posttoday
ใส่ใจกันสักนิด...เมื่อชีวิตผู้ติดกับเทคโนโลยี

ใส่ใจกันสักนิด...เมื่อชีวิตผู้ติดกับเทคโนโลยี

15 ตุลาคม 2557

ปัจจุบันสมาร์ทโฟนกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในชีวิตประจำวันของคนไทย และมีระดับราคาหลากหลายทำให้ผู้บริโภคสามารถจับจองเป็นเจ้าของกันได้ง่ายขึ้น ไม่น่าเชื่อว่าในช่วงไม่กี่ปีมานี้ จำนวนสมาร์ทโฟนในไทยเพิ่มสูงขึ้นมากว่า 12.8 ล้านเครื่อง และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งความนิยมนี้มาจากการที่ผู้บริโภคมีประสบการณ์ในการใช้สมาร์ทโฟนมากขึ้นและดีขึ้นตามลำดับ ประกอบกับความพร้อมของระบบเครือข่าย 3จี และ 4จี ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรับส่งข้อมูล ส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคนี้เปลี่ยนแปลงไป หรืออาจจะเรียกได้ว่าโทรศัพท์มือถือกลายเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง จากเดิมที่เราใช้สมาร์ทโฟนเพื่อแชตหรือการสืบค้นข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ นอกเหนือจากการติดต่อสื่อสารปกติ กลายมาเป็นใช้เวลาส่วนใหญ่กับมือถือ เพราะสามารถเชื่อมต่อเข้ากับอินเทอร์เน็ตได้ทุกที่ทุกเวลา และมีประสิทธิภาพสูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผู้ใช้รู้สึกสะดวกและคล่องตัวมากขึ้น เรียกได้ว่าเราสามารถทำทุกอย่างได้บนมือถือตั้งแต่ตื่นนอนจนจบวัน ตั้งแต่ใช้เป็นนาฬิกาปลุก ทำงาน เช็กอีเมล ช็อปปิ้ง หรือสร้างความบันเทิงจากการเล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง ถ่ายรูป เล่นโซเชียลเน็ตเวิร์ก จนกระทั่งเปิดเพลงกล่อม

ปัจจุบันสมาร์ทโฟนกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในชีวิตประจำวันของคนไทย และมีระดับราคาหลากหลายทำให้ผู้บริโภคสามารถจับจองเป็นเจ้าของกันได้ง่ายขึ้น ไม่น่าเชื่อว่าในช่วงไม่กี่ปีมานี้ จำนวนสมาร์ทโฟนในไทยเพิ่มสูงขึ้นมากว่า 12.8 ล้านเครื่อง และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งความนิยมนี้มาจากการที่ผู้บริโภคมีประสบการณ์ในการใช้สมาร์ทโฟนมากขึ้นและดีขึ้นตามลำดับ ประกอบกับความพร้อมของระบบเครือข่าย 3จี และ 4จี ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรับส่งข้อมูล ส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคนี้เปลี่ยนแปลงไป หรืออาจจะเรียกได้ว่าโทรศัพท์มือถือกลายเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง จากเดิมที่เราใช้สมาร์ทโฟนเพื่อแชตหรือการสืบค้นข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ นอกเหนือจากการติดต่อสื่อสารปกติ กลายมาเป็นใช้เวลาส่วนใหญ่กับมือถือ เพราะสามารถเชื่อมต่อเข้ากับอินเทอร์เน็ตได้ทุกที่ทุกเวลา และมีประสิทธิภาพสูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผู้ใช้รู้สึกสะดวกและคล่องตัวมากขึ้น เรียกได้ว่าเราสามารถทำทุกอย่างได้บนมือถือตั้งแต่ตื่นนอนจนจบวัน ตั้งแต่ใช้เป็นนาฬิกาปลุก ทำงาน เช็กอีเมล ช็อปปิ้ง หรือสร้างความบันเทิงจากการเล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง ถ่ายรูป เล่นโซเชียลเน็ตเวิร์ก จนกระทั่งเปิดเพลงกล่อมก่อนนอน เป็นต้น

ผมเชื่อว่า ตอนนี้คนไทยจำนวนไม่น้อยมีอาการติดสมาร์ทโฟนกันอย่างหนัก ต้องพกติดตัวไปทุกที หรือวางให้อยู่ในระยะที่สามารถหยิบฉวยได้ตลอดเวลา แต่หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบว่าอาการติดจอสมาร์ทโฟนส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพของผู้ใช้งานได้ เนื่องจากการใช้งานของสมาร์ทโฟนมีความแตกต่างจากการใช้โทรศัพท์ธรรมดา เพราะนอกจากเราจะต้องใช้นิ้วกดตัวอักษรมากขึ้น โดยเฉพาะนิ้วโป้งทั้งสองข้าง ที่ต้องงอและเกร็งนิ้วไว้เกือบตลอดเวลา การกดลักษณะนี้บ่อยๆ อาจส่งผลให้เป็นโรคกลุ่มอาการอักเสบของเอ็นข้อมือจนทำให้เกิดอาการนิ้วโป้งล็อก การถือสมาร์ทโฟนเป็นเวลานานขณะใช้งาน ยังอาจส่งผลให้เกิดอาการปวดบ่าและคอได้อีก เนื่องจากกล้ามเนื้อบ่าจะเกร็งค้างเป็นเวลานาน แถมสมาร์ทโฟนบางรุ่นก็มีขนาดเล็ก ซึ่งแน่นอนว่าตัวอักษรก็มีขนาดเล็กด้วย ทำให้หลายคนจึงต้องก้มคอเพื่อให้มองดูตัวอักษรหรือหน้าจอได้ถนัดขึ้น ส่งผลทำให้กล้ามเนื้อคอและสายตาต้องทำงานอย่างหนัก

สมาร์ทโฟนอาจเป็นเครื่องมือที่ทำให้รู้สึกเพลิดเพลิน สะดวกสบาย ใช้งานง่าย รับข่าวสารได้รวดเร็วทันใจ และช่วยลดภาระการทำงานของเราได้มาก แต่คุณประโยชน์เหล่านี้ก็อาจเป็นดาบสองคมได้เช่นกัน จากการที่เรารับส่งข้อมูลผ่านสมาร์ทโฟนบ่อยๆ อาจส่งผลต่อสมาธิในการทำงาน เพราะทุกครั้งที่มีการแจ้งเตือนเข้ามา เราย่อมสงสัยว่าข้อมูลนั้นคืออะไร สำคัญหรือไม่ ทำให้ต้องหยิบมาเปิดดูและตอบสนองกับข้อมูลนั้นทันที จนก่อให้เกิดความเครียดและการตึงตัวของกล้ามเนื้อโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกล้ามเนื้อบ่า ไหล่และคอ รวมถึงอาจทำให้หายใจติดขัด ซึ่งความเครียดต่างๆ เหล่านี้ ก่อให้เกิด 5 โรคฮิตของคนติดจอสมาร์ทโฟน ที่ทางสถาบันสื่อเด็กและเยาวชนได้นำข้อมูลอธิบายไว้ ก็คือ โรคซึมเศร้าจากเฟซบุ๊ก โรคละเมอแชต โรควุ้นในตาเสื่อม โรคโนโมโฟเบีย หรือโรคกลัวไม่มีมือถือใช้ และโรคสมาร์ทโฟนเฟซ ที่ทำให้ใบหน้าดูผิดแปลกไป เนื่องจากก้มลงมองหน้าจอสมาร์ทโฟนเป็นเวลานานเกินไป

ชั่วโมงนี้ผมคิดว่าคงเป็นเรื่องยากสำหรับใครหลายคน ถ้าจะลด ละ หรือหลีกเลี่ยงการใช้สมาร์ทโฟน เพราะสังคมปัจจุบันข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือความบันเทิง ทุกอย่างล้วนส่งผ่านสื่อออนไลน์ทั้งสิ้น ด้วยเหตุนี้ เราจึงควรเรียนรู้วิธีการใช้สมาร์ทโฟน เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดและห่างไกลจากอาการบาดเจ็บมากที่สุด ในวันนี้ผมจึงขอใช้พื้นที่นี้แชร์ข้อมูลดีๆ ที่ผมได้อ่านเจอจากหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง เพื่อให้ทุกท่านได้ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟน อย่างปลอดภัยเพื่อสุขภาพที่ดีของเรากันครับ โดยเริ่มต้นจาก 1) ใช้งานพิมพ์ด้วยนิ้วมือเท่าที่จำเป็น หากจำเป็นต้องพิมพ์มากให้ใช้อุปกรณ์แป้นพิมพ์หรือพิมพ์ผ่านทางคอมพิวเตอร์ 2) ใช้การพูดผ่านทางโทรศัพท์ หรือข้อความเสียง แทนการพิมพ์ 3) หลีกเลี่ยงการใช้งานที่ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน หากมีความจำเป็นอาจหยุดพักบ้างเพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อและสายตา 4) ขณะใช้งาน ควรยกสมาร์ทโฟนให้สูงขึ้นเพื่อลดการก้มคอและศีรษะ โดยอาจใช้หมอนหรือกระเป๋ารองแขนเพื่อลดการเกร็งตัวของบ่า 5) หากต้องการใช้สมาร์ทโฟนเพื่อทำงาน ควรปิดการสื่อสารชั่วคราว หรืออาจกำหนดให้เหลือแค่การรับสายโทรศัพท์ เพื่อลดการดึงความสนใจเมื่อมีการแจ้งเตือนต่างๆ เข้ามา และสุดท้าย 6) ขณะพัก ให้ทำการยืดเหยียดนิ้วและแขนให้สุด สลับกับการกำมือแน่นๆ ช้าๆ สัก 10 ครั้ง หรืออาจทำการนวดคลายกล้ามเนื้อและเอ็นด้วยตนเองบ้าง

เมื่อโลกเราไม่หยุดที่จะพัฒนา และเทคโนโลยีได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต การเรียนรู้และรู้จักที่จะใช้เทคโนโลยีให้ถูกวิธีก็เป็นสิ่งสำคัญที่เราควรให้ความใส่ใจ โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่ส่งผลต่อสุขภาพกายและใจ แม้วันนี้หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่ก็ไม่ให้อยากทุกท่านมองข้ามนะครับ สุขภาพที่ดีเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของทุกสิ่ง อย่าละเลยที่จะดูแลตัวเองและคนรอบข้างกันนะครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท