
ททท.กำชับแผนท่องเที่ยววิถีไทย10เมืองห้ามพลาด
กระทรวงการท่องเที่ยวฯทำป่วนขอเพิ่ม 2 จังหวัด หลังททท.โหมโรงประชาสัมพันธ์กว่า 4 เดือน
กระทรวงการท่องเที่ยวฯทำป่วนขอเพิ่ม 2 จังหวัด หลังททท.โหมโรงประชาสัมพันธ์กว่า 4 เดือน
แหล่งข่าวจากวงการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวตลาดในประเทศและตลาดต่างประเทศ ภาครัฐส่วนจังหวัด เช่น องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) องค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) ทั้ง 10 จังหวัด และผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)ได้ประสานความร่วมมือวางแผนกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว พร้อมวางแผนการโฆษณาประชาสัมพันธ์โครงการ 10 เมืองต้องห้ามพลาด ได้แก่ จ.ลำปาง เพชรบูรณ์ บุรีรัมย์ เลย สมุทรสงคราม ราชบุรี ตราด จันทบุรี ตรังและชุมพร เกิดความสับสนอย่างหนักว่าททท.จะดำเนินการต่อหรือไม่ เพราะไม่มีความคืบหน้าเกิดขึ้น
ทั้งนี้เนื่องจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้สั่งชะลอโครงการ พร้อมเตรียมประสานงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดใหม่อีกครั้ง เนื่องจากต้องการปรับเพิ่มรายชื่อจังหวัดใหม่ อีก 2 จังหวัด ได้แก่ น่านและนครศรีธรรมราช พร้อมเปลี่ยนชื่อโครงการใหม่เป็น 12 เมืองดาวรุ่ง ตามแนวคิดของนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยว สร้างความสับสนให้กับผู้ดำเนินการ เพราะแผนกระตุ้นการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศได้วางแผนและวางกำหนดระยะเวลาไว้ล่วงหน้าแล้ว
“ททท.เตรียมเปิดแคมเปญนี้ เพื่อเริ่มกระตุ้นตลาดในประเทศในเดือนพ.ย.นี้ รวมถึงได้โฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อตลาดในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสร้างการรับรู้ให้กับนักท่องเที่ยวกว่า 4 เดือนล่วงหน้า เมื่อเกิดการปรับเปลี่ยนขึ้น ทำให้บริษัททัวร์เกิดความสับสนว่าหน่วยงานที่ทำหน้าที่การตลาดต้องการให้มีทิศทางใด” แหล่งข่าว กล่าว
นอกจากนี้ผลกระทบที่เกิดขึ้น ทำให้สำนักงานททท.ประเทศญี่ปุ่น ได้รับแจ้งว่า บริษัททัวร์ญี่ปุ่น 10 แห่ง ในเมืองที่ททท.ทำการตลาด เริ่มชะลอการจำหน่ายแพ็กเกจทัวร์ 10 เมืองต้องห้ามพลาด เพื่อรอทิศทางที่ชัดเจนจากภาครัฐ ส่วนบริษัททัวร์ในประเทศเริ่มเคลื่อนไหวในเรื่องดังกล่าว
แหล่งข่าว กล่าวว่า ททท.อยู่ระหว่างการทบทวนแคมเปญ รวมถึงการนำเสนอสินค้าทางการท่องเที่ยว 12 เดือน ให้สอดคล้องกับนโยบายรมว.การท่องเที่ยวฯคนใหม่ เบื้องต้นแผนงานต่างๆมีความล่าช้า เพราะเกณฑ์คัดเลือกเมืองรองท่องเที่ยวที่เตรียมส่งเสริมคือ จังหวัดนั้นต้องมีนักท่องเที่ยวไม่ถึง 2 ล้านคน รวมถึงมีโรงแรมห้องพักสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้มากกว่า 2-3 ล้านคน ขณะที่จ.น่านเป็นเมืองที่คนไทยรู้จักและติดตามการท่องเที่ยวอยู่แล้ว แต่ปัจจุบันจำนวนห้องพักและโรงแรมมีปริมาณน้อย หากททท.ส่งเสริมอาจทำให้โครงสร้างพื้นฐานด้านสารธณูปโภคไม่สามารถรองรับการเดินทางของนักท่องเที่ยวได้ ส่วนจ.นครศรีธรรมราช ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวกว่า 2.3 ล้านคน
อย่างไรก็ตามเอกชนท่องเที่ยวมองว่ากระทรวงการท่องเที่ยวฯไม่ควรทำงานซ้ำซ้อนกับททท. ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการตลาดที่วางแผนการตลาดไม่ล่วงหน้า ซึ่งขณะนี้ภาคการท่องเที่ยวต้องการแผนกระตุ้นการเดินทางตลาดในประเทศอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ทันต่อฤดูกาลท่องเที่ยว(ไฮซีซัน) นี้ การปรับเปลี่ยนแผนงานเรื่องเล็กน้อยจะสร้างความเสียหายและไม่ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในภาพรวม







