posttoday
เจโทรยันรายย่อยญี่ปุ่นดาหน้าลงทุน-จับคู่ธุรกิจ

เจโทรยันรายย่อยญี่ปุ่นดาหน้าลงทุน-จับคู่ธุรกิจ

10 ตุลาคม 2557

ระยะที่ผ่านมาปรากฏการณ์ของเอสเอ็มอีญี่ปุ่นประกาศขยายการลงทุนเข้ามาในเมืองไทยเกิดขึ้นอย่างคึกคัก

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

ระยะที่ผ่านมาปรากฏการณ์ของเอสเอ็มอีญี่ปุ่นประกาศขยายการลงทุนเข้ามาในเมืองไทยเกิดขึ้นอย่างคึกคักโดยเฉพาะอุตสาหกรรมชิ้นส่วน และมีแนวโน้มว่าจะทะลักเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

“คาซูฟูมิ ทานากะ” รองประธาน องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) ชี้แจงว่ามีแนวโน้มที่จะมีเอสเอ็มอีกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ อุตสาหกรรมบริการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมไอทีและโลจิสติกส์ จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ทานากะ กล่าวว่า การเข้ามาลงทุนของเอสเอ็มอีจากญี่ปุ่นจะมีหลากหลายรูปแบบทั้งการเข้ามาลงทุนเอง การร่วมทุนกับผู้ประกอบการไทย เพื่อขยายการลงทุนร่วมกัน ซึ่งนโยบายของประเทศญี่ปุ่น สนใจใช้ไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญสำหรับรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปีหน้า

ขณะนี้เจโทรได้ร่วมมือกับองค์การส่งเสริมการออกแบบผลิตภัณฑ์แห่งประเทศญี่ปุ่น (เจดีพี) นำผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจากประเทศญี่ปุ่น กลุ่มสินค้า อุปกรณ์ตกแต่งบ้าน อุปกรณ์ไอที สินค้าแฟชั่น สินค้าเครื่องประดับ กิฟต์ช็อป สินค้าสุขภาพและ ความงามมากกว่า 500 รายการ มาร่วมจัดแสดง ในงานเทศกาลของขวัญ BIG & BIH 2014 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1923 ต.ค.นี้ ที่ไบเทค บางนา มารวมออกบูธ 34 บูธ และมีการจัดเป็นเจแปน เฮาส์ ที่จะสร้างบรรยากาศเหมือนอยู่ประเทศญี่ปุ่นภายในงานด้วย

กลุ่มผู้ประกอบการจากญี่ปุ่นที่เข้ามาร่วมงานนี้ เป็นผู้ประกอบการใน 34 แห่ง ใน 24 จังหวัดจากประเทศญี่ปุ่น โดยผู้ประกอบการจากญี่ปุ่นที่เข้ามา ร่วมงาน 34 รายนั้น เป็นรายใหม่ที่ไม่เคยได้เข้ามาทำตลาดในไทย โดยเน้นสินค้าคุณภาพสูง มีดีไซน์ใหม่

งานนี้จะให้คู่ค้าในไทย เอสเอ็มอีไทย และคู่ค้าในอาเซียน ได้เข้ามาเลือกซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการญี่ปุ่น เพื่อร่วมจับคู่ทางธุรกิจ (บิซิเนส แมตชิ่ง) ด้วยกัน ถือเป็นโอกาสที่ดีให้เอสเอ็มอีไทยหรือผู้ประกอบการไทยได้พบกับผู้ผลิตสินค้าโดยตรงจากญี่ปุ่น

เจโทร ประเมินว่า หากยอดขายจากงานนี้สูงมาก มีคู่ค้าจากไทยและอาเซียน สั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น ก็สนใจเข้ามาทำตลาดจริงจัง หรือเข้ามาจัดตั้งโรงงานในไทย

“เอกลักษณ์สำคัญของสินค้าจากประเทศญี่ปุ่น ยกตัวอย่างกลุ่มสินค้าของเล่นเด็กนั้น พบว่ามีความปลอดภัยต่อเด็กอย่างมาก เช่น ดินปั้น ที่เด็กสามารถนำมาปั้นเป็นของเล่นต่างๆ ซึ่งเป็นเด็กที่ผลิตมาจากข้าว จึงมีความปลอดภัยต่อเด็กและเป็นผลิตภัณฑ์ ที่ได้รับรางวัลดีไซน์” ทานากะ กล่าว

นอกจากนี้ ยังพบว่ากลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหารจากประเทศญี่ปุ่นก็สนใจเข้ามาลงทุนเปิดสาขาในไทยอย่างต่อเนื่อง เพราะเชื่อมั่นกับเศรษฐกิจของประเทศไทยที่กำลังเติบโตดี เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ในอาเซียนและกำลังซื้อในประเทศที่กำลังขยายตัวดีเช่นเดียวกัน

ที่ผ่านมามีร้านอาหารจากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาเปิดให้บริการในไทยจำนวนกว่า 2,000 สาขา มากที่สุดในอาเซียน และเชื่อว่าระยะต่อไปจะมีร้านอาหารจากญี่ปุ่นเข้ามาเปิดให้บริการในตลาดเมืองไทยเพิ่มขึ้น

ทานากะ กล่าวต่อว่า แม้ว่าหลายประเทศในอาเซียนจะสนใจลงทุนเช่นเดียวกัน แต่นักลงทุนญี่ปุ่นหลายบริษัทก็สนใจเลือกลงทุนในประเทศไทยเป็นอันดับหนึ่งในอาเซียน

เพราะเมืองไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพมากที่สุดในภูมิภาคนี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท