
เครื่องดื่มซอยเซ็กเมนต์แคลอรี่ต่ำธรรมชาติ-วิตามินเข้ม
ตลาดเครื่องดื่มเมืองไทย หลายเซ็กเมนต์กำลังเผชิญกับสภาพตลาดเติบโตน้อยลง ส่งผลให้เครื่องดื่มหลายกลุ่ม ต้องสร้างจุดขายใหม่ เพื่อเพิ่มการบริโภค นอกจากวิธีพื้นๆ อย่างรสชาติใหม่ กลิ่นใหม่ สีแปลกใหม่ เช่น จุดขายเพิ่มความงาม เสริมสุขภาพ ชดเชยทดแทนในกิจกรรมการใช้ชีวิตต่างๆ เพื่อหวังประโยชน์ใหม่ดังกล่าวจะช่วยพลิกการเติบโตให้กลับมาสูงขึ้นได้
ตลาดเครื่องดื่มเมืองไทย หลายเซ็กเมนต์กำลังเผชิญกับสภาพตลาดเติบโตน้อยลง ส่งผลให้เครื่องดื่มหลายกลุ่ม ต้องสร้างจุดขายใหม่ เพื่อเพิ่มการบริโภค นอกจากวิธีพื้นๆ อย่างรสชาติใหม่ กลิ่นใหม่ สีแปลกใหม่ เช่น จุดขายเพิ่มความงาม เสริมสุขภาพ ชดเชยทดแทนในกิจกรรมการใช้ชีวิตต่างๆ เพื่อหวังประโยชน์ใหม่ดังกล่าวจะช่วยพลิกการเติบโตให้กลับมาสูงขึ้นได้
รุ่งฉัตร บุญรัตน์ กรรมการและรองผู้จัดการใหญ่สายการขายและการตลาด บริษัท มาลีสามพราน ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายน้ำผลไม้ตรามาลี เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดน้ำผลไม้มูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท กำลังเผชิญกับสถานการณ์ตลาดเติบโตได้น้อยลงโดยเฉลี่ยราว 1% เท่านั้น ดังนั้นหนทางการเติบโตจำเป็นต้องสร้างเซ็กเมนต์ใหม่ เพื่อขยายฐานลูกค้าที่ไม่เคยกินน้ำผลไม้ หรือเพิ่มปริมาณความถี่การกินน้ำผลไม้ให้เพิ่มขึ้น ขณะที่การออกน้ำผลไม้รสชาติใหม่ๆ เป็นกลยุทธ์ที่ผลักดันให้ตลาดเติบโตได้ไม่มากนัก
สำหรับทิศทางบริษัท การเดินหน้าสร้างเซ็กเมนต์น้ำผลไม้ใหม่ เน้นมีส่วนผสมจากธรรมชาติ ล่าสุดทุ่มงบ 50 ล้านบาท สร้างเซ็กเมนต์น้ำผลไม้แคลอรีต่ำ ภายใต้แบรนด์ มาลี ไลท์ ขึ้นมา เพราะตลาดเครื่องดื่มแคลอรีต่ำโดยใช้สารสกัดจากธรรมชาติแทนการใช้สังเคราะห์ กำลังเป็นแนวโน้มหรือเทรนด์มาแรงทั่วโลก รวมทั้งในไทยด้วย อันเนื่องจากกระแสการออกกำลังกายมาแรง ผู้บริโภคต้องการลดแคลอรีและต้องการเครื่องดื่มที่มีแคลอรีน้อย
โจทย์ใหญ่ที่ตลาดน้ำผลไม้ ไม่สามารถขยายฐานลูกค้าได้ มาจากรสชาติที่หวาน อัตราการบริโภคของคนไทยจึงมีเพียง 6 ลิตร/คน/ปีเท่านั้น เมื่อเทียบกับอเมริกาอัตราบริโภคกว่า 20 ล้านลิตร/ปี สำหรับการสร้างเซ็กเมนต์น้ำผลไม้แคลอรีต่ำ มาลี ไลท์ วางตำแหน่งเป็นน้ำผลไม้ระดับกลาง ให้แคลอรีต่ำเพียง 30 กิโลแคลอรี หากเทียบกับน้ำผลไม้ปกติให้แคลอรีราว 100 กิโลแคลอรี ตั้งเป้าจะขยายฐานลูกค้าคนรุ่นใหม่ และยังรวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุ
จากนี้ทิศทางน้ำผลไม้มาลีจะเติบโตด้วยการสร้างเซ็กเมนต์ใหม่ วางเป้าหมาย 5 ปีข้างหน้าจะผลักดันให้คนไทยดื่มน้ำผลไม้ 10 ลิตร/คน/ปี นอกจากนี้ยังต้องการเติบโตจากการส่งออกในอาเซียน เพิ่มจาก 10-15% เป็น 50% ส่วนในประเทศจาก 85% เหลือเป็นเพียง 50% ขณะที่รายได้รวมตั้งเป้าแตะ 1 หมื่นล้านบาท ในส่วนมาลี ไลท์ ปีแรกตั้งเป้ามีส่วนแบ่ง 510% หรือสร้างรายได้ 250 ล้านบาท ส่วนรายได้สิ้นปีตั้งเป้า 2,500 ล้านบาท โต 10-15% และสามารถเพิ่มส่วนแบ่งจาก 24% เป็น 25% ในสิ้นปีนี้ ส่วนทิปโก้มีแชร์ 43% ยูนิฟ 16%
ตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชาเชียวอิชิตัน กล่าวว่า ปีหน้าเครื่องดื่มเซ็กเมนต์แคลอรีต่ำใช้สารสกัดจากธรรมชาติ จะมีเครื่องดื่มหลายกลุ่มผลิตสินค้าลงสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก ซึ่งรวมถึงอิชิตัน เปิดตัวชาเขียวให้พลังงาน 50 แคลอรี จากปกติราว 80100 แคลอรี เพราะเซ็กเมนต์ดังกล่าวตอบโจทย์ความต้องการคนเมืองที่ใส่ใจสุขภาพ โดยจะเปิดตัวปีหน้าเพื่อผลักดันให้ตลาด 1.65 หมื่นล้านบาทเติบโต จากปีนี้ตลาดเติบโตราว 15-20%
การเติบโตของตลาดเครื่องดื่มขณะนี้ ต้องมาจากการสร้างเซ็กเมนต์ใหม่ เซ็กเมนต์ที่มาแรง เครื่องดื่มแคลอรีต่ำใช้สารสกัดจากธรรมชาติ ล่าสุดค่ายน้ำอัดลมเปิดตัวเป๊ปซี่ ทรู และโคคา โคลา ไลฟ์ ในตลาดต่างประเทศ ส่วนเซ็กเมนต์เครื่องดื่มผสมวิตามิน เป็นอีกหนึ่งตลาดที่มาแรงในกลุ่มน้ำผลไม้ และชูกำลัง รวมทั้งเครื่องดื่มเกลือแร่ที่สร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการเติมฟังก์ชันนัลต่างๆ ขณะที่เซ็กเมนต์ด้านสมองและผิวพรรณ เป็นตลาดที่ถูกสร้างมานานแล้ว
บุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค กล่าวว่า ได้จับมือกับบริษัท โอสุกะ จากญี่ปุ่น บุกตลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพแนวใหม่ หรือ คอสเม่ดริ้งค์ สตาร์ อินฟินิติ ซึ่งถือเป็นรายแรกในไทยเจาะตลาดผู้บริโภคดูแลผิวพรรณ เป็นเครื่องดื่มผสมระหว่างคอลลาเจน คิวเทน และมากิเบอร์รี่ ใช้งบตลาด 100 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขายปีแรก 300 ล้านบาท มีส่วนแบ่ง 5%
ปัจจุบันตลาดเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลมูลค่า 7,000 ล้านบาท ปีนี้เติบโต 10% ก่อนหน้านี้บริษัทได้บุกตลาดเปิดตัว ไอ เฮลติ คิวเทน สร้างยอดขายปีนี้ 400-500 ล้านบาท และคาดว่า 12 ปี สร้างยอดขายได้ 1 เท่าตัว อีกทั้งกำลังพัฒนาสินค้าเจาะกลุ่มผู้ชายโดยเฉพาะเช่นกัน
นั่นคือกลยุทธ์ของค่ายเครื่องดื่มที่ออกมาฝ่าทางตัน เข็นตลาดให้เติบโตด้วยการพัฒนานวัตกรรมใหม่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ไม่มีวันสิ้นสุด







