posttoday
‘FORTH’รวยพุ่งFSMARTเข้าเทรด

‘FORTH’รวยพุ่งFSMARTเข้าเทรด

15 ตุลาคม 2557

FORTH รวยเพิ่ม 1,530 ล้านบาท หลังดันลูก “ฟอร์ท สมาร์ท” เข้าตลาดหุ้นเทรดวันแรก เอ็ม เอ ไอ

FORTH รวยเพิ่ม 1,530 ล้านบาท หลังดันลูก “ฟอร์ท สมาร์ท” เข้าตลาดหุ้นเทรดวันแรก เอ็ม เอ ไอ

นายชัชวิน พิพัฒน์โชติธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น (FORTH) เปิดเผยว่า การนำบริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส (FSMART) ซึ่งเป็นบริษัทลูก เข้าจดทะเบียนและเข้าซื้อขายเป็นวันแรกในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2557 หลังขายไอพีโอจะเหลือถือหุ้น 45.75% หรือ 300 ล้านหุ้น และจะทำให้บริษัทมีสินทรัพย์ที่มีมูลค่าแฝงขึ้นเป็นประมาณ 1,530 ล้านบาท จากราคาหุ้น FSMART บนกระดานปิดที่ประมาณ 5.10 บาท/หุ้น เปรียบจากต้นทุนของราคา FSMART มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) ที่หุ้นละ 0.50 บาท และยืนยันว่าไม่มีแผนที่จะขายสัดส่วนการถือหุ้นลงมาอีก เพราะถือเป็นการลงทุนในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม เดิมถือหุ้นอยู่ 61% หลังขายไอพีโอสัดส่วนหุ้นลดลงมาเหลือ 45% แต่ก็ยังสามารถรับรู้กำไรจาก FSMART ตามสัดส่วนการถือหุ้น หรือประมาณปีละ 100 ล้านบาท จากที่ FSMART จะมีกำไรปีละ 250-300 ล้านบาท

นอกจากนี้บริษัทยังจะใช้ประโยชน์ส่งเสริมในการดำเนินธุรกิจจากการร่วมกับ FSMART ต่อยอดไปยังธุรกิจกับผู้บริโภค (B to C) จากเดิมที่ฐานธุรกิจเดิมของบริษัทจะเป็นธุรกิจกับรัฐบาล (B to G) ส่งผลให้ใช้ตู้บุญเติมขยายไปยังธุรกิจบริการชำระบิลค่าใช้จ่าย (เคาน์เตอร์เซอร์วิส) รวมถึงเป็นช่องทางจำหน่ายชำระสินค้าออนไลน์ ทั้งสินค้าเซตท็อปบ็อกซ์ (Set Top Box) ของบริษัทเอง หรือเป็นตัวแทนจำหน่ายและรับชำระเงินผ่านช่องทางออนไลน์จากสินค้าข้างนอกในอนาคต และยังใช้เป็นช่องทางทำธุรกิจสื่อโฆษณา ซึ่งมีแผนจะเริ่มในปี 2558 โดยธุรกิจสื่อโฆษณานี้น่าจะสร้างรายได้ประมาณ 2030 ล้านบาท/ปี

สำหรับรายได้ของบริษัทปีนี้จะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท มากกว่าแผนเดิมที่คาดว่าจะมีรายได้ 4,500 ล้านบาทเล็กน้อย เพราะมีรายได้จากการจำหน่ายกล่องเซตท็อปบ็อกซ์ที่จะเข้ามาสนับสนุน โดยตั้งเป้ายอดขายอย่างน้อย 1 ล้านกล่องในปีนี้

อย่างไรก็ตาม หลังนโยบายแจกคูปองออกมาชัดเจน ส่งผลให้เซตท็อปบ็อกซ์ที่ผลิตเสร็จในสต๊อกที่มี 3 แสนกล่อง มียอดจองเต็มจำนวน และอยู่ระหว่างสั่งผลิตเพิ่มเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ราคาหุ้น FSMART ปิดที่ 5.10 บาท เพิ่มขึ้น 2.60 บาท หรือ 104% ขณะที่ราคาหุ้นแม่ FORTH ปรับลดลงมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของราคาหุ้นที่ลดลงสูงสุดของวัน ปิดที่ 6.30 บาท ลดลง 0.55 บาท หรือ 8.03%

นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการ mai กล่าวว่า จำนวนบริษัทที่จะเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) ของ mai ในปี 2557 ถึงสิ้นปีน่าจะเพิ่มเป็น 1819 แห่ง หรือคิดเป็นมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท มากกว่าจำนวนสถิติสูงสุดใหม่เดิมในปี 2556 ที่ 15 แห่ง ขณะที่มีไอพีโอที่เข้าใหม่แล้วจากต้นปี 2557 ถึงปัจจุบันรวม 13 แห่ง

สำหรับมูลค่าการซื้อของ mai เฉลี่ยทั้งปี 2557 น่าจะเพิ่มเป็นประมาณวันละ 3,000 ล้านบาท จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณวันละ 2,700-2,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2556 ที่ประมาณวันละ 2,400 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเป็นผลจากที่ได้มีการขอความร่วมมือให้โบรกเกอร์ออกบทวิเคราะห์ครอบคลุมหุ้นใน mai มากขึ้น ปัจจุบันอยู่ที่จำนวนหุ้น 40 ตัว สิ้นปี 2557 น่าเพิ่มเป็น 50 ตัว ส่งผลให้นักลงทุนเข้าลงทุนซื้อขายในหุ้น mai มากขึ้น รวมถึงผลบวกจากการจัดงาน mai Forum ครั้งที่ผ่านมา

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท