
เทมเพิลตันชูยุโรปมองตลาดหุ้นขาขึ้น
เทมเพิลตันชี้หุ้นสหรัฐแพงเกิน เชียร์ซื้อหุ้นยุโรปเผยทยอยเก็บหุ้นตลาดเกิดใหม่เอเชีย
เทมเพิลตันชี้หุ้นสหรัฐแพงเกิน เชียร์ซื้อหุ้นยุโรปเผยทยอยเก็บหุ้นตลาดเกิดใหม่เอเชีย
นายอลัน ชัว รองประธาน บริษัท เทมเพิลตัน แอสเซท แมเนจเม้นท์ (สิงคโปร์) เปิดเผยว่า ขณะนี้ราคาหุ้นสหรัฐถือว่าแพงแล้ว โดยราคาต่อกำไร (พี/อี) ปรับขึ้นมาทำสถิติสูงสุด ขณะที่ราคาหุ้นยุโรปอยู่ในระดับที่น่าสนใจลงทุน โดย พี/อี อยู่ในจุดต่ำสุดและมีโอกาสที่จะปรับเพิ่มขึ้นไปอยู่ในระดับเดียวกับสหรัฐได้
“ยุโรปกำลังจะดีขึ้น แม้ว่าจะถูกปรับลดอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจลงไป แต่ก็ยังอยู่ในทิศทางบวก นอกจากนี้ฐานะการคลังของหลายประเทศที่มีปัญหาก่อนหน้านี้เริ่มปรับตัวดีขึ้น เช่น กรีซและโปรตุเกส ในขณะที่ธนาคารกลางยุโรปยังมีศักยภาพที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้อีก” นายอลัน กล่าว
นายอลัน กล่าวอีกว่า เทมเพิลตันยังสนใจการลงทุนในตลาดเกิดใหม่ในทวีปเอเชีย เนื่องจากมูลค่าหุ้นอยู่ในระดับที่น่าสนใจ โดยเฉพาะหุ้นจีนที่มีโอกาสที่จะให้ผลตอบแทนที่ดีมาก หลังจากการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจในประเทศจีน แต่อาจจะยังไม่ใช่ในช่วง 12 ปีข้างหน้า
สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่น่าลงทุน ได้แก่ เภสัชกรรม สถาบันการเงิน และพลังงาน เนื่องจากมีศักยภาพในการเติบโต แต่ราคาอยู่ในระดับต่ำ
นายวิน พรหมแพทย์ หัวหน้ากลุ่มงานลงทุนและรองโฆษกสำนักงานประกันสังคม กล่าวเช่นกันว่า การลงทุนหุ้นสหรัฐฯ ควรรอให้มีการปรับฐานลงมาก่อน โดยนะดับราราที่น่ากลับไปลงทุน คือ ดัชนี S&P500 ต่ำกว่า 1,800 จุด เพราะขณะนี้ถือว่าราคาสูงแล้ว ขณะที่การลงทุนหุ้นในยุโรปจำเป็นต้องคัดเลือกหุ้นที่ดี
นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) วรรณ กล่าวว่า ในระยะสั้นตลาดหุ้นสหรัฐอาจจะปรับเพิ่มขึ้นได้อีก แม้ว่าราคาจะสูงเกินไปแล้ว เนื่องจากยังมีสภาพคล่องไหลเข้าไปลงทุนได้อีก เช่นเดียวกับตลาดหุ้นไทยที่แม้จะราคาแพงแล้วแต่ยังมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นได้ในระยะสั้น
“ในขณะที่ในฝั่งยุโรป แม้ว่าเศรษฐกิจจะไม่ดี แต่สำหรับตลาดหุ้นมีโอกาสที่จะปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากราคาค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับสหรัฐและปัจจัยพื้นฐานบริษัทจดทะเบียนน่าสนใจ ทางเทมเพิลตันเชื่อว่าหุ้นยุโรปจะดีกว่าหุ้นสหรัฐ เพราะฉะนั้นจึงให้น้ำหนักการลงทุนในยุโรปมากถึง 43% มากกว่าดัชนีมาตรฐานที่มีสัดส่วนหุ้นยุโรปเพียง 24%” นายวิน กล่าว
นอกจากนี้ ทางเทมเพิลตันสนใจลงทุนหุ้นตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย โดยเฉพาะจีนและเกาหลี จึงเพิ่มน้ำหนักการลงทุนมากกว่าดัชนีมาตรฐานและอยู่ระหว่างการทยอยซื้อหุ้นในตลาดเหล่านี้
ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 22-31 ต.ค.นี้ บลจ.วรรณ เตรียมเปิดขายกองทุนเปิดวรรณ โกลบอล อิควิตี้ ฟันด์ (ONEGLOBALEQ) มีนโยบายลงทุนหุ้นทั่วโลกผ่านกองทุน Templeton Global Fund ซึ่งเน้นลงทุนหุ้นคุณค่าเพื่อหวังผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว โดยมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงเต็มจำนวน
นายวิน กล่าวว่า สำหรับตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นมาอยู่ในจุดที่ต้องระวังแล้ว เพราะฉะนั้นจึงแนะนำการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ ซึ่งที่ผ่านมากองทุนของเทมเพิลตันให้ผลตอบแทนเหนือกว่าดัชนีมาตรฐานประมาณ 35% แต่ไม่เหมาะกับการลงทุนระยะสั้น แต่ควรลงทุนอย่างน้อย 35 ปี







