
เป็นเพียงการดีดกลับชั่วคราว?
การปรับตัวลดลงของภาพตลาดหุ้นในช่วงระยะสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ไม่ได้สร้างความประหลาดใจในแง่แนวคิด นั้นก็คือเหตุผลที่บทความครั้งก่อนๆ ให้มีการคุมพอร์ตการลงทุนในระดับ 30% โดยสถานการณ์ล่าสุด Set Index มีการดีดกลับขึ้นมาแล้ว โดยทิศทางการลงทุนเป็นในลักษณะของการดีดกลับ เนื่องจากราคาของหุ้นปรับตัวลดลงเร็วเกินไป
การปรับตัวลดลงของภาพตลาดหุ้นในช่วงระยะสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ไม่ได้สร้างความประหลาดใจในแง่แนวคิด นั้นก็คือเหตุผลที่บทความครั้งก่อนๆ ให้มีการคุมพอร์ตการลงทุนในระดับ 30% โดยสถานการณ์ล่าสุด Set Index มีการดีดกลับขึ้นมาแล้ว โดยทิศทางการลงทุนเป็นในลักษณะของการดีดกลับ เนื่องจากราคาของหุ้นปรับตัวลดลงเร็วเกินไป
สิ่งที่ต้องมาวิเคราะห์กันจริงๆ แล้ว ต้องยอมรับว่าสาเหตุที่ตลาดหุ้นปรับตัวลดลงในรอบนี้ เนื่องมาจากการที่ราคาหุ้น ณ บริเวณ 1,600 จุด แพงเกินไปในแนวคิดของการประเมินทางปัจจัยพื้นฐาน แม้การประเมินกำไรบริษัทจดทะเบียนที่ปีนี้จะโตในระดับ 1015% และปีหน้าก็จะโตในระดับนี้พี/อี ของตลาดก็จะลดลงไปกว่านี้ไม่มาก คาดว่าน่าจะอยู่ในระดับ 14 เท่า ซึ่งก็ต้องถือว่ากำไรบริษัทจดทะเบียนในระดับนี้ สูงมากในภาวะของเศรษฐกิจที่จีดีพีน่าจะโตน้อยกว่าที่คาด เพราะตัวเลขล่าสุดการโตของจีดีพีในปีนี้ไม่น่าเกิน 2.5% และปีหน้าก็ไม่น่าจะโตกว่า 4.5% อีกทั้งแผนกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังจะเกิดขึ้น ต้องยอมรับว่าไม่มีอะไรที่มากกว่าการคาดการณ์ของนักลงทุนส่วนใหญ่
มองในเชิงราคาตลาด Set Index มีการปรับตัวขึ้นติดต่อกันในปีนี้มา 9 เดือนติดต่อกัน จากระดับ 1,200 จุด โดยประมาณมาถึง 1,600 จุด เพราะฉะนั้นการเกิดการปรับฐานในระดับ 12 เดือน ย่อมเป็นปกติของตลาดหุ้นที่จะเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว อีกทั้งคำตอบที่มีการตั้งคำถามไว้ต้อง Set Index ที่ 1,600 จุด ยังไม่มีคำตอบเกิดขึ้นมา
คำถามที่ตั้งก็คือกำไรของบริษัทจดทะเบียนจะเพิ่มขึ้นมาทันในสิ่งที่ราคาตลาดขึ้นมาหรือไม่ หรือไม่เช่นนั้นก็ต้องมีปัจจัยอื่นๆ ในเชิงบวกแทรกเข้ามา เพราะในอดีตของตลาดหุ้นไทยมีบ่อยครั้งที่ พี/อี จะมีการขึ้นเกิน 18 เท่า (พิจารณาจากภาพที่ประกอบ) แต่เมื่อพิจารณาโดยรายละเอียดจะพบว่านักลงทุนต่างประเทศมักจะเข้าซื้อสุทธิเป็นจำนวนมาก ด้วยสาเหตุที่แตกต่างกัน แม้ในยุคปัจจุบันต้องยอมรับว่าจำนวนนักลงทุนซึ่งเป็นผู้เล่นมีการแปรเปลี่ยนไป นักลงทุนสถาบันในประเทศและนักลงทุนบุคคลที่เป็นรายใหญ่มีบทบาทมากขึ้น แต่การผลักดันให้ราคาตลาดของหุ้นสูงกว่าความเป็นจริงมากๆ ก็ต้องใช้กระแสโลก ซึ่งเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันไม่อำนวยให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้น นั้นก็คือเหตุผลทั้งหมดที่น่าจะคาดได้ว่าทิศทางตลาดหุ้นไทยระยะสั้นน่าจะเข้าสู่การปรับฐานจริงๆ ในระยะเดือนขึ้นไป
ประเมินในเชิงการวิเคราะห์ทางเทคนิคพบว่ากรอบการดีดกลับน่าจะอยู่เพียง 1,570 บวกลบ และคาดว่า 1,602 น่าจะเป็นจุดสูงสุดในรอบสั้น และน้ำหนักสูงมากที่จะเป็นจุดสูงสุดในปีนี้ การปรับตัวลดลงในรอบต่อไปในระดับ 1,500 จุด ยังคงเป็นไปได้ เพราะฉะนั้นน่าจะประเมินได้ว่ารอบการดีดกลับที่เกิดขึ้นในปัจจุบันน่าจะเป็นรอบการดีดกลับชั่วคราวเท่านั้น
บทสรุปในบทความในวันนี้ต้องการนำเสนอว่าทิศทางตลาดหุ้นไทยยังน่าจะเข้าสู่การปรับฐานต่อไป การดีดกลับที่เกิดขึ้นช่วงสั้น เป็นเพียงการดีดกลับชั่วคราวเท่านั้น







