posttoday
ปิ่นโตพร้อมเสิร์ฟอาหารเดลิเวอร์รี่สุดบูม

ปิ่นโตพร้อมเสิร์ฟอาหารเดลิเวอร์รี่สุดบูม

08 ตุลาคม 2557

การสำรวจธุรกิจอาหารเดลิเวอรี่ในประเทศไทยมีมูลค่ามากกว่า 8,000-1 หมื่นล้านบาท

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

การสำรวจธุรกิจอาหารเดลิเวอรี่ในประเทศไทยมีมูลค่ามากกว่า 8,000-1 หมื่นล้านบาท ถือเป็นตลาดที่เติบโตสูงตามข้อมูลของภาคธุรกิจเอกชนได้คาดการณ์ไว้

เพราะพฤติกรรมของหนุ่มสาวออฟฟิศที่ทำงานวุ่นวายจนแทบไม่มีเวลาไปรับประทานอาหาร การสั่งอาหารจึงสะดวกที่สุด ธุรกิจอาหารเดลิเวอรี่น้องใหม่ที่กำลังมาแรงคือ อาหารเพื่อสุขภาพ

“กฤษณา อัญญะโพธิ์” อดีตสาวพีอาร์ ที่ผันตัวเองมาทำธุรกิจอาหารเดลิเวอรี่ เพื่อสุขภาพแบรนด์ใหม่ในชื่อ “ข้าวหอมปิ่นโต” (Kaowhom Pinto Delivery)ที่ได้เริ่มทำธุรกิจในปีนี้ เพราะเห็นโอกาสของธุรกิจอาหารที่เติบโตสดใส และมาจากความชื่นชอบการทำอาหาร อีกทั้งเห็นช่องทางในการทำธุรกิจอาหารเดลิเวอรี่เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่เป็นคนรักสุขภาพ กลุ่มคนออกกำลังกาย ซึ่งกำลังเป็นตลาดที่โตดีเช่นเดียวกัน

กลุ่มอาหารเพื่อสุขภาพ เจาะกลุ่มคนรักสุขภาพและกลุ่มคนออกกำลังกาย เรียกว่า คลีนฟู้ด ที่กำลังเข้ามาเปิดตัวในประเทศไทยประมาณ 2-3 ปี และเป็นเมนูอาหารสุดฮิตในกลุ่มคนที่ออกกำลังกายตามสถานออกกำลังกาย (ฟิตเนส) กลุ่มคนเล่นโยคะ กลุ่มคนที่ต้องการลดน้ำหนัก ในปัจจุบันจึงมีแบรนด์อาหารกลุ่มคลีนฟู้ดเข้ามาทำตลาดมากกว่า 3 ราย มีทั้งแบรนด์ฟิตเนส และดารา โดยบางรายมียอดขายต่อเดือนเกินระดับล้านบาทเข้าไปแล้ว

สำหรับ ข้าวหอมปิ่นโต เป็นอาหารไทยแบบโฮมเมด ที่เป็นเมนูอาหารเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง และไม่ใส่สารปรุงรสที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เน้นใส่สารจากธรรมชาติและปรุงรสด้วยวัตถุดิบอาหาร จึงได้กลิ่น รสชาติอาหารที่แท้จริง พร้อมมุ่งใช้วัตถุดิคุณภาพสูง ข้าวกล้อง เจาะกลุ่มคนดูแลสุขภาพ และกลุ่มลูกค้าที่ต้องการลดน้ำหนัก หรือกลุ่มคนสูงอายุ รวมทั้งอาหารที่บริโภคไปแล้วจะไม่มีไขมัน หรือสารที่ไม่มีประโยชน์ตกค้างในร่างกาย ผู้บริโภคที่รับประทานไปแล้วจึงจะได้ประโยชน์ต่อรางกาย

การลงทุนในระยะแรกเริ่มต้นแค่ 1 แสนบาท เพื่อขยายห้องครัวสำหรับผลิตอาหาร มีพนักงานที่พร้อมปรุงอาหารมากกว่า 3 คน จากนั้นจึงเริ่มช่องทางทำตลาดในสื่อออนไลน์ ทั้งเฟซบุ๊ก KaowhomPinto Delivery ไลน์ และอินสตาแกรม Kaowhom2 จนลูกค้าเริ่มรู้จักผ่านการบอกปากต่อปาก ทำให้มียอดลูกค้าสั่งซื้อสินค้าเป็นประจำมากกว่า 40 ราย และกลุ่มลูกค้าที่เข้ามาสั่งซื้ออาหารบางเมนู

ผลการเปิดธุรกิจใหม่ในช่วงที่ผ่านมาสร้างยอดขายได้น่าพอใจ จนมียอดขายต่อเดือนมากกว่า 1 แสนบาท มั่นใจธุรกิจจะคืนทุนภายในครึ่งปี หรือ 1 ปีเท่านั้น ประกอบกับการทำเมนูอาหารไทยที่เป็นโฮมเมด มีเมนูอาหารใหม่ทุกสัปดาห์ที่จะเปลี่ยนต่อเนื่อง เมนูยอดนิยม ได้แก่ ลาบ ทั้งลาบไก่ ปลาแซลมอน เมนูเส้นต่างๆ เช่น สปาเกตตี และกะเพราเนื้อสัตว์ต่างๆ

แผนงานต่อจากนี้ไป เริ่มขยายกลุ่มเมนูอาหาร เพื่อเจาะตลาดกลุ่มผู้สูงอายุมากขึ้น และกลุ่มผู้ป่วยโรคต่างๆ ที่ต้องการเมนูเฉพาะ และขยายธุรกิจไปยังการรับจัดเลี้ยงอาหารในสถานที่ต่างๆ พร้อมกับมุ่งสร้างสรรค์เมนูใหม่ในกลุ่มอาหารคลีนออกมาต่อเนื่อง ภายใต้คุณภาพการผลิตที่ดีและวัตถุดิบมีคุณภาพสูง

ในอนาคตจะมีผู้ประกอบการกลุ่มใหม่เข้ามาทำตลาดเพิ่มขึ้น เชื่อว่า จะส่งผลดีให้ตลาดเติบโตดีขึ้นและไม่มีความกังวลที่จะมีผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาเพราะในเชิงการทำธุรกิจยิ่งมีคู่แข่ง แสดงว่าตลาดเติบโตสดใส

และท้ายที่สุด ผู้บริโภคคนไทยจะได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์มากขึ้น

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี