posttoday
‘เบอร์ลี่’โกรทสต๊อก

‘เบอร์ลี่’โกรทสต๊อก

14 ตุลาคม 2557

ซื้อเมโทรฯเสร็จรายได้ตปท.เพิ่มถึง50%รุกซื้อกิจการอีกเยอะทำใจอดเงินปันผล

ซื้อเมโทรฯเสร็จรายได้ตปท.เพิ่มถึง50%รุกซื้อกิจการอีกเยอะทำใจอดเงินปันผล

เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ ผ่านฉลุย ซื้อเมโทรฯ ดันรายได้ต่างประเทศเพิ่มเป็น 50% เร็วกว่าแผนตั้ง 3 ปี

วันที่ 13 ต.ค. 2557 ที่ประชุมผู้ถือหุ้นบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) มีมติอนุมัติให้ซื้อกิจการเมโทร แคช แอนด์ แคร์รี่ เวียดนาม ลิมิเต็ด จากบริษัท เมโทร แคช แอนด์ แคร์รี่ อินเตอร์เนชั่นแนล มูลค่ากิจการ 28,370 ล้านบาท หรือ 655 ล้านยูโร รวมถึงการเพิ่มทุนจดทะเบียนอีก 392,434,444 บาท เป็นกว่า 2,014 ล้านบาท

นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ เปิดเผยว่า การซื้อกิจการเมโทร แคชฯ จะทำให้บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 50% จากปัจจุบันมีสัดส่วนประมาณ 21% นับว่าเร็วกว่าแผนที่วางไว้ว่าจะใช้เวลา 5 ปี โดยผ่านมาเพียง 2 ปี ก็ทำได้ตามเป้าหมายแล้ว

ทั้งนี้ การซื้อกิจการครั้งนี้น่าจะเสร็จกลางปี 2558 และจะสามารถรับรู้รายได้เต็มปี 2559 ส่งผลให้รายได้ในปี 2559 เติบโตขึ้นประมาณ 50% จากปัจจุบันที่มีรายได้ประมาณ 4 หมื่นล้านบาท ขณะที่เมโทรฯ จะมีรายได้ 2 หมื่นล้านบาท/ปี

นายอัศวิน ยอมรับว่า การซื้อกิจการเมโทรฯ จะมีผลกระทบต่อการจ่ายเงินปันผลของบริษัทในระยะสั้นในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า เพราะจะต้องมีภาระดอกเบี้ยจ่ายในการเข้าซื้อกิจการ รวมถึงบริษัทยังอยู่ในช่วงของการปรับตัวหลังจากซื้อเมโทรฯ ด้วย เนื่องจากว่าธุรกิจนี้ยังมีผลการดำเนินงานขาดทุน คาดว่าจะใช้เวลา 2-3 ปี เพื่อให้ธุรกิจมีรายได้ถึงจุดคุ้มทุน โดยแผนจะใช้วิธีการปรับปรุงสาขาเดิมที่ปัจจุบันมีอยู่ 19 สาขา หรือการเปิดสาขาใหม่ แต่ยังไม่มีข้อสรุปเรื่องการลงทุน

นอกจากนั้น บริษัทก็มีการซื้อกิจการในต่างประเทศเพิ่มเติม โดยยังให้ความสำคัญอยู่ในประเทศอาเซียน ได้แก่ ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ดังนั้นจึงยังไม่สามารถ ระบุได้ว่าจะทำให้สัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็นเท่าไร

“อนาคต ท่านประธานเจริญ สิริวัฒนภักดี ต้องการให้เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ มีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดในอาเซียน ซึ่งการเติบโตของประเทศในกลุ่มนี้มีการเชื่อมโยงทั้งหมดหลังเปิดเออีซี ส่วนการเลือกใช้วิธีการซื้อกิจการเป็นการลดเวลาในการเรียนรู้ของธุรกิจ และสร้างการเติบโตได้เร็ว” นายอัศวิน กล่าว

สำหรับแหล่งเงินลงทุนนั้น ปัจจุบันได้รับวงเงินระยะสั้นจำนวน 675 ล้านยูโร จากธนาคารเอชเอสบีซี และมิตซุยโฮ ดอกเบี้ยต่ำกว่า 1% ต่อปี และเงินจากการเพิ่มทุนที่ได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้นให้กับผู้ถือหุ้นเดิม มูลค่า 1.6 หมื่นล้านบาท นำไปชำระหนี้ระยะสั้นเพื่อลดภาระดอกเบี้ย ส่วนหนี้ที่เหลืออีก 1.2 หมื่นล้านบาท บริษัทจะพิจารณาเงินกู้จากหลายแห่ง

นอกจากนั้น กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่คือ ทีซีซี โฮลดิ้ง ที่ถือหุ้นในสัดส่วนประมาณ 73% ยืนยันจะใส่เงินเพิ่มทุนเต็มจำนวน และพร้อมใช้สิทธิซื้อหุ้นเกิน

ขณะเดียวกันเมโทรฯ ยังช่วยเสริมการดำเนินธุรกิจในเวียดนามให้ครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ จากปัจจุบันบริษัทมีธุรกิจโรงงานผลิตทั้งบรรจุภัณฑ์ แก้วและกระป๋อง และทิชชู่ และธุรกิจค้าปลีกเดิม เมโทรฯ จะมีช่องทางในการกระจายสินค้าได้ดีขึ้นจากคลังสินค้าขนาดใหญ่ที่มีอยู่ 2 แห่ง และยังมีฐานลูกค้าอีกประมาณ 9 แสนรายในเวียดนาม ส่งผลให้เพิ่มอำนาจในการต่อรองเจรจากับคู่ค้า และบริษัทยังมีส่วนแบ่งตลาดของธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งในเวียดนามเพิ่มขึ้นเป็นอันดับ 2

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท