
เงินฝากซบยาว 2 ปี ผลตอบแทนไม่คุ้ม คนแห่ลงทุนเอง
ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ธนาคารพาณิชย์ต่างชะลอการรับเงินฝากให้สอดคล้องกับสินเชื่อที่ไม่เติบโตตามภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา
โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิติวงศ์
ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ธนาคารพาณิชย์ต่างชะลอการรับเงินฝากให้สอดคล้องกับสินเชื่อที่ไม่เติบโตตามภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา ทำให้ตัวเลขเงินฝากธนาคารพาณิชย์ 8 เดือนแรกเติบโตในอัตราที่ชะลอตัวลง
รายงานจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เกี่ยวกับเงินรับฝากของธนาคารพาณิชย์ พบว่า ในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ ตั้งแต่เดือน ม.ค.-ส.ค. เงินฝากธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบอยู่ที่ 11.2 ล้านล้านบาท ขยายตัวเพียง 1.3% จากสิ้นปีที่แล้ว โดยเติบโตในอัตราชะลอตัวลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขยายตัวถึง 5.6%
หลังจากสถานการณ์เศรษฐกิจมีความชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะนโยบายการลงทุนของภาครัฐ ที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะต่อไป ทำให้ธนาคารพาณิชย์เริ่มระดมเงินฝากอีกครั้งตั้งแต่ช่วงกลางปีนี้เป็นต้นมา เพื่อรองรับการปล่อยสินเชื่อที่จะขยายตัวตาม
อย่างไรก็ตาม การระดมเงินฝากยังไม่ค่อยเห็นผลชัดเจน เพราะในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนั้น นอกจากจะเป็นช่วงเทศกาลวันหยุดยาวที่มีการเดินทางและจับจ่ายใช้สอยคึกคักที่สุดของปีแล้ว ธนาคารยังต้องเผชิญการแข่งขันกับผลิตภัณฑ์เพื่อการลงทุนสำหรับการลดหย่อนภาษีในช่วงโค้งสุดท้ายอีกด้วย
ดุษณี เกลียวปฏินนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผลิตภัณฑ์การออมและสินเชื่อมีหลักประกัน สายธุรกิจรายย่อย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ระบุว่า ภาพรวมเงินฝากค่อนข้างทรงตัว เนื่องจากมีเงินฝากไหลออกไปยังผลิตภัณฑ์การลงทุนที่มีผลตอบแทนสูงกว่าตั้งแต่ช่วงกลางปี
นอกจากนี้ ในช่วงไตรมาสสุดท้ายเริ่มมีการโยก เงินฝากไปยังกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (แอลทีเอฟ) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (อาร์เอ็มเอฟ) ซึ่งเป็นไปตามฤดูกาลเพื่อนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษี อีกด้วย ทำให้เงินฝากยังนิ่ง โดยเงินฝากของธนาคารเดือน ส.ค. 2557 อยู่ที่ 1.7 แสนล้านบาท ลดลงจากสิ้นเดือน มิ.ย. 2557 ซึ่งอยู่ที่ 1.92 แสนล้านบาท
“ปกติเงินฝากทั้งระบบจะเติบโตไม่สูง เฉลี่ยปีละ 56% แต่ปีนี้อาจจะชะลอลงบ้างจากดอกเบี้ยเงินฝากค่อนข้างต่ำ เพราะแบงก์ไม่แข่งขันระดมเงินช่วงต้นปี เงินฝากก็ไหลออกไปยังผลิตภัณฑ์การลงทุนที่มีทางเลือกมากมาย ภาพรวมเงินฝากทั้งระบบจึงค่อนข้างทรงตัว” ดุษณี กล่าว
ทั้งนี้ คาดว่าแนวโน้มภาวะเงินฝากชะลอตัวจะยังมีต่อเนื่องไปจนถึงปี 2559 เพราะเกณฑ์การลดค้ำประกันเงินฝากของสถาบันคุ้มครองเงินฝากจาก 50 ล้านบาท เหลือ 25 ล้านบาท จะเริ่มมีผลในเดือน ส.ค. 2558 ก่อนจะลดการค้ำประกันลงอีกเหลือเพียง 1 ล้านบาท/คน/ธนาคาร ในเดือน ส.ค. 2559
การลดค้ำประกันเงินฝากยิ่งมีผลให้เงินฝากไหลออกไปยังผลิตภัณฑ์ลงทุนอื่นมากขึ้น หรือมีความเคลื่อนไหวมากขึ้นระหว่างธนาคารเพื่อหาผลตอบแทน หรือข้อเสนอที่ดีกว่า ซึ่งสะท้อนว่าความดุเดือดของการชิงเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ก็จะทวีความรุนแรง ต่อเนื่องเช่นกัน
ดุษณี ระบุว่า รูปแบบการแข่งขันเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ปีหน้า จะเป็นการช่วงชิงลูกค้าเงินฝากรายย่อยระดับบน (เวลธ์ แมเนจเม้นท์) เพราะตามเกณฑ์บาเซิล 3 แล้ว เงินฝากของบุคคลธรรมดาจะมีน้ำหนักต่อเงินกองทุนดีกว่าเงินฝากจากกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่
ดังนั้น ปีหน้าจะเห็นเงินฝากอัตราดอกเบี้ยพิเศษ (พรีเมียม) อีกทั้งผลจากการดูดเงินฝากของธนาคาร จะทำให้เกิดผลิตภัณฑ์เงินฝากรูปแบบใหม่ๆ ที่ซับซ้อนมากขึ้นมาเป็นทางเลือกแก่ฐานลูกค้ารายย่อย จากเดิมจะมีอยู่เฉพาะกลุ่มลูกค้าเงินฝากคอร์ปอเรตเท่านั้น
ชัยณรงค์ เอื้อสิทธิชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานกลยุทธ์และผลิตภัณฑ์รายย่อย ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ธนาคารเร่งระดมเงินฝากในช่วงนี้ เพื่อรักษาระดับสัดส่วนการปล่อยสินเชื่อต่อเงินฝาก ไม่ให้ตึงตัวมากเกินไป หลังจากชะลอการออกเงินฝากเมื่อต้นปี แต่ยอมรับว่า ช่วงนี้ภาวะการแข่งขันสูง ไม่เฉพาะการแข่งขันในสถาบันการเงิน แต่ยังมี ตราสาร เช่น พันธบัตร หรือหุ้นกู้ ที่ดูดเงินออกไปก่อนหน้านี้ ทำให้ธนาคารจำเป็นต้องใช้กลยุทธ์ด้านราคาที่จูงใจให้ลูกค้ากลับมาสนใจเงินฝากอีกครั้ง
เห็นได้ชัดว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้เงินฝากชะลอตัว เนื่องจากในตลาดเงินมีทางเลือกของการลงทุนเพิ่มขึ้นมาก สำหรับทั้งผู้ที่เสี่ยงน้อยถึงเสี่ยงมาก จึงเป็นสิ่ง ท้าทายของบรรดาธนาคารในระบบที่ต้องแข่งขันด้านราคา เพื่อรักษาระดับเงินฝากไม่ให้ลดลงและให้ สอดคล้องสินเชื่อ แต่อีกนัยหนึ่ง ก็ถือเป็นประโยชน์ แก่ประชาชนที่ยังชื่นชอบการฝากเงิน ที่จะมีทางเลือกสำหรับผลตอบแทนที่ดีที่สุด







