
ลุ้นญี่ปุ่นร่วมปั้นทวาย
ประยุทธ์ยืนยันเดินหน้าโครงการแน่เอ็นจีโอวอนทบทวนแผนฟังคนท้องถิ่น
ประยุทธ์ยืนยันเดินหน้าโครงการแน่เอ็นจีโอวอนทบทวนแผนฟังคนท้องถิ่น
นายกฯ เยือนพม่ายืนยันเดินหน้าทวายโปรเจกต์ลุ้นญี่ปุ่นร่วมทุน3 ฝ่าย ด้านเอ็นจีโอวอนทบทวนแผน
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมช.คมนาคม และเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยถึงการเดินทางเยือนพม่าของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะ ระหว่างวันที่ 910 ต.ค.นี้ ว่ารัฐบาลจะยืนยันเดินหน้าโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย หลังปรับลดขนาดโครงการและอยู่ระหว่างการเจรจา หาผู้ร่วมทุนรายใหม่ คือ รัฐบาลญี่ปุ่น หากตกลงกันได้จะนำไปสู่การลงนามในกรอบความร่วมมือจัดตั้งบริษัท ทวาย เอส อี แซด ดีเวลล๊อปเม้นท์ ซึ่งเป็นนิติบุคคลเฉพาะกิจ (เอสพีวี) ที่ร่วมมือกัน 3 ฝ่าย คือ รัฐบาลไทย พม่า และญี่ปุ่น
ปัจจุบันแผนการพัฒนาทวายมีคู่สัญญา คือ รัฐบาลพม่ากับเอสพีวี โดยเอสพีวีจะต้องรับภาระจ่ายคืนเงินลงทุนให้กับบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ หรือไอทีดี ที่เข้าไปลงทุนก่อนหน้านี้
ทั้งนี้ รัฐบาลได้มอบหมายให้ สศช. ปรับปรุงโครงสร้างการทำงานของเอสพีวี จากเดิม 3 ระดับ ได้แก่ คณะทำงานร่วมระดับสูงไทยพม่า (JHC) ระดับรัฐมนตรี คณะกรรมการประสานงานไทยพม่า (JCC)และคณะทำงานระดับปฏิบัติการ (Task Force) ให้เหลือ 2 ระดับ คือคณะทำงานระดับสูงและคณะทำงานระดับปฏิบัติการ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงาน
ทั้งนี้ ก่อนพัฒนานิคมอุตสาหกรรมทวายจำเป็นต้องลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานจำเป็น ได้แก่ ถนนเชื่อมนิคมอุตสาหกรรมทวายมายังประเทศไทยที่ด่านพุน้ำร้อน การก่อสร้างท่าเรือขนาดเล็กนอกนิคมฯ เพื่อการส่งสินค้า และโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก ซึ่งใช้วิธีการเชิญให้ไอทีดียื่นข้อเสนอและทางพม่ากำลังพิจารณาข้อเสนอ
ขณะเดียวกัน กลุ่มทวายว็อทช์ ประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ทบทวนการเดินหน้าโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายร่วมกับรัฐบาลพม่า โดยให้ฟังเสียงประชาชนมากขึ้น พร้อมระบุว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับโครงการทวายเฉพาะเชิงเศรษฐกิจมหภาค แต่เพิกเฉยประเด็นผลกระทบต่อคนท้องถิ่น เช่น การจ่ายเงินชดเชย ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม
ด้าน นายโบ โบ ออง สมาชิกสมาคมพัฒนาทวาย (ดีดีเอ) ภาคประชาสังคมในพื้นที่ทวาย กล่าวว่า หากฟื้นโครงการทวายตอนนี้ นักลงทุนก็จะต้องเผชิญความเสี่ยง เช่น 1.พม่าจะมีการเลือกตั้งในปีหน้า จึงอาจมีรัฐบาลใหม่และนโยบายใหม่ที่อาจส่งผลต่อการลงทุน 2.กลุ่มกะเหรี่ยงเคเอ็นยูยังมีอิทธิพลในพื้นที่ถนนเชื่อมจากไทยสู่ทวาย ช่วงนี้กลุ่มกะเหรี่ยงเริ่มกลับมาเคลื่อนไหวต่อสู้กับรัฐบาลพม่าอีกครั้งทำให้ผู้ที่ตัดสินใจจะมาลงทุนอาจต้องเผชิญความเสี่ยงทางการเมือง







