posttoday
ยูนิลีเวอร์เจาะคนชั้นกลาง 10 ปีรายได้แตะ 8 หมื่นล้าน

ยูนิลีเวอร์เจาะคนชั้นกลาง 10 ปีรายได้แตะ 8 หมื่นล้าน

10 ตุลาคม 2557

ยูนิลีเวอร์ ประกาศยุทธศาสตร์ทำตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคภายใต้วิชั่นของ “สุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์” ประธานกรรมการบริหาร ที่เป็นหญิงไทยคนแรก

ยูนิลีเวอร์ ประกาศยุทธศาสตร์ทำตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคภายใต้วิชั่นของ “สุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์” ประธานกรรมการบริหาร ที่เป็นหญิงไทยคนแรก เดินหน้าปรับพอร์ตโฟลิโอสินค้าเพิ่มกลุ่มแมสทีจ รองรับชนชั้นกลางที่จะกลายเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ รวมไปถึงการสร้างเซ็กเมนต์ใหม่ๆ เพื่อผลักดันให้ตลาดเติบโต

สุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค เปิดเผยว่า ยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค บริษัทจะปรับพอร์ตโฟลิโอสินค้าจากที่มีทั้งหมด 25 แบรนด์ ภายใต้ 3 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ 1.กลุ่มเครื่องใช้ในครัวเรือน 2.กลุ่มเครื่องใช้ส่วนบุคคล 3.กลุ่มอาหารและไอศกรีม โดยจะมุ่งเน้นเพิ่มสินค้าในตลาดแมสทีจ หรือสินค้าระดับกลางบน อย่างเข้มข้นมากกว่าสินค้าตลาดแมส เพราะอนาคตแมสทีจจะกลายเป็นตลาดที่ใหญ่ขึ้น

การขับเคลื่อนนับจากนี้ก็เพื่อรองรับแนวโน้มกลุ่มชนชั้นกลาง ซึ่งจะกลายเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศราว 50 ล้านคน ในปี 2563 ส่วนกลุ่มรากหญ้าจะเริ่มมีลดลง พฤติกรรมผู้บริโภคจึงเปลี่ยนไป เริ่มยกระดับการใช้สินค้าจากระดับแมสมาสู่แมสทีจ และนอกจากการพัฒนาสินค้าให้ครบทุกเซ็กเมนต์แล้ว ยังต้องพัฒนาช่องทางการขาย ขนาดบรรจุภัณฑ์ด้วย นั่นคือหนึ่งยุทธศาสตร์การเติบโตท่ามกลางสังคมที่เปลี่ยนไป

ซีอีโอคนใหม่ของยูนิลีเวอร์ไทย มองว่า สภาพตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคของไทยมีการเติบโตแต่จะไม่หวือหวา ในยามเศรษฐกิจดีก็เติบโตได้ แม้ในภาวะเศรษฐกิจไม่ดีก็ยังเติบโตได้ หนทางจะสร้างตลาดให้เติบโตตามแผนการเติบโตอย่างยั่งยืนของยูนิลีเวอร์ทั่วโลก ประกอบไปด้วย 5 กลยุทธ์หลัก คือ 1.สร้างความรักความผูกพันต่อแบรนด์ โดยสร้างนวัตกรรมและสร้างเซ็กเมนต์ใหม่ๆ

รวมทั้งกำลังพิจารณาซื้อแบรนด์ดังเข้ามาเสริมให้เกิดความหลากหลาย เพื่อผลักดันให้เกิดการใช้ผลิตภัณฑ์จากที่ใช้แบบทั้งครอบครัวมาสู่การใช้แบบเฉพาะเจาะจงตามพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินกลยุทธ์ดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง เพิ่มงบตลาดมากขึ้นจากปีนี้ใช้ 1520% จากงบตลาดรวม 7,000 ล้านบาท เพื่อสร้างแบรนด์ให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่รองรับกับการบริโภคสื่อที่เปลี่ยนไป โดยมีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ 84 ล้านเครื่อง และใช้อินเทอร์เน็ต 19 ล้านคน

กลยุทธ์ที่ 2 แม้ภาวะเศรษฐกิจในไทยชะลอตัว แต่ยูนิลีเวอร์ยังลงทุนขยายกำลังผลิตในไทยอย่างต่อเนื่อง ในฐานะไทยเป็นฐานการผลิตหลักที่มีกำลังผลิตใหญ่อันดับ 3 ของโลก ผลิตสินค้า 4,700 ล้านชิ้น/ปี ได้วางแผนลงทุนระยะ 3 ปี หรือระหว่างปี 2557-2559 จำนวน 8,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ในรอบ 20 ปี ในการขยายกำลังผลิต

ที่ผ่านมาได้ลงทุน 2,000 ล้านบาท ขยายพื้นที่คลังสินค้าอีกเท่าตัวที่สุวินทวงศ์จะสร้างเสร็จในปีนี้ และลงทุน 1,500 ล้านบาท สร้างห้องเย็นไอศกรีมแห่งใหม่ที่ กม.23 บางนาตราด ตามด้วยลงทุน 2,600 ล้านบาท สร้างสำนักงานแห่งใหม่ที่บริเวณพระราม 9

ขณะที่แผนในปีหน้า บริษัทลงทุนราว 700 ล้านบาท สร้างโรงงานอาหารแห่งใหม่ที่นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ และลงทุนอีก 1,200 ล้านบาท ขยายกำลังผลิตโรงงานผลิตของใช้ส่วนบุคคลชนิดเหลว คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างภายในไตรมาส 3

กลยุทธ์ที่ 3 พันธมิตรทางการค้า ยูนิลีเวอร์เดินหน้าขยายช่องทางจำหน่ายทุกช่องทาง จากปัจจุบันโมเดิร์นเทรด มีสัดส่วน 50% และร้านค้าปลีกดั้งเดิม 50% ล่าสุดได้เปิดรับผู้ทำธุรกิจศูนย์จัดจำหน่ายทั่วประเทศ ซึ่งจะทำให้สินค้าของยูนิลีเวอร์เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคต่างจังหวัดได้อย่างครอบคลุม กลยุทธ์ที่ 4 พัฒนาบุคลากรราว 4,000 คน โดยเน้นสร้างผู้บริหารรุ่นใหม่ เพื่อให้พร้อมสำหรับการพัฒนาในอนาคต และกลยุทธ์ที่ 5 ปฏิบัติการเป็นเลิศในทุกวันๆ

เป้าหมายรายได้อีก 10 ปีข้างหน้า ต้องการเติบโตเป็นเท่าตัวจากรายได้ 4 หมื่นล้านบาท ในปีที่ผ่านมา หรือเพิ่มเป็น 8 หมื่นล้านบาท ส่วนงานที่ท้าทายคือ การผลักดันสินค้า 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่เป็นผู้นำตลาด ได้แก่ กลุ่มอาหาร ผงปรุงรสคนอร์ ยาสีฟันโคลสอัพ และผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นแอ๊กซ์ ทั้งหมดคือภารกิจของผู้นำหญิงแห่งยูนิลีเวอร์ไทยกับเป้าหมายโตเท่าตัวที่รอพิสูจน์ในฝีมือ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท