'ข้าวเหนียวมะม่วง' สู่นวัตกรรมเครื่องดื่มขนมไทย
“ข้าวเหนียวมะม่วง” เมนูของหวานยอดนิยมของคนไทย ซึ่งถือได้ว่าเป็นขนมไทยที่ใครๆ ก็รู้จัก
โดย...ทีมข่าวธุรกิจติดดาวโพสต์ทูเดย์
“ข้าวเหนียวมะม่วง” เมนูของหวานยอดนิยมของคนไทย ซึ่งถือได้ว่าเป็นขนมไทยที่ใครๆ ก็รู้จัก และยังสามารถทำรับประทานได้เองง่ายๆ เพียงแค่นำข้าวเหนียวมามูนกับหัวกะทิ คลุกเคล้าเข้ากับน้ำตาลทรายขาว ผสมเกลือป่นลงไปเล็กน้อย จากนั้นก็จัดใส่จานรับประทานคู่กับมะม่วงสุก โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่เป็นฤดูของการผลิดอกออกผลมะม่วงในบ้านเรา เมนูทั้งของคาวของหวานที่ทำมาจากมะม่วงจึงหารับประทานได้ง่ายกว่าช่วงฤดูอื่นๆ
ด้วยเหตุนี้จึงมีการคิดค้นนวัตกรรมที่เน้นเรื่องความสะดวกรวดเร็ว โดยการนำเอา “ข้าวเหนียวมะม่วง” มาวิจัยและพัฒนา แปรรูปออกมาเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่ไม่เหมือนใคร แถมยังคงรสชาติที่อร่อยหวานกลมกล่อมใกล้เคียงกับของหวานอย่าง “ข้าวเหนียวมะม่วง” จริงๆ
คณานันต์ ตั้งสัมพันธ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอราวัณฟู้ด ผู้ผลิตและจำหน่ายผัก ผลไม้ และกะทิบรรจุกระป๋อง รวมถึงเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของผลไม้ไทย ส่งขายทั้งในและต่างประเทศมากว่า 60 ปี ได้ร่วมกับทางสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม ในโครงการ “เสริมสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจแก่อุตสาหกรรมอาหารและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่คุณค่าอาหารของไทย หรือ Thailand Food Forward” ได้ช่วยกันคิดค้นพัฒนานวัตกรรมความอร่อยในรูปแบบของผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม ที่เน้นรสชาติของขนมไทยไปเปิดตลาดโลก เจาะกลุ่มผู้บริโภคหลักที่ประเทศจีนและฮ่องกง
เริ่มด้วยกรรมวิธีการผลิตที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ คัดสรรรสชาติความอร่อยเหมือนกับว่าได้รับประทานข้าวเหนียวมะม่วงในรูปแบบของหวาน ซึ่งจะมีกลิ่นหอมของมะม่วงคลุกเคล้ากับน้ำกะทิ และรสชาติหวานมันลงตัว ถือเป็นการสร้างคุณค่าให้กับอุตสาหกรรมอาหารของไทยที่ตอบสนองความต้องการของโลก อันจะส่งผลถึงภาคการค้าของไทยในการขยายตลาด รักษาคุณภาพและรสชาติอาหารด้วยการผลิตที่ได้มาตรฐานให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
“ในส่วนของสถาบันอาหารก็ถือว่ามีความสำคัญที่สุด ที่ได้เข้ามาช่วยทั้งในด้านของตัวผลิตภัณฑ์ การรับรองระบบการผลิต รวมถึงการเข้ามาช่วยในด้านต่างๆ ทั้งรูปแบบบรรจุภัณฑ์ รวมไปถึงด้านการตลาด รสชาติ และสูตรเราก็พัฒนาร่วมกัน ในส่วนของเทคนิคที่สูงขึ้นไปอีก ทางเอราวัณฟู้ดก็จะขอคำแนะนำจากทางสถาบันอาหาร” คณานันต์ กล่าว
สำหรับทิศทางการตลาดจะเน้นตลาดประเทศจีนและฮ่องกง โดยคาดการณ์ว่าจะสามารถวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มรสข้าวเหนียวมะม่วงได้ในช่วงต้นปี 2558 ส่วนตลาดในประเทศไทยเป็นแผนในลำดับต่อไป เน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เป็นชาวจีนและฮ่องกงที่อยู่ในประเทศไทย โดยจากการลงพื้นที่สำรวจตลาดผู้บริโภคกลุ่มฐานลูกค้าเดิมของเอราวัณฟู้ด ทั้งในประเทศจีนและฮ่องกง ซึ่งเป็นผู้บริโภคที่นิยมดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกะทิ พบว่า ของหวาน ขนมไทย เป็นที่นิยมของลูกค้าทั้งในประเทศจีนและฮ่องกง
ขณะที่การใช้ชีวิตประจำวันที่ค่อนข้างเร่งรีบในสังคมเมืองของกลุ่มผู้บริโภค ทำให้เกิดแนวความคิดที่ว่าจะปรับปรุงสินค้าอย่างไรให้ตอบโจทย์กับกลุ่มผู้บริโภคหลักของบริษัทมากที่สุด จึงได้มีการคิดค้นนวัตกรรมเครื่องดื่มรส “ข้าวเหนียวมะม่วง” ที่มีส่วนผสมของเนื้อมะม่วงสุกคุณภาพดีรสชาติกลมกล่อมออกมาสู่ตลาดสินค้าระดับโลก โดยทางเอราวัณฟู้ด เป็นผู้ส่งออกกะทิและมะม่วงบรรจุกระป๋องอยู่แล้ว จึงได้นำสินค้าที่มีอยู่มาพัฒนาเป็นนวัตกรรมเครื่องดื่มรสชาติขนมไทยไปสู่ตลาดระดับสากล
คณานันต์ กล่าวอีกว่า เอราวัณฟู้ดเริ่มต้นมาจากการทำธุรกิจครอบครัวเล็กๆ ดองผักเพื่อยืดอายุอาหารในปี 2494 และพยายามพัฒนามาโดยต่อเนื่องทั้งตัวผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ จนถึงปัจจุบันสินค้าของเอราวัณฟู้ดมีความหลากหลายมากขึ้น โดยสินค้าจะมีจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศมากว่า 50 ประเทศทั่วโลก ทั้งยุโรป อเมริกา และออสเตรเลีย
ในส่วนของโซนเอเชีย มีจำหน่ายอยู่ที่ประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น ส่วนโซนอาเซียนก็จะมีจำหน่ายในประเทศอินโดนีเซีย เวียดนาม พม่า กัมพูชา และอีกหลายประเทศ ภายใต้เครื่องหมายการค้า “ช้างคู่ลูกโลก” ซึ่งเป็นที่ยอมรับของต่างประเทศ อีกทั้งยังส่งออกสินค้าอีกหลากหลายชนิดภายใต้เครื่องหมายการค้าต่างๆ ของบริษัท ซึ่งได้รับการยอมรับจากลูกค้าต่างประเทศเป็นอย่างดี
ด้านผลไม้กระป๋องยอดนิยมก็จะเป็นเงาะ ลำไย ลิ้นจี่ มังคุด ขนุน ลูกตาล แห้ว ประเภทผักก็จะเป็นหน่อไม้ ขนุนอ่อน หัวปลี ถั่วงอก ที่คัดสรรพิเศษเกรดคุณภาพ ผลิตภัณฑ์กะทิบรรจุกระป๋องก็ถือเป็นสินค้าเน้นคุณภาพที่ไม่มีส่วนผสมของแป้ง และไม่มีสารแต่งกลิ่นใดๆ ใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด ถือเป็นจุดเด่นของสินค้าที่ส่งออกจากไทยไปยังต่างประเทศทั่วโลก ซึ่งแต่ละประเทศก็จะนิยมบริโภคสินค้าที่ไม่เหมือนกัน
แต่การจะทำให้อุตสาหกรรมอาหารของไทยเป็นที่นิยมและเป็นที่ยอมรับในตลาดโลกนั้น การได้รับการันตีจากเครื่องหมายคุณภาพมีส่วนสำคัญมาก เช่น เครื่องหมาย Thailand Trust Mark (TTM) ซึ่งบ่งบอกว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัทเป็นสินค้าคุณภาพดี เป็นการรับรองคุณภาพ ถูกเลือกสรรว่าเป็นสินค้าชั้นเยี่ยมจากประเทศไทย เป็นตราสัญลักษณ์ที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคว่าสินค้ามีมาตรฐานการผลิตที่เชื่อถือได้
ล่าสุด เอราวัณฟู้ดก็ได้รับมาตรฐาน BRC หรือ British Retail Consortium ที่เป็นมาตรฐานระดับสากลของประเทศอังกฤษ ที่ยืนหยัดว่าผลิตภัณฑ์ที่ผลิตออกมาปลอดภัยต่อผู้บริโภค ซึ่งเอราวัณฟู้ดจะเน้นให้ความสำคัญมาโดยตลอด แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ทิ้งในเรื่องรสชาติความอร่อยถูกปากผู้บริโภค
และนี่ก็คือตัวอย่างของอุตสาหกรรมอาหารไทย ที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันตามแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมของรัฐบาล ซึ่งจะทำให้เกิดการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์อาหารของไทยที่แปลกใหม่ มีคุณภาพ ตอบสนองความต้องการของตลาดโลก สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค และสร้างภาพลักษณ์อาหารไทยเพื่อเป็นครัวอาหารของโลกอย่างสมบูรณ์


