
ปิ๊งไอเดียกองทุนช่วยเอสเอ็มอีสู้ภัยพิบัติ
ผลสำรวจชี้อาเซียนเสี่ยงเกิดภัยพิบัติสูง สสว.หนุนตั้งกองทุนช่วยเอสเอ็มอีรับมือเหตุฉุกเฉิน
ผลสำรวจชี้อาเซียนเสี่ยงเกิดภัยพิบัติสูง สสว.หนุนตั้งกองทุนช่วยเอสเอ็มอีรับมือเหตุฉุกเฉิน
น.ส.วิมลกานต์ โกสุมาศ รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ผลการสำรวจของศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย (ศปพอ.) ระบุว่า ภูมิภาคอาเซียนมีความเสี่ยงเกิดภัยพิบัติมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก และผู้ประกอบการอาเซียนส่วนใหญ่ไม่ได้ทำแผนรองรับการเกิดภัยพิบัติ โดยเฉพาะเอสเอ็มอีในอาเซียน และเอสเอ็มอีไทยจำนวนมากไม่มีแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน
ขณะที่ผลการสำรวจของมูลนิธิเอเชีย ระบุว่า เอสเอ็มอีไทย 73.2% ไม่มีแผนบริหารรองรับความเสี่ยง และในอีก 50 ปีข้างหน้าการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศจะมีความรุนแรงมากขึ้น ดังนั้นผู้ประกอบการต้องเร่งทำแผนรับมือความเสี่ยงทางธรรมชาติ
ทั้งนี้ ต้องการเสนอให้รัฐจัดตั้งกองทุนสำหรับรองรับเหตุฉุกเฉินที่เกิดจากภัยพิบัติ เพื่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีเงินทุนรองรับการเกิดเหตุการณ์ในอนาคต ซึ่งปัจจุบัน สสว.มีกองทุนภายในองค์กร สำหรับให้ความช่วยเหลือเอสเอ็มอีเป็นการทั่วไป ไม่ได้เจาะจงว่าจะต้องให้ความช่วยเหลือในด้านใดเป็นพิเศษ
ขณะเดียวกัน สสว.ได้ร่วมมือกับ ศปพอ. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และมูลนิธิเจทีไอ จัดทำโครงการให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยในการทำแผนบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติ เพื่อเตรียมความพร้อมรับเหตุฉุกเฉิน โดยเริ่มให้ความรู้แก่เอสเอ็มอีขนาดกลาง และวางเป้าหมายให้ไทยเป็นประเทศต้นแบบทำแผนบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติ เพื่อให้เป็นศูนย์กลางในอาเซียนต่อไป
นอกจากนี้ สสว.เตรียมจัดตั้งศูนย์ให้ความช่วยเหลือเหตุการณ์ฉุกเฉินแก่เอสเอ็มอี คาดว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปีหน้า รวมทั้งได้นำข้อมูลแผนรองรับการเกิดภัยพิบัติไว้ในเว็บไซต์ของ สสว.แล้ว
ทั้งนี้ เมื่อปี 2554 ซึ่งเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ในประเทศไทย มีจังหวัดได้รับผลกระทบ 65 จังหวัด มีมูลค่าความเสียหาย 1.4 ล้านล้านบาท เพราะไม่ได้ทำแผนรับความเสี่ยงทางธรรมชาติ







