
ผลสำรวจซีอีโอ บจ.ไทย พร้อมบุกลงทุนต่างประเทศ
“ปิญาภรณ์ สดศรีวิบูลย์” ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อตลาดทุน บอกว่า ผลสำรวจของซีอีโอ 92%
โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง
“ปิญาภรณ์ สดศรีวิบูลย์” ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อตลาดทุน บอกว่า ผลสำรวจของซีอีโอ 92% มองว่าเศรษฐกิจไทยจะดีขึ้นในอีก 6 เดือนข้างหน้า โดย 66% เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2557 จะขยายตัว มากกว่า 1.5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) หรือส่วนใหญ่ในกรอบจีดีพีปีนี้อยู่ในช่วง 1.52% ขณะที่คาดว่าเงินเฟ้อจะอยู่ที่ 23% ใน 1 ปีข้างหน้า
สำหรับปัจจัยบวกที่ส่งผลต่อการขยายตัวเศรษฐกิจไทย 3 อันดับแรก คือ การที่มีเสถียรภาพทางการเมือง การที่ภาครัฐกระตุ้นเศรษฐกิจจากนโยบายการคลังและการใช้จ่ายภาครัฐ และกำลังซื้อภายในประเทศที่ดีหลังประชาชนมีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจ ส่วนปัจจัยลบ คือ หนี้สินภาคครัวเรือน เพราะตลอด 45 ปีที่ผ่านมามีการปรับตัวขึ้นมาโดยตลอด จนปัจจุบันอยู่ในระดับ 80% ของจีดีพี ซึ่งภาคธุรกิจมีความกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่ออีกปัจจัยคือกำลังซื้อของประชาชนที่อาจจะหดตัวลง รวมถึงแผนของการปฏิรูปจะมีผลเป็นอย่างไร และปีหน้าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นหรือไม่
อย่างไรก็ดี แนวโน้มในธุรกิจ 6 เดือนข้างหน้า ซีอีโอมากกว่า 70% มองว่าแนวโน้มธุรกิจจะดีขึ้นกว่าปัจจุบันทั้งในส่วนของภาวะอุตสาหกรรม ผลการดำเนินงาน และคำสั่งซื้อ สอดคล้องกับที่คาดว่าสภาพคล่องธุรกิจอยู่ในระดับเดิมหรือดีขึ้น และน่าจะมีการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็มีความกังวลต่อการดำเนินธุรกิจเป็นหลัก คือ เรื่องการขาดแคลนแรงงานที่มีฝีมือถึง 60% และอาจนำไปสู่การแย่งตัวแรงงานที่มีฝีมือ ผู้ตอบส่วนใหญ่คือบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม อุปโภค ทรัพยากร การเงิน และ บจ.ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ บางแห่ง
นอกจากนั้น มองว่ารายได้ธุรกิจจากการส่งออกในอีก 6 เดือนข้างหน้าจะมีแนวโน้มดีขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจโลกมีทิศทางที่ดีขึ้น ขณะที่พบว่าธุรกิจไทยมีการส่งออกไปในกลุ่มอาเซียน5 (มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ ไทย) ซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม) และจีนมากขึ้น เมื่อเทียบกับอดีตที่พึ่งพาการส่งออกไปยัง จี3 (สหรัฐ ยุโรป ญี่ปุ่น) ที่สำคัญต้องถือว่าไทยมีการเตรียมรับมือกับความผันผวนค่าเงินบาทในช่วงเดือนข้างหน้าเป็นอย่างดี ตั้งแต่ทำสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าถึง 40% บริหารรายได้กับรายจ่ายที่เป็นเงินตราต่างประเทศให้สอดคล้องกัน 27% และเปิดบัญชีเงินฝากสกุลเงินตราต่างประเทศ 17%
“เกียรติพงศ์ อริยปรัชญา” ผู้อำนวยการสถาบัน ชี้ให้เห็นว่าจุดที่น่าสนใจ คือ ซีอีโอถึง 82% มองว่าจะมีการลงทุนเพิ่มในอีก 1 ปีข้างหน้า ซึ่งสอดคล้องไปกับการเติบโตของจีดีพีภายในประเทศ โดยเงินลงทุนส่วนใหญ่จะระดมทุนมจากการขอสินเชื่อจากธนาคาร ใช้กำไรสะสมและออกหุ้นกู้ในประเทศ
นอกเหนือไปกว่านั้น บจ.ส่วนใหญ่มีมุมมองที่มีการลงทุนในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง จากที่ปัจจุบันพบว่ามี บจ.ที่มีการลงทุนในต่างประเทศอยู่แล้ว 61% มี บจ.ที่มีสัดส่วนการลงทุนต่างประเทศมากกว่าในประเทศ 11% ขณะที่ 42% มีแนวโน้มที่จะวางแผนขยายการลงทุนในต่างประเทศในอีก 12 เดือนข้างหน้า และปัจจุบันพบว่าธุรกิจที่มีเม็ดเงินการลงทุนในต่างประเทศเป็นกลุ่มอาเซียน 5 และซีแอลเอ็มวีถึง 63%
“ผลสำรวจ 80% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ปรากฏว่าธุรกิจมีแต่ดูดีขึ้น และบริษัทส่วนใหญ่มองว่าบริษัทได้ผ่านจุดต่ำสุดไปหมดแล้ว เพราะตอนนี้เศรษฐกิจไทยกำลังอยู่ในช่วงของการพลิกฟื้น ซึ่งสามารถตีความได้ว่าการที่ บจ.มีการลงทุนในประเทศอย่างต่อเนื่อง หรือที่มีแผนกำลังจะขยายการลงทุนต่างประเทศ ส่วนหนึ่งเป็นแผนงานระยะยาวเพื่อกระจายความเสี่ยง และรองรับปัจจัยภายในประเทศที่มีความผันผวนทั้งเรื่องเหตุการณ์ทางการเมืองหรือภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวน นอกจากนั้นยังเห็นโอกาสที่จะเข้าไปลงทุนโดยเฉพาะในกลุ่มอาเซียน 5 และซีแอลเอ็มวี” เกียรติพงศ์ กล่าว
“ภากร ปีตธวัชชัย” รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวเสริมว่า ท่ามกลางเศรษฐกิจประเทศไทยขยายตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่ บจ.ไทยยังสร้างผลตอบแทนที่ดี โดยดัชนีหุ้นเพิ่มขึ้นถึง 20% นั่นเป็นเพราะภาคเอกชนไทยมีความเข้มแข็ง เป็นผลพวงจาก 5 ข้อด้วยกัน 1.มีการปรับปรุงประสิทธิภาพ 2.มีการคิดค้นสินค้าที่สร้างมูลค่าเพิ่มมากขึ้น 3.มีการปรับราคา 4.นำเสนอผลิตภัณฑ์เฉพาะกลุ่ม 5.การขยายตลาดไปยังระดับโลกมากขึ้น
จากรายงานงบการเงินของ บจ.ไทย พบว่า มีจำนวน 110 บริษัท มีลงทุนจากต่างประเทศ และมีแหล่งรายได้ 40% จากต่างประเทศ โดย บจ.ไทยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก มีการบริหารความเสี่ยงทั้งสภาพคล่อง อัตราแลกเปลี่ยน การไปสร้างโรงงานในต่างประเทศ เพื่อหาแหล่งเงินจากต่างประเทศมากขึ้น
“บจ.ไทยมีความสามารถดีขึ้น เป็นเหตุผลที่ทำให้ดัชนีหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นมาได้ ถึงแม้ว่าปีนี้ตลาดหุ้นไทยจะให้ผลตอบแทนระดับสูง แต่เรายังมีความผันผวนสูงเช่นกันทั้งจากในประเทศเอง” ภากร กล่าว







