
ติดเกม
เมื่อไม่กี่วันมานี้ เวียดนามเพิ่งเสนอภาษีแปลกๆ ขึ้นมา นั่นคือ “ภาษีสรรพสามิตเกมออนไลน์”
เมื่อไม่กี่วันมานี้ เวียดนามเพิ่งเสนอภาษีแปลกๆ ขึ้นมา นั่นคือ “ภาษีสรรพสามิตเกมออนไลน์”
รมว.คลังเวียดนาม เสนอภาษีดังกล่าวขึ้นมาโดยให้จัดเก็บภาษีสรรพสามิตในระยะเริ่มต้น 10% แก่เกมออนไลน์ที่มีเนื้อหารุนแรง และน่าจะมีสาเหตุให้เกิดอาการ “ติดเกม”
เรียกว่าเป็นภาษีที่โดนใจพ่อแม่ ขัดใจลูกๆ และทำร้ายจิตใจ (ตลอดจนเงินในกระเป๋า) ผู้ประกอบการพอสมควร (ฮา)
ในช่วงหลายปีมานี้ บรรดาคู่ค้าอาเซียน บวก 3 ทั้งจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ต่างรุกตลาดเกมออนไลน์ในประเทศกลุ่มอาเซียนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ตลาดเองก็เติบโตตามจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี จนหลายประเทศ ตลาดเกมออนไลน์มีมูลค่าเป็นหลักพันหลักหมื่นล้านบาท ไทยเราเองก็คาดว่าตลาดจะแตะ 4,000 ล้านบาทในปีนี้
สำหรับเวียดนามนั้น สำนักข่าวแห่งหนึ่งของเวียดนามรายงานว่า มีบริษัทผู้ให้บริการเกมออนไลน์มากถึง 58 ราย ส่วนใหญ่มีฐานอยู่ที่กรุงโฮจิมินห์หรือฮานอย มีทุนจดทะเบียนรวมกัน 54.13 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 1,766 ล้านบาท มีรายได้รวมกันกว่า 375.6 ล้านเหรียญ หรือราว 1.226 หมื่นล้านบาท นับเฉพาะรายได้ในประเทศเวียดนามอย่างเดียวก็ปาเข้าไป 305 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 9,955 ล้านบาทแล้ว
ขณะที่จำนวนเกมออนไลน์ที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายในเวียดนามมีมากถึง 73 เกม และยังมีเกมที่ไม่ได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายอีกจำนวนมาก
ด้วยความที่ธุรกิจเกมออนไลน์ถือเป็นธุรกิจกำไรงาม มีโอกาสรุ่งสบายๆ มากกว่าธุรกิจบริการอื่น ประกอบกับเวียดนามอยากคุมเด็กให้เล่นเกมออนไลน์ให้น้อยลงอยู่แล้ว เนื่องจากผู้ประกอบการเวียดนามส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นผู้ผลิตเอง เป็นเพียงผู้ให้บริการเท่านั้น อีกทั้งยังคงมีความเชื่อว่าเล่นเกมรุนแรงก็จะกลายเป็นคนรุนแรง งานนี้รัฐบาลเวียดนามจึงหวังออกนโยบายเดียวแก้ทุกปัญหาเยาวชน แถมได้เงินเข้ารัฐเพิ่มเกือบ 1,000 ล้านบาท/ปี
อยากยิงกระสุนนัดเดียวได้นกเป็นฝูง
จริงๆ ผมเห็นด้วยกับการเก็บภาษีของเวียดนาม เพราะช่วยให้รัฐมีรายได้เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ในแง่ปัญหาเยาวชน ผมไม่ค่อยเชื่อว่าวิธีนี้จะแก้ปัญหาได้เท่าใดนัก เพราะถ้าเด็กจะติดเกมต่อให้รัฐเก็บภาษีผู้ประกอบการแพงขึ้น ค่าใช้จ่ายเพื่อเล่นเกมนั้นแพงขึ้น คนจะเล่นก็คงเล่นอยู่ดี
ที่สำคัญรัฐบาลเวียดนามจะต้องเผชิญปัญหาเดิมๆ แบบที่หลายประเทศเคยเจอ นั่นคือเรื่องการจัดระดับว่าเกมแบบไหนที่เรียกว่า “รุนแรง” และเกมแบบไหนที่น่าจะทำให้ติด นอกจากนี้กระทรวงศึกษาธิการและการฝึกกำลังคนของเวียดนามยังเคยเสนอให้งดเว้นภาษีสรรพสามิตแก่เกมออนไลน์ที่มีส่วนช่วยด้านการศึกษาอีก เกมไหนบ้างที่เข้าข่ายดังกล่าว หากตอบทั้ง 3 เรื่องไม่ได้ ก็เก็บภาษีเข้ารัฐไม่ได้
ดังนั้น หากภาครัฐของเราต้องการจะแก้ปัญหาเยาวชน อยากจะหารายได้เข้ารัฐ ผมคงไม่แนะนำวิธีนี้
หลังเวียดนามเริ่มเก็บภาษีเกมออนไลน์ในเดือน ก.ค.ปีหน้า ผมว่าคงมีบทเรียนสนุกๆ ให้เราได้ดูกัน







