนนีส สเนลส์”

ผลกำไรจากการขายก็มากเพียงพอที่ทำให้กูกูมัคลาออกจากงานด้านไอที ในปี 2010 และกลายเป็นเกษตรกรเลี้ยงหอยทากเต็มตัว

เหตุการณ์ดังกล่าวก็ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด เพราะ เนื้อหอยทากนั้นขายในราคาสูงถึง 80 ยูโร (ราว 3,280 บาท) ต่อกิโลกรัมเลยทีเดียว และในแต่ละปี ธุรกิจก็สามารถขายเนื้อหอยทากได้มากถึง 1.5 ตันต่อปี โดยทั้งส่งไปในออสเตรีย และส่งออกไปยังเยอรมนีและสหรัฐด้วย

หรือหากจะคิดคร่าวๆ รายได้ของเวียนนีส สเนลส์ ก็อยู่ที่ 4.92 ล้านบาทต่อปีเลยทีเดียว

ทว่า เพื่อเป็นการต่อยอดรายได้ของธุรกิจ ทางกูกูมัคยังได้นำตับหอยทาก และไข่หอยทากออกจำหน่ายด้วย ซึ่งไข่หอยทากนั้นมีราคาสูงถึง 150 ยูโร (ราว 6,150 บาท) ต่อน้ำหนักเพียง 50 กรัม ซึ่งไข่หอยทากส่วนใหญ่เหล่านี้จะถูกส่งออกไปยังเยอรมนี และสหรัฐเป็นส่วนใหญ่

ไม่เพียงเท่านั้น กูกูมัคยังสร้างรายได้เสริมด้วยการเปิดทัวร์ฟาร์มหอยทาก โดยได้สร้างร้านอาหาร และพื้นที่ร้านค้าอยู่ด้วย นอกจากนี้แล้ว ชายรายนี้ยังอยู่ในช่วงพัฒนาสินค้าเพื่อความงาม โดยการใช้น้ำเมือก จากหอยทากอีกด้วย

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี