posttoday
ตราสารหนี้ระยะกลางเด่น

ตราสารหนี้ระยะกลางเด่น

09 ตุลาคม 2557

หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ยังคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำต่อไปเป็นเวลานานระยะหนึ่งเพื่อให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้อย่างมั่นคง และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่ กอปรกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีแนวโน้มชะลอตัวลงในบางช่วงจังหวะ ทำให้เงินลงทุนมีการเคลื่อนไหวตามปัจจัยเศรษฐกิจ ทางบริษัทมองว่าแนวโน้มของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรตลาดต่างประเทศน่าจะยังไม่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในระยะใกล้ และปัจจัยดังกล่าวจะส่งผลต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยให้ปรับตัวในทิศทางเดียวกัน

หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ยังคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำต่อไปเป็นเวลานานระยะหนึ่งเพื่อให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้อย่างมั่นคง และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่ กอปรกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีแนวโน้มชะลอตัวลงในบางช่วงจังหวะ ทำให้เงินลงทุนมีการเคลื่อนไหวตามปัจจัยเศรษฐกิจ ทางบริษัทมองว่าแนวโน้มของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรตลาดต่างประเทศน่าจะยังไม่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในระยะใกล้ และปัจจัยดังกล่าวจะส่งผลต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยให้ปรับตัวในทิศทางเดียวกัน

ในขณะที่ภาพรวมของเศรษฐกิจในประเทศไทย ยังไม่ฟื้นตัวเร็วอย่างที่คาดการณ์ไว้ ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับลดการคาดการณ์ทางเศรษฐกิจโดยประเมินตัวเลขเศรษฐกิจในปี 2558 จะขยายตัวลดลงอยู่ที่ 4.8% จากเดิมที่คาดไว้เมื่อกลางปี 2557 อยู่ที่ 5.5% นอกจากนี้ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากตารางการประมูลพันธบัตรรัฐบาลประจำไตรมาสแรก ปีงบประมาณ 2558 ที่มีจำนวนเพียง 9.8 หมื่นล้านบาท น้อยกว่าไตรมาสก่อนหน้าที่มีพันธบัตรออกมาประมูลเป็นจำนวน 1.26 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรลดลง เนื่องจากความต้องการในตลาดยังมีอยู่ โดยเฉพาะจากสถาบันในประเทศ

ดังนั้น บริษัทขอแนะนำให้ผู้ลงทุนที่สนใจลงทุนในตราสารหนี้เน้นลงทุนในตราสารหนี้ระยะกลางถึงยาว หรือถือลงทุน 6 เดือนขึ้นไปเพื่อรับผลตอบแทนที่ดีกว่าตราสารหนี้ระยะสั้น อีกทั้งยังได้รับประโยชน์จากการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรมีโอกาสปรับตัวลดลงตามปัจจัยเศรษฐกิจ โดยควรเลือกลงทุนผ่านกองทุนรวมตราสารหนี้ที่เน้นกลยุทธ์สร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าเกณฑ์มาตรฐาน หรือ Alpha generation strategy โดยพิจารณาจาก 2 ปัจจัย ได้แก่ การบริหารอายุคงเหลือของตราสารหนี้และเส้นอัตราผลตอบแทน (Duration and yield curve management) และการวิเคราะห์ส่วนเพิ่มจากเกณฑ์มาตรฐาน (Credit spread analysis) ยกตัวอย่าง หากลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลที่ให้ผลตอบแทนอยู่ที่ 2.35-2.95% แต่ถ้าเลือกกองทุนรวมตราสารหนี้ที่ใช้กลยุทธ์ Alpha Generation ที่ลงทุนในหุ้นกู้ภาคเอกชนในอายุเฉลี่ยเท่ากับพันธบัตรรัฐบาลที่มีอายุ 2-3 ปี ผู้ลงทุนจะสามารถเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุน (Credit spread) ได้ 0.902.00% ดังนั้นผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนอยู่ที่ประมาณ 3.25-4.95% ต่อปี

สำหรับผู้ลงทุนที่สนใจกองทุนตราสารหนี้ สามารถลงทุนในกองทุนแอสเซทพลัสไทยบอนด์ (ASPTHBOND) เป็นกองทุนเปิดไม่กำหนดอายุโครงการ มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้และเงินฝากในประเทศ มีกลยุทธ์การลงทุนในตราสารที่ผู้ออกตราสารมีความมั่นคง มีปัจจัยพื้นฐานดีและมีสภาพคล่อง โดยตราสารหรือผู้ออกตราสารได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับ Investment Grade ที่มีระดับตั้งแต่ BBB ขึ้นไป และใช้กลยุทธ์ Alpha generation ในการบริหารผลตอบแทน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท