
รู้จักแน่นะ?
พวกเราคงคุ้นเคยว่า หุ้นกู้ เป็นตราสารลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ แต่ความรู้นี้อาจเปลี่ยนไปเมื่อมี “หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน”
พวกเราคงคุ้นเคยว่า หุ้นกู้ เป็นตราสารลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ แต่ความรู้นี้อาจเปลี่ยนไปเมื่อมี “หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน” ออกมาเสนอขายเป็นทางเลือกลงทุนให้แก่ประชาชน แล้วจะเหมาะกับคุณหรือไม่ ติดตามอ่านพร้อมกับเช็กความพร้อมของตัวเองไปด้วยกันเลยค่ะ
เรารู้จักหุ้นกู้ดีอยู่แล้วว่าเป็นตราสารที่ให้ผู้ออกเป็นลูกหนี้ของผู้ซื้อ (หรือผู้ถือ) โดยทั่วไปหุ้นกู้มี “ความแน่นอน” ในการจ่ายผลตอบแทนที่คุณจะได้รับคงที่และสม่ำเสมอ และได้เงินต้นคืนเมื่อครบอายุหุ้นกู้ (ถ้าบริษัทที่ออกไม่เป็นอะไรไปเสียก่อน) แต่พอมี “ด้อยสิทธิ” กับ “ลักษณะคล้ายทุน” มาต่อท้าย “ความไม่แน่นอน” ก็ปรากฏขึ้น
“ด้อยสิทธิ” แสดงถึงการเป็นเจ้าหนี้อันดับท้ายๆ เช่น หากผู้ออกหุ้นกู้เลิกกิจการหรือล้มละลาย ผู้ถือหุ้นกู้ด้อยสิทธิจะได้รับเงินคืนหลังเจ้าหนี้รายอื่น (แต่ได้ก่อนผู้ถือหุ้น) และอาจได้เงินคืนทั้งหมด หรือบางส่วน หรือไม่ได้เงินคืนเลย
“มีลักษณะคล้ายทุน (หุ้น)” ตรงที่ (1) ไม่มีวันหมดอายุ ถือไปได้เรื่อยๆ ซึ่งมีข้อดีหากให้ดอกเบี้ยสูงและจ่ายสม่ำเสมอ แต่ผู้ซื้อต้องไม่มีเหตุที่จะใช้เงินก้อนนี้ไปตลอดชีวิต เพราะเมื่อไม่มีวันหมดอายุก็ไม่มีวันที่จะคืนเงินต้น
เว้นแต่สองเหตุ คือ ไปขายในตลาดรอง ซึ่งโดยทั่วไปไม่มีใครซื้อขายกันมากนัก หรือขาดสภาพคล่อง และหากขายได้ มีความเป็นไปได้ที่จะต้องขายที่ราคาลดลงจากราคาหน้าตั๋ว ส่วนอีกเหตุหนึ่ง คือ บริษัทผู้ออกมีสิทธิไถ่ถอนหรือซื้อคืน (Callable) ซึ่งมักกำหนดว่า มีสิทธิซื้อคืนเมื่อผ่านไป x ปี หรือเมื่อเข้าเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด (โดยไม่ต้องรอ x ปี) การจะซื้อคืนหรือไม่ เป็นสิทธิของผู้ออกฝ่ายเดียว มีโอกาสเป็นไปได้ว่า เมื่อผ่าน x ปีที่กำหนดไว้ หากดอกเบี้ยในตลาดลดลง หรือบริษัทได้อันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ดีขึ้น บริษัทจะซื้อหุ้นกู้คืน เพื่อออกรุ่นใหม่ที่ต้นทุนถูกลง
ลักษณะคล้ายทุน (หุ้น) (2) คือ มีความไม่แน่นอนในการจ่ายผลตอบแทน แม้จะบอกว่าจ่ายดอกเบี้ยโดยระบุอัตราและงวดจ่ายไว้แล้ว แต่การจ่ายนั้นก็อาจไม่แน่นอน เช่น สามารถงดหรือเลื่อนจ่ายในบางงวดเพื่อไปรวมจ่ายในอนาคต โดยไม่จำกัดจำนวนงวดที่งดจ่าย และส่วนใหญ่ไม่มีดอกเบี้ยของดอกเบี้ยค้างจ่าย ยิ่งเลื่อนออกไปนานเท่าไร ผู้ลงทุนจะยิ่งเสียประโยชน์มากขึ้น
นอกจากนี้ หุ้นกู้ประเภทนี้บางรุ่นจ่ายดอกเบี้ยแบบลอยตัวและเป็นขั้นบันได เช่น ในปีที่ 130 จ่ายที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำเฉลี่ยของธนาคารสี่แห่ง + 5%, ในปีที่ 31 เป็นต้นไป จ่ายที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำเฉลี่ยของธนาคารสี่แห่ง + 7% เป็นต้น ซึ่งในการโฆษณา คุณอาจได้เห็นตัวเลขผลตอบแทนที่สูงและน่าดึงดูดมาก แต่เมื่อถือๆ ไปหากอัตราที่ใช้อ้างอิงลดลง ผลตอบแทนที่ได้รับจะลดลงไปด้วย หรือในทางกลับกัน หากอัตราที่อ้างอิงสูงขึ้น คุณจะได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น แต่ต้องไม่ลืมว่าผู้ออกมีสิทธิซื้อคืนได้ตามเงื่อนไข และเหล่านี้คือ “ความไม่แน่นอน” ที่เพิ่มความเสี่ยงให้แก่หุ้นกู้ประเภทนี้
ผลตอบแทนสูง อันดับความน่าเชื่อถือในระดับคุณภาพดี ผนวกกับคำเชิญชวนของผู้ขาย คือปัจจัยที่ทำให้หลายคนตัดสินใจลงทุนได้โดยง่าย แต่ขอให้คุณแน่ใจก่อนว่าคุณได้ทำตามข้อต่อไปนี้ครบแล้ว
(1) คุณได้ทำแบบประเมินระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้แล้ว และผลที่ได้นั้นบอกว่าคุณสามารถซื้อหุ้นกู้รุ่นนี้ได้
(2) เงินที่จะนำมาลงทุนก้อนนี้เป็นเงินเย็น ไม่ได้กู้ยืมมา และคุณไม่มีภาระใดที่ต้องใช้เงินก้อนนี้ไปตลอดชีวิต
(3) คุณได้รับ “Fact Sheet” จากผู้ขาย และได้อ่านจนจบแล้วโดยไม่มีข้อสงสัย
(4) คุณเห็น “อันดับความน่าเชื่อถือ” ของทั้งหุ้นกู้และบริษัทผู้ออกแล้ว โดยเป็นอันดับที่ไม่เสี่ยงเกินไปสำหรับคุณ
(5) คุณทราบดีแล้วว่า หุ้นกู้นี้มีความไม่แน่นอนว่าจะถูกซื้อคืนเมื่อใด มีความไม่แน่นอนในการจ่ายดอกเบี้ย และอัตราดอกเบี้ยที่จะจ่ายก็มีความไม่แน่นอน (เช่น ลอยตัวและเป็นขั้นบันได) รวมทั้งคุณได้ทำความเข้าใจเงื่อนไขหรือเหตุของความไม่แน่นอนในแต่ละเรื่องแล้ว (ดูที่หัวข้อ “ลักษณะพิเศษและความเสี่ยงของตราสาร” ใน Fact Sheet หรือหนังสือชี้ชวน)
(6) คุณได้สอบถามวิธีขายคืนหุ้นกู้นี้ไว้แล้ว เผื่อกรณีที่จำเป็นต้องใช้เงิน เช่น ธนาคารที่เป็นตัวแทนขายหุ้นกู้นั้นรับซื้อคืนหรือไม่ คำนวณราคาอย่างไร และต้องเสียภาษีและค่าใช้จ่ายใดบ้าง
อย่าลงทุนในสิ่งที่คุณไม่รู้จัก ความไม่รู้คือความเสี่ยงสูงสุดในการลงทุน เมื่อมั่นใจว่ารู้จัก รับได้และตัดสินใจลงทุนแล้ว อย่าลืมติดตามข้อมูลข่าวสารของบริษัทและการเปลี่ยนแปลงอันดับความน่าเชื่อถือได้ที่ เว็บไซต์สำนักงาน ก.ล.ต. www.sec.or.th หรือที่สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย www.thaibma.or.th ค่ะ







