
ลงทุนเกษตรวูบ
สำนักงานการลงทุนต่างประเทศ (เอฟไอเอ) ของเวียดนาม เปิดเผยว่า มูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ในภาคเกษตรกรรมของเวียดนามลดลงอย่างมากในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าเกษตรกรรมจะยังคงเป็นภาคส่วนสำคัญของเศรษฐกิจประเทศ หรือมีสัดส่วนคิดเป็น 20% จีดีพีในแต่ละปี พร้อมจ้างงานประมาณ 70% ของแรงงานทั้งหมดในเวียดนาม
สำนักงานการลงทุนต่างประเทศ (เอฟไอเอ) ของเวียดนาม เปิดเผยว่า มูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ในภาคเกษตรกรรมของเวียดนามลดลงอย่างมากในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าเกษตรกรรมจะยังคงเป็นภาคส่วนสำคัญของเศรษฐกิจประเทศ หรือมีสัดส่วนคิดเป็น 20% จีดีพีในแต่ละปี พร้อมจ้างงานประมาณ 70% ของแรงงานทั้งหมดในเวียดนาม
ทั้งนี้ เมื่อ 15 ปีที่แล้ว มูลค่าเอฟดีไอในภาคเกษตรกรรมคิดเป็น 15% ของมูลค่าเอฟดีไอทั้งหมด แต่กลับลดเหลือต่ำกว่า 0.5% ในช่วง 3 ปีก่อน
นับถึงสิ้นเดือน ส.ค. 2557 มีโครงการลงทุนเอฟดีไอในภาคเกษตรกรรมเพียง 512 โครงการ หรือ 3.03% ของโครงการลงทุนจากต่างประเทศทั้งหมด ด้วยเม็ดเงินลงทุน 3,400 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1.4% ของมูลค่าเงินลงทุนเอฟดีไอทั้งหมด
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ของเวียดนามยังให้ข้อมูลด้วยว่า โครงการลงทุนเอฟดีไอภาคเกษตรล้วนเป็นโครงการขนาดเล็กหรือใช้เงินลงทุนเฉลี่ยประมาณ 6.6 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่โครงการลงทุนประเภทอื่นจะใช้เงินลงทุนเฉลี่ย 14.7 ล้านเหรียญสหรัฐ โครงการลงทุนเกษตรกรรมส่วนใหญ่เป็นการปลูกป่าเชิงพาณิชย์และการแปรรูปไม้
ทั้งนี้ เอฟไอเอชี้ว่า มีหลายสาเหตุที่ทำให้นักลงทุนต่างชาติลังเลที่จะลงทุนในภาคเกษตรกรรม อาทิ การต้องพึ่งพาธรรมชาติมากเกินไป การลงทุนขนาดเล็ก การขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐาน การขาดยุทธศาสตร์ระยะยาวเพื่อดึงดูดเอฟดีไอภาคเกษตร เป็นต้น
คาดเวียดนามส่งออกข้าวพุ่ง 6%
องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) คาดการณ์ว่าเวียดนามจะส่งออกข้าวเพิ่มขึ้น 6% จากปีที่แล้ว เป็น 6.9 ล้านตันในปีนี้ ซึ่งเป็นผลจากผลผลิตที่เพิ่มขึ้น และความต้องการซื้อจากประเทศในเอเชีย เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย จีน และฟิลิปปินส์
พร้อมกันนี้ ยังประเมินว่าผลผลิตข้าวเปลือกของเวียดนามปีนี้จะทำสถิติสูงสุดที่ 44.5 ล้านตัน หรือเท่ากับ 27.8 ล้านตันข้าวสาร
ด้านกระทรวงเกษตรและพัฒนาชนบทของเวียดนามเปิดเผยว่า ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา เวียดนามส่งออกข้าวไปแล้ว 5.02 ล้านตัน มูลค่ารวม 2,300 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยในเดือน ก.ย.เพียงเดือนเดียว สามารถส่งออกได้มากถึง 5.24 แสนตัน มูลค่า 249 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ราคาขายส่งข้าวในตลาดเวียดนามปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลจากความต้องการซื้อจากตลาดต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะประเทศจีน
มาเลย์ปลื้มส่งออกสินค้าไม้สดใส
ดาโต๊ะ อมาร์ ดักลาส อุงก้า เอมบาส รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมเกษตรและโภคภัณฑ์ของมาเลเซีย เปิดเผยว่า แนวโน้มการส่งออกผลิตภัณฑ์ที่ทำจากไม้ยังคงสดใส เนื่องจากความต้องการในตลาดโลกไม่ได้ลดน้อยลง โดยในปีที่ผ่านมา มาเลเซียมีรายได้จากการส่งออกผลิตภัณฑ์ไม้ประมาณ 1.9 หมื่นล้านริงกิต ส่วนใหญ่เป็นเฟอร์นิเจอร์ รองลงมาคือ ไม้อัด ไม้แปรรูป ไม้ซุง และไฟเบอร์บอร์ด ตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมนี้จะต้องเร่งแก้ปัญหาหลายอย่างเพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืนไว้ โดยปัญหาดังกล่าวได้แก่ การขาดแคลนวัตถุดิบและแรงงานฝีมือ
ปัจจุบันอุตสาหกรรมไม้ของมาเลเซียจ้างแรงงาน 2.17 แสนคน โดยประมาณ 48% หรือ 1.05 แสนคนเป็นแรงงานต่างด้าว







