
เช่าซื้อเจาะสิบล้อแข่งลดดบ.
เล่นสงครามราคาหาช่องปล่อยกู้เพิ่มขยายตลาดหลังยอดขายรถเก๋งอืด
เล่นสงครามราคาหาช่องปล่อยกู้เพิ่มขยายตลาดหลังยอดขายรถเก๋งอืด
ผู้ประกอบการเช่าซื้อ เบนเข็มจับตลาดรถบรรทุก เปิดสงครามราคา กดดอกเบี้ยลงอีก 0.5%
นายโกวิท รุ่งวัฒนโสภณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการธุรกิจเช่าซื้อหลายรายได้หันมาทำตลาดสินเชื่อรถบรรทุก และทำให้เกิดการแข่งขันมากขึ้น จึงส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยรถบรรทุกป้ายแดงปรับลดลงมาเฉลี่ยอยู่ที่ 4% จากเดิมอยู่ที่ 4.5% ขึ้นไป ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องมาจากตลาดรถเก๋งที่ปริมาณการปล่อยสินเชื่อได้น้อยลง จำเป็นต้องหาตลาดอื่นมาทดแทน
“หากเป็นคู่แข่งที่มาจากแบงก์พวกนั้นจะเน้นปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้ารายใหญ่ และต้องใช้เวลาในการพิจารณาอนุมัตินาน ขณะที่ของราชธานีจะเน้นลูกค้าขนาดเล็กและอาศัยความชำนาญเป็นหลัก ทำให้อนุมัติได้เร็วกว่า จึงยังเป็นจุดแข็งของบริษัทอยู่ ซึ่งคาดว่าหลังจากนี้คงมีการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น เพราะตลาดรถบรรทุกก็เริ่มอยู่ในช่วงขาลงเช่นกัน” นายโกวิท กล่าว
สินเชื่อใหม่ยังปล่อยไม่ได้ กำลังซื้อยังไม่กลับมา อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันบริษัทสัดส่วนสินเชื่อรถบรรทุก 75% จากปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 70% และถือว่าเป็นเรื่องดีที่หันมาทำตลาดรถบรรทุกมากขึ้น เพราะรถบรรทุกดูแลง่ายกว่ารถเก๋งและหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีแอลก็อยู่ระดับคงที่กว่าด้วย เนื่องจากงานของลูกค้ารถบรรทุกก็ยังมีอยู่ ทั้งเรื่องการส่งออกหรือการขนส่งสินค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนสัดส่วนสินเชื่อที่เหลืออีก 20% มาจากรถยนต์ของผู้นำเข้าอิสระ และอีก 10% เป็นรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่หรือบิ๊กไบค์ รวมถึงรถแท็กซี่ป้ายแดง
สำหรับสัดส่วนสินเชื่อรถบรรทุกนั้นแบ่งเป็นรถบรรทุกป้ายแดง 60% ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 9% และมีเอ็นพีแอลอยู่ที่ 2% ส่วนรถบรรทุกมือสองมีสัดส่วน 40% ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 13-14% และมีเอ็นพีแอลอยู่ที่ 4%
นอกจากนี้ ในปี 2558 จะขยายสาขาเพิ่มอีก 14 แห่ง จากปัจจุบันที่มีอยู่ 10 แห่ง ซึ่งจะทำให้ราชธานีสามารถบริการได้ครอบคลุมครบ 76 จังหวัด เพื่อรองรับกับการเติบโตที่เพิ่มขึ้น
“ตอนนี้เรากำลังรอดูว่าจำเป็นต้องมีการปรับเป้าการเติบโตหรือไม่ หลังจากช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา บริษัทปรับลดเป้าไปแล้ว 1 รอบ ให้เท่ากับปี 2556 อยู่ที่ประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท มีสินเชื่อคงค้าง 2.8 หมื่นล้านบาท และเอ็นพีแอล 4% จากเป้าเดิมที่ต้องปล่อยสินเชื่อใหม่ให้ได้ 1.7 หมื่นล้านบาท โดยในช่วงไตรมาส 2ที่ผ่านมา บริษัทมีกำไรสุทธิ 167 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน 31 ล้านบาท หรือ 15.6%” นายโกวิท กล่าว
โดยมีรายได้รวมจำนวน 688 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 110 ล้านบาท หรือ 19% ในขณะที่ค่าใช้จ่ายทางการเงินมีจำนวน 269 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54 ล้านบาท หรือ 25.5%% จากการจัดหาแหล่งเงินกู้ยืมเพื่อรองรับการปล่อยสินเชื่อของบริษัท
ส่วนค่าใช้จ่ายหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญมี 128 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน86 ล้านบาท หรือ 205% จากการตั้งสำรองตามปกติของบริษัทตามฐานสินเชื่อที่ยังคงขยายตัวเพิ่มขึ้นและการพิจารณาตั้งสำรองทั่วไปเพิ่มเติมเพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัวลง
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของภาพรวมฐานะการเงิน ณ สิ้นไตรมาสที่ 2 ที่ผ่านมา บริษัทมีสินทรัพย์รวม 28,094 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 3,940 ล้านบาท หรือ 16.3% จากการขยายตัวของลูกหนี้เช่าซื้อโดยเฉพาะในกลุ่มรถบรรทุกอย่างต่อเนื่อง โดยมีสินเชื่อเช่าซื้อ 27,363 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 3,893 ล้านบาท หรือ 16.6% คิดเป็นสัดส่วน 97.4% ของสินทรัพย์รวม







