posttoday
คาดกำไรแบงก์ไตรมาส 3 ดี

คาดกำไรแบงก์ไตรมาส 3 ดี

09 ตุลาคม 2557

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ประมาณการผลประกอบการกลุ่มธนาคารพาณิชย์งวดไตรมาส 3 ปี 2557 จะฟื้นตัว แม้สินเชื่อยังเติบโตต่ำ

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ประมาณการผลประกอบการกลุ่มธนาคารพาณิชย์งวดไตรมาส 3 ปี 2557 จะฟื้นตัว แม้สินเชื่อยังเติบโตต่ำ

ทั้งนี้ คาดผลประกอบการของกลุ่มจะเติบโตคงที่ โดยส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) จะเติบโตดี การควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพจะชดเชยความต้องการสินเชื่อ และการฟื้นตัวของรายได้ค่าธรรมเนียมที่ยังคงอ่อนแอ

คุณภาพสินทรัพย์จะยังคงอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ พร้อมคาดการณ์สัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL ratios) ที่คงที่

ธนาคารขนาดกลางถึงใหญ่จะตั้งสำรองคงที่จากไตรมาสที่แล้ว ขณะที่ธนาคารขนาดเล็กคาดจะตั้งสำรองลดลง พร้อมสินเชื่อเช่าซื้อ

ความต้องการสินเชื่อจะปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส 4 ปี 2557 จากผลของฤดูกาล ดังนั้นคงคาดการณ์การเติบโตสินเชื่อทั้งปีของกลุ่มที่ 5.5%

บล.เมย์แบงก์ คาดผลประกอบการของกลุ่มที่ 5.23 หมื่นล้านบาท (+1% เทียบจากช่วงไตรมาส 2 และ +3% ช่วงเดียวกันของปีก่อน)

อย่างไรก็ตาม การเติบโตของสินเชื่อยังคงอ่อนแอ แม้ว่าเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจะปรับตัวดีขึ้นก็ตาม ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) และธนาคารทหารไทย (TMB) น่าจะเป็นธนาคารที่รายงานการขยายตัวสินเชื่อได้ในไตรมาส 3 เนื่องจากสามธนาคารนี้มีสัดส่วนสินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ค่อนข้างสูง

ขณะที่ธนาคารที่มีสัดส่วนสินเชื่อเช่าซื้อสูงอย่างบริษัททุนธนชาต (TCAP) บริษัท ทิสโก้ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (TISCO) และธนาคารเกียรตินาคิน (KKP) น่าจะยังคงรายงานการเติบโตของสินเชื่อที่ชะลอตัวลง NIM คาดจะทรงตัวได้ จากระดับสัดส่วนสินเชื่อต่อเงินฝาก (LDR) และบัญชีกระแสรายวันกับออมทรัพย์ (CASA) ที่สูง ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานน่าจะยังควบคุมได้ดี ก่อนที่จะปรับตัวขึ้นสูงที่สุดในรอบปีในไตรมาส 4 ปี 2557 จากผลของฤดูกาล

ทั้งนี้ คาดว่าธนาคารกรุงไทย (KTB) และ KKP จะรายงานผลประกอบการเติบโต 22% จากไตรมาส 3 และ 27% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนตามลำดับ เนื่องจากระดับการตั้งสำรองที่ปรับตัวลดลงสู่ระดับปกติ จากขาดทุนที่น้อยลงจากการขายรถที่ถูกยึด โดยกลุ่มธนาคารจะทำการประกาศผลประกอบการระหว่างช่วงวันที่ 13-21 ต.ค.

คุณภาพสินทรัพย์ยังทรงตัวดี และคาดธนาคารขนาดใหญ่จะตั้งสำรองคงที่จากไตรมาสที่แล้ว ยกเว้น KTB ส่วน NPLs ratio คาดจะปรับตัวขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากการเติบโตของสินเชื่อที่ยังคงอ่อนแอ

บล.เมย์แบงก์ คาดว่าการตั้งสำรองสำหรับสินเชื่อเพื่อรถยนต์จะปรับตัวลงในครึ่งหลังปีนี้เทียบครึ่งปีแรก เนื่องจากคุณภาพสินทรัพย์ที่ปรับตัวดีขึ้นจากค่าแรงรายเดือนที่ปรับตัวสูงขึ้น พร้อมราคารถยนต์มือสองที่คงที่ขึ้น

KBANK, KTB และ BBL ยังคงเป็นหุ้นแนะนำของกลุ่มธนาคาร โดยราคาหุ้นกลุ่มนี้ปรับตัวลดลงกว่า 7% ในเดือนที่แล้ว และขณะนี้ซื้อขายอยู่ที่สัดส่วนราคาต่อกำไร (พีอี) ปี 2558 ที่ 10.2 เท่า และราคาต่อมูลค่าบัญชี 1.5 เท่า

ดังนั้น ยังคงแนะนำให้นักลงทุนเข้าสะสมหุ้นธนาคารขนาดใหญ่ เนื่องจากแนวโน้มการเติบโตของสินเชื่อที่สดใสในปีหน้า และชอบ KTB เนื่องจากมูลค่าที่ยังคงน่าสนใจ KBANK จากการที่มีพอร์ตสินเชื่อที่กระจายความเสี่ยงได้เป็นอย่างดี และ BBL จากมูลค่าที่ยังคงถูก พร้อมงบดุลที่แข็งแกร่ง เทียบกับธนาคารขนาดใหญ่ธนาคารอื่น

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี