
ธุรกิจแฟรนไชส์โฟกัสกลุ่มเถ้าแก่น้อย
ค่านิยมคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันที่หันมาให้ความสำคัญต่อการประกอบธุรกิจของตัวเองเป็นจำนวนมากขึ้น เห็นได้ชัดในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
ค่านิยมคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันที่หันมาให้ความสำคัญต่อการประกอบธุรกิจของตัวเองเป็นจำนวนมากขึ้น เห็นได้ชัดในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา มีเจ้าของธุรกิจหลายรายที่เริ่มสร้างรายได้ตั้งแต่ในช่วงระหว่างที่ยังศึกษา เพื่อปูฐานประสบการณ์ด้านการค้า ก่อนขยับขึ้นสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจเต็มตัว
อนิษฐา ธนมิตต์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ ผู้บริหารเซเว่นอีเลฟเว่น ร้านอิ่มสะดวก เปิดเผยว่า ขณะนี้คนรุ่นใหม่เริ่มหันมาเป็นเจ้าของกิจการมากขึ้น โดยเฉพาะในปัจจุบันเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์เซเว่นอีเลฟเว่นมีอายุระหว่าง 2530 ปีขึ้นไป แสดงความสนใจเข้ามาลงทุนในธุรกิจดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 50% จากเมื่อ 20 ปีก่อน ที่กลุ่มคนอายุดังกล่าวมีสัดส่วนราว 26% เท่านั้น
“แนวโน้มผู้ที่เข้ามาลงทุนในกิจการแฟรนไชส์เซเว่นอีเลฟเว่น ในขณะนี้จะเริ่มมีอายุน้อยลง ซึ่งเป็นโอกาสของคนรุ่นใหม่ที่อยากทำธุรกิจส่วนตัว ให้เข้ามาศึกษากิจการที่มีการวางระบบที่ดี” อนิษฐา กล่าว
ปรากฏการณ์ดังกล่าวกำลังสอดคล้องกับแนวทางการขยายธุรกิจร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ในรูปแบบแฟรนไชส์ที่จะให้ความสำคัญกับการสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่สู่การเป็นเถ้าแก่ธุรกิจแฟรนไชส์ โดยในช่วงครึ่งหลังปี 2557 บริษัท ซีพี ออลล์ คาดว่าจะมีการขยายร้านแฟรนไชส์เพิ่มขึ้นเป็น 4,500 สาขา คิดเป็นสัดส่วน 56% ของสาขาทั้งหมดในปัจจุบันที่มีอยู่ประมาณ 8,000 สาขา
เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ซีพี ออลล์ มีนโยบายส่งเสริมการศึกษาและมุ่งถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการทำธุรกิจร้านค้าปลีกยุคใหม่ พร้อมเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการและคนรุ่นใหม่
ขณะที่ สมจิตร ลิขิตสถาพร นายกสมาคมแฟรนไชส์ไทย กล่าวว่า จากเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นมีส่วนผลักดันให้เกิดผู้ประกอบการรุ่นใหม่ตั้งแต่อายุยังน้อยและสร้างความสำเร็จได้เร็ว ขณะที่การลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ใช้เป็นทางลัด เพื่อเข้าสู่การเป็นเถ้าแก่รุ่นใหม่ได้เช่นกัน รวมถึงในกรณีที่คนรุ่นใหม่สร้างธุรกิจของตัวเองขึ้นมาที่ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งแล้วสามารถใช้ระบบแฟรนไชส์เป็นช่องทางขยายธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว
ล่าสุด สมาคมได้สำรวจประเภทธุรกิจผู้ประกอบการรายย่อยในระบบแฟรนไชส์ประมาณ 400-500 ราย พบว่ากลุ่มร้านอาหารขนาดเล็กมีการขยายการเติบโตมากสุด โดยจำนวนดังกล่าวแบ่งเป็นธุรกิจขนาดเล็ก 90 กิจการ ธุรกิจการศึกษา 60 กิจการ ร้านกาแฟ 50 กิจการ ธุรกิจบริการ 40 กิจการ ร้านชานมไข่มุก 35 กิจการ ร้านเบเกอรี่ 30 กิจการ ภัตตาคารร้านอาหาร 25 กิจการ
นอกจากนี้ ยังมีร้านค้าปลีก 25 กิจการ ร้านไอศกรีม 25 กิจการ ร้านเครื่องดื่มอื่นๆ 15 กิจการ ธุรกิจความงาม 12 กิจการ และอื่นๆ อีก 5 กิจการ โดยกลุ่มธุรกิจดังกล่าวได้ต่อยอดให้เกิดผู้ประกอบการธุรกิจแฟรนไชส์อีกจำนวนมาก โดยในปัจจุบันคาดมีผู้ให้บริการรวมกันไม่ต่ำกว่า 89 หมื่นรายทั่วประเทศ
สมาคมแฟรนไชส์ไทยจึงได้ร่วมกับบริษัท ซีพี ออลล์ และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จัดกิจกรรมสัมมนาให้ความรู้ “คีย์ ซัคเซส เดอะ เบสต์ แฟรนไชส์” พร้อมด้วยผู้ประกอบการธุรกิจแฟรนไชส์ร่วมออกบูธกว่า 50 แบรนด์ โดยจะให้ความรู้เรื่องแฟรนไชส์กับคนรุ่นใหม่และบุคคลทั่วไปที่สนใจ ทั้งในด้านการเป็นแฟรนไชซอร์และแฟรนไชซี (ผู้ซื้อและผู้ขายแฟรนไชส์) จากผู้รู้ในวงการธุรกิจแฟรนไชส์ ในวันที่ 8 พ.ย. 2557 ที่สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ เพื่อสร้างเถ้าแก่รุ่นใหม่
ทั้งสมาคมแฟรนไชส์ไทยและซีพี ออลล์ มั่นใจว่าธุรกิจแฟรนไชส์ในอนาคตมีแนวโน้มจะขยายตัวเพิ่มขึ้นราว 20% ส่วนหนึ่งจากการสนับสนุนด้านนโยบายจากภาครัฐ และคาดว่าในปี 2558 จะมีจำนวนผู้ประกอบการธุรกิจแฟรนไชส์อยู่ในระบบไม่ต่ำกว่า 1 แสนราย







