posttoday
ธุรกิจเดลิเวรี่สุดบูม ปิ่นโตพร้อมเสิร์ฟ

ธุรกิจเดลิเวรี่สุดบูม ปิ่นโตพร้อมเสิร์ฟ

11 ตุลาคม 2557

ธุรกิจอาหารเดลิเวรี่ในไทยมีมูลค่ามากกว่า 8,000-10,000 ล้านบาท ถือเป็นตลาดที่เติบโตสูง

เรื่อง วราภรณ์เทียนเงิน
 
การสำรวจธุรกิจอาหารเดลิเวรี่ในประเทศไทยมีมูลค่ามากกว่า 8,000-10,000 ล้านบาท ถือเป็นตลาดที่เติบโตสูงตามข้อมูลของภาคธุรกิจเอกชนได้คาดการไว้ เพราะพฤติกรรมของหนุ่มสาวออฟฟิศ ที่ทำงานวุ่นวาย จนแทบไม่มีเวลาไปรับประทานอาหาร การสั่งอาหารจึงสะดวกที่สุด ธุรกิจอาหารเดลิเวรี่น้องใหม่ที่กำลังมาแรงคือ อาหารเพื่อสุขภาพ
 
“กฤษณา อัญญะโพธิ์” อดีตสาวพีอาร์ ที่ผันตัวเองมาทำธุรกิจ อาหารเดลิเวรี่ เพื่อสุขภาพแบรนด์ใหม่ในชื่อ “ข้าวหอมปิ่นโต” (Kaowhom Pinto Delivery) ที่ได้เริ่มทำธุรกิจในปีนี้ เพราะเห็นโอกาสของธุรกิจอาหารที่เติบโตสดใส และมาจากความชื่นชอบการทำอาหาร อีกทั้งเห็นช่องทางในการทำธุรกิจอาหารเดลิเวรี่ เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่เป็นคนรักสุขภาพ กลุ่มคนออกกำลังกาย ซึ่งกำลังเป็นตลาดที่มาแรงเช่นเดียวกัน

กลุ่มอาหารเพื่อสุขภาพ เจาะกลุ่มคนรักสุขภาพและกลุ่มคนออกกำลังกาย เรียกว่า คลีนฟู้ด ที่กำลังเข้ามาเปิดตัวในประเทศไทยประมาณ 2-3 ปี และเป็นเมนูอาหารสุดฮิตในกลุ่มคนที่ออกกำลังกาย ตามสถานออกกำลังกาย (ฟิสเนต) กลุ่มคนเล่นโยคะ กลุ่มคนที่ต้องการลดน้ำหนัก ในปัจจุบันจึงมีแบรนด์อาหารกลุ่ม คลีนฟู้ด เข้ามาทำตลาดมากกว่า 3 ราย มีทั้งแบรนด์ฟิสเนต และดารา โดยบางรายมียอดขายต่อเดือนเกินระดับล้านบาทเข้าไปแล้ว

สำหรับ ข้าวหอมปิ่นโต เป็นอาหารไทยแบบโฮมเมด ที่เป็นเมนูอาหารเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง และไม่ใส่สารปรุงรสที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เน้นใส่สารจากธรรมชาติและปรุงรสด้วยวัตถุดิบอาหาร จึงได้กลิ่นรสชาติอาหารที่แท้จริง พร้อมมุ่งใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง ข้าวกล้อง เจาะกลุ่มคนดูแลสุขภาพ และกลุ่มลูกค้าต้องการลดน้ำหนัก หรือกลุ่มคนสูงอายุ รวมทั้งอาหารที่บริโภคไปแล้วจะไม่มีไขมัน หรือสารที่ไม่มีประโยชน์ตกค้างในร่างกาย

ธุรกิจเดลิเวรี่สุดบูม ปิ่นโตพร้อมเสิร์ฟ

ผู้บริโภคที่รับประทานไปแล้วจึงจะได้ประโยชน์ต่อรางกาย การลงทุนในระยะแรกเริ่มต้นแค่ 1 แสนบาท เพื่อขยายห้องครัวสำหรับผลิตอาหาร มีพนักงานที่พร้อมปรุงอาหารมากกว่า 3 คน จากนั้นจึงเริ่มช่องทางทำตลาดในสื่ออนไลน์ ทั้งเฟสบุ๊ค KaowhomPinto Delivery ไลน์ และอินสตราแกรม Kaowhom2 จนลูกค้าเริ่มรู้จักผ่านการบอกปากต่อปาก ทำให้มียอดลูกค้าสั่งซื้อสินค้าเป็นประจำมากกว่า 40 ราย และกลุ่มลูกค้าที่เข้ามาสั่งซื้ออาหารบางเมนู

ผลการเปิดธุรกิจใหม่ในช่วงที่ผ่านมาสร้างยอดขายได้น่าพอใจ จนมียอดขายต่อเดือนมากกว่า 1 แสนบาท มั่นใจธุรกิจจะคืนทุนภายในครึ่งปี หรือ 1 ปีเท่านั้น ประกอบกับการทำเมนูอาหารไทย ที่เป็นโฮมเมด มีเมนูอาหารใหม่ทุกสัปดาห์ที่จะเปลี่ยนต่อเนื่อง เมนูยอดนิยมได้แก่ ลาบ ทั้งลาบไก่ ปลาแซลมอน, เมนูเส้นต่าง เช่น สปาเกตตี้ และกระเพรา เนื้อสัตว์ต่างๆ
 
แผนงานต่อจากนี้ไป เริ่มขยายกลุ่มเมนูอาหาร เพื่อเจาะตลาดกลุ่มผู้สูงอายุมากขึ้น และกลุ่มผู้ป่วยโรคต่างๆ ที่ต้องการเมนูเฉพาะ และขยายธุรกิจไปยัง การรับจัดเลี้ยงอาหารในสถานที่ต่างๆ พร้อมกับมุ่งสร้างสรรค์เมนูใหม่ในกลุ่มอาหารคลีนออกมาต่อเนื่อง

ภายใต้คุณภาพการผลิตที่ดีและวัตถุดิบมีคุณภาพสูง  ในอนาคตจะมีผู้ประกอบการกลุ่มใหม่เข้ามาทำตลาดเพิ่มมากขึ้น เชื่อว่า จะส่งผลดีให้ตลาดเติบโตมากขึ้น และไม่มีความกังวลที่จะมีผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาเพราะในเชิงการทำธุรกิจยิ่งมีคู่แข่ง แสดงว่าตลาดเติบโตดี และท้ายที่สุดผู้บริโภคคนไทยจะได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์มากขึ้น

**แนวคิดธุรกิจ**
-สร้างอาหารไทยสไตล์โฮมเมด 
-วัตถุดิบ เครื่องปรุง คุณภาพสูง
-พร้อมเสิร์ฟแก่ลูกค้าในทุกเช้า
-สร้างเมนูอาหารที่แตกต่าง                        

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท