posttoday
4 ภาษีใหม่ต้องให้เวลาปรับตัว

4 ภาษีใหม่ต้องให้เวลาปรับตัว

10 ตุลาคม 2557

ขณะนี้ทั้ง 4 ภาษี คือ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภาษีมรดก ภาษีที่ดินเปล่า และภาษี Capital Gain เป็นเรื่องที่กล่าวขวัญกัน โดยเฉพาะภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และภาษีมรดก ที่รัฐบาล คสช.กำลังประกาศออกมาใช้ หลายคนตื่นตระหนกตกใจกลัวว่าจะต้องเสียภาษีทรัพย์สินเพิ่ม ยิ่งกว่านั้นยังกลัวว่ามรดกของวงศ์ตระกูลจะถูกเก็บภาษีจนลูกหลานไม่เหลืออะไร

ขณะนี้ทั้ง 4 ภาษี คือ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภาษีมรดก ภาษีที่ดินเปล่า และภาษี Capital Gain เป็นเรื่องที่กล่าวขวัญกัน โดยเฉพาะภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และภาษีมรดก ที่รัฐบาล คสช.กำลังประกาศออกมาใช้ หลายคนตื่นตระหนกตกใจกลัวว่าจะต้องเสียภาษีทรัพย์สินเพิ่ม ยิ่งกว่านั้นยังกลัวว่ามรดกของวงศ์ตระกูลจะถูกเก็บภาษีจนลูกหลานไม่เหลืออะไร

อันที่จริงกฎหมายที่ล้าหลังในประเทศขณะนี้ก็คือ “กฎหมายที่ดิน” ที่มีมาร่วม 100 ปีแล้ว จึงไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่น การเช่าที่ดินยังได้แค่ 30 ปีอยู่ ประเทศในเออีซีก็ปรับการเช่าเป็น 60 ปีทั่วไปแล้ว ยิ่งภาษีทรัพย์ก็ล้าสมัยเช่นเดียวกันกับภาษีโรงเรือน (ใช้เชิงพาณิชย์) กับภาษีที่ดิน (เก็บจากประเภทของการใช้ที่ดิน) ขณะนี้ทั่วโลกเขารวมกันและ “เสียภาษีจากราคาที่ดินและอาคาร” มิใช่เก็บจากการทำการค้า ซึ่งนั่นเป็นภาษี VAT

“ภาษีมรดก” ก็เช่นเดียวกัน หลักเศรษฐศาสตร์ทั่วโลกเขาอยากให้มีการกระจายตัวของทรัพย์สิน เศรษฐกิจก็จะหมุนเร็วขึ้น มิใช่ให้ผู้หนึ่งผู้ใดเก็บกองไว้ที่เดียว แม้กระทั่งครอบครัวก็ต้องกระจายสู่ลูกหลาน ถ้าตายไปแล้วไม่กระจาย หลายประเทศจะขอคืนสู่รัฐ ในยุโรปเก็บภาษีมรดกแรงมากจนลูกได้ปราสาทมาจากพ่อ แทบจะไม่ยอมรับเพราะภาษีมรดกสูงขอคืนให้รัฐโดยขอใช้สัก 199 ปี (เช่นอังกฤษ) อีก 3 ชั่วคน และขอยกเว้นภาษีตลอดระยะเวลา

ภาษีที่ 3 คือ “ที่ดินว่างเปล่า” รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยพยายามจะออกกฎหมายมาผลักดันมิให้มีการเก็บที่ดินเพื่อ“เก็งกำไร” ให้กระจายและให้รีบนำมาใช้ประโยชน์เสียถ้าจะเก็บที่ดินเพื่อรอราคาขึ้นและเก็งกำไร “ส่วนต่างในเวลาขายต้องเสียภาษีมากกว่าซื้อขายปกติ” ต่างประเทศถือว่าเป็นการใช้ที่ดินให้เป็นประโยชน์ กระจายการถือครองเศรษฐกิจก็จะหมุนเวียนดีขึ้น ทรัพย์สินก็จะกระจายไม่กระจุกตัว

ภาษีที่ 4 คือ ภาษีที่เรียกกันว่า “Capital Gain Tax” คือ ภาษีที่ได้จากการทำกำไรโดยการ “เก็งกำไร” คือซื้อมาถูกเก็งกำไรกับพร้อมๆ ปั่นราคาไปพร้อมๆ กัน ซื้อมา 1 ล้าน ขายได้ 5 ล้าน ส่วนต่างจะต้องเสียภาษีให้รัฐ ในยุโรปมีการเก็บภาษีลักษณะเช่นนี้ใน “ตลาดหุ้น” เก็งกำไรกันมากใช้กับที่ดินซึ่งคล้ายกับภาษีที่ดินว่างเปล่า ที่เก็บเป็นภาษีอสังหาฯ ประจำปี แต่ภาษี Capital Gain Tax ถ้าจะเรียกก็คือ “ภาษีกำไรเพิ่ม” มูลค่าเพิ่มเก็บเมื่อขาย คล้ายกับ “ภาษีมูลค่าเพิ่มของ VAT” ซึ่งควรจะเปลี่ยนชื่อเสียใหม่เป็น “ภาษีการค้าเพิ่ม (VAT)” ก็จะดี

การปรับภาษีเช่นนี้ “อย่าทำจนประชาชนตกใจปรับตัวไม่ทัน” ครม.ชุดนี้ทำได้แน่ เพราะบริหารด้วย “อำนาจเบ็ดเสร็จ” แต่ขอเวลาให้ประชาชนปรับตัวได้ไหม โดยออกกฎหมายมาเลยได้ แต่แต่แต่ ขอให้มี “บทเฉพาะกาล”สักระยะเช่น 135 ปี ค่อยปรับตัว เพราะกฎหมายใช้มานานร่วม 100 ปี รอภาคปฏิบัติขอเวลาอีกระยะสั้นๆคนก็จะไม่ตกใจ ความสุขที่เคยมอบให้ประชาชนจะได้เป็นความสุขต่อไป มิใช่เป็นทุกข์ทันควัน

ส่วนที่กลัวว่าพวกเศรษฐีใหญ่ๆ จะหนีภาษีนั้น พวกนี้เตรียมการมานานแล้ว และจัดตั้งเป็นบริษัทพ่อถ่ายที่ดินให้ลูกขายให้บริษัททำการค้า ที่มีเงินมากๆ ก็ไปฝากไว้ที่ “เกาะร้างเป็นแหล่ง Tax Holiday” มีแต่พวกเศรษฐีย่อยคนชั้นกลางที่มีทรัพย์สินก็จะปรับตัวไม่ทันรีบโอนให้ลูก ที่ดินว่างเปล่าก็ทำประโยชน์เสีย ทรัพย์สินก็จะกระจายไม่กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มคน

ก็ขอให้ภาษีที่จะออกมาทั้ง 4 อย่าพยายามสร้าง “ความทุกข์ทันควัน” ขอให้ดำรงความสุขไว้ด้วย “บทเฉพาะกาล” ระยะสั้น และสั้นมากๆ อีกระยะ และถ้าเศรษฐีน้อยและคนชั้นกลางไม่รีบปรับตัวก็ให้ถือว่ารวยมากแล้ว คืนส่วนกลางและสังคมบ้างก็จะดี ขอให้โชคดีครับ

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน