
"กองทุนการออมฯ" จะอยู่หรือไปรมว.คลัง ต้องตัดสินใจ
หนึ่งในนโยบายเร่งด่วนที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กำลังจะเสนอให้ สมหมาย ภาษี รมว.คลัง ตัดสินใจภายในสิ้นปีนี้
โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ
หนึ่งในนโยบายเร่งด่วนที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กำลังจะเสนอให้ สมหมาย ภาษี รมว.คลัง ตัดสินใจภายในสิ้นปีนี้ คือ การพิจารณาว่าจะ “เดินหน้า” หรือจะ “ยุบเลิก” กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) หลังจากที่กองทุนดังกล่าวได้มีการผลักดันให้เป็น พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ 2554 ถือเป็นผลงานชิ้นสำคัญของ กรณ์ จาติกวณิช อดีต รมว.คลัง สมัยพรรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและได้ กิตติรัตน์ ณ ระนอง เป็นรองนายกฯ และ รมว.คลัง ก็ไม่มีการสานต่อเรื่องนี้ เนื่องจากไม่ต้องการสนับสนุนนโยบายพรรคฝ่ายค้าน จนมีผู้ที่เสียประโยชน์ฟ้องร้องให้ถอดถอนกิตติรัตน์ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากทำผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 170 เพราะไม่เดินหน้าตาม พ.ร.บ.การออมแห่งชาติ พ.ศ. 2554 ซึ่งกฎหมายดังกล่าวกำหนดให้ กอช.ต้องเปิดรับสมัครสมาชิกภายใน 1 ปี หลังกฎหมายมีผลบังคับใช้ หรือต้องเปิดรับสมาชิกตั้งแต่วันที่ 8 พ.ค. 2555 เป็นต้นไป
ขณะเดียวกัน รัฐบาลก่อนโดยกิตติรัตน์ ยังได้มีมติยุบรวม กอช.เข้ากับกองทุนประกันสังคม มาตรา 40 ซึ่งปัจจุบันมีคนเข้าเป็นสมาชิก 2-3 แสนรายแล้ว
มาวันนี้ เรื่องดังกล่าวถือว่ายังเป็นนโยบายที่คาราคาซัง ไม่มีข้อสรุปว่าจะยุบ กอช.หรือไม่ เพราะขณะนี้ กอช.เองยังเหลือคนที่ทำงานอยู่อีก 2 คน ซึ่งนั่งอยู่ในตึก สศค. ทั้งนี้เพื่อสร้างความชัดเจนให้กับผู้ปฏิบัติงานและกลุ่มเป้าหมายของ กอช. คือคนที่ทำงานอิสระและไม่เป็นสมาชิกกองทุนประกันสังคม ไม่มีบำเหน็จบำนาญ ไม่มีหลักประกันในชีวิต ซึ่งมีอยู่ราว 24 ล้านคน ทางกระทรวงการคลังจึงต้องตัดสินใจเรื่องนี้โดยด่วน
กฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสศค. เปิดเผยว่า สศค.เตรียมเสนอทางเลือกในการดำเนินโครงการ กอช. เพื่อเสนอให้สมหมายเร่งตัดสินใจว่าจะเดินหน้าโครงการดังกล่าวอย่างไร เนื่องจากเกรงว่าหากตัดสินใจล่าช้า รมว.คลัง อาจถูกฟ้องร้องได้เช่นเดียวกับที่กิตติรัตน์ถูกฟ้องร้องให้ถอดถอนออกจากตำแหน่งมาแล้ว
ทั้งนี้ สศค.จะเสนอแนวทางให้ รมว.คลัง พิจารณาเพื่อดูถึงข้อดีข้อเสีย ได้แก่ การเดินหน้า กอช.ต่อ โดยการตั้งสำนักงาน กอช. ตามแนวทางเดิมที่ได้เงินประเดิมจากรัฐบาล 1,000 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาเบิกไปแล้ว 200 ล้านบาท หรือดำเนินการต่อภายใต้ความร่วมมือกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ คือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารออมสิน เพื่อทำหน้าที่ในการเปิดรับสมาชิก รับและจ่ายเงินสมทบ เพื่อลดต้นทุนการทำงาน
ขณะที่รัฐบาลก่อนได้มีมติยุบรวม กอช.เข้ากับกองทุนประกันสังคม มาตรา 40 ซึ่งปัจจุบันมีคนเข้าเป็นสมาชิก 23 แสนราย สศค.อยู่ระหว่างการเปรียบเทียบต้นทุนการดำเนินงานว่า หากจะให้ประกันสังคมทำต่อเพราะเป็นงานที่ประกันสังคมทำอยู่แล้ว ทางกระทรวงการคลังจะต้องเสนอยกเลิก พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติต่อไป
“ต้องไปคุยกับ ธ.ก.ส.และออมสินว่า หากยอมรับเป็นแขนขาให้ กอช. ก็เท่ากับว่าจะได้ฐานลูกค้าจาก ธ.ก.ส.และออมสินมากกว่า 34 ล้านคน เพื่อให้แน่ใจว่าทำแล้วคุ้ม แล้วค่อยเขียนบทเฉพาะกาล ให้โอนงานจากประกันสังคมเข้ามา เพื่อให้คนที่สมัครไปก่อนได้สิทธิประโยชน์ตามมาตรา 40 เหมือนเดิม หรือถ้าเห็นแล้วว่าทำไปไม่คุ้ม ถ้าให้ประกันสังคมทำต่อ ก็ต้องยกเลิกกฎหมายฉบับนี้ต่อไป” กฤษฎา กล่าว
ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวถือเป็นอีกเรื่องเร่งด่วนที่กระทรวงการคลังต้องตีโจทย์ให้แตกว่า หากยังให้มี กอช.ต่อไปแล้ว จะมีการเดินหน้าหาสมาชิกเข้ากองทุนอย่างไรเพื่อให้คุ้มต้นทุนในการดำเนินงาน และจะมีวิธีการบริหารเงินอย่างไรเพื่อให้เกิดดอกออกผล แผนการบริหารที่ต้องเริ่มตั้งไข่หาทีมงานและผู้จัดการ กอช.คนใหม่ และที่สำคัญ การเมืองต้องมีเสถียรภาพเพื่อให้การเดินหน้าโครงการนี้ยังเดินต่อได้ตลอดรอดฝั่ง แต่หากเห็นว่า กอช.ยังมีความเสี่ยงที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ เพราะเป็นการออมภาคสมัครใจนั้น การดึง กอช.ไปฝากไว้กับประกันสังคม ก็อาจเป็นทางออกที่เหมาะสมก็เป็นได้







