
‘เฮงเค็ล’ชงไทยเป็นฐานเจาะเอเชีย
เฮงเค็ลเร่งขยายกำลังผลิตในไทยใช้เป็นฐานลุยตลาดผลิตภัณฑ์เส้นผมเอเชีย ขานรับตลาดเกิดใหม่โตแรง
เฮงเค็ลเร่งขยายกำลังผลิตในไทยใช้เป็นฐานลุยตลาดผลิตภัณฑ์เส้นผมเอเชีย ขานรับตลาดเกิดใหม่โตแรง
นายทิม เพทซินน่า ผู้จัดการประจำประเทศไทยและหัวหน้าฝ่ายขายผลิตภัณฑ์ดูแลความงามประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท เฮงเค็ล ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม เปิดเผยว่า แผนในระยะ 2 ปีข้างหน้าบริษัทมุ่งทำตลาดผลิตภัณฑ์เส้นผมผ่านช่องทางร้านซาลอนและเจาะกลุ่มผู้บริโภคในเอเชียและละตินอเมริกา เพราะเป็นตลาดเกิดใหม่ที่มีศักยภาพเติบโตได้อีกมาก หลังจากรายได้ไตรมาส 2 ตลาดเอเชียเติบโตถึง 7% สูงที่สุดเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ ที่เติบโต 3.3%
ทั้งนี้ บริษัทเตรียมใช้งบลงทุนเพิ่มกำลังผลิตและขยายคลังสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ที่โรงงาน จ.ชลบุรี รองรับกับการเติบโตจากแผนทำตลาดในเอเชีย จากปัจจุบันไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกในเอเชียอยู่แล้ว อาทิ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ รวมทั้งญี่ปุ่น วางเป้าหมายอีก 2 ปีข้างหน้า บริษัทจะขึ้นเป็นผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์เส้นผมมูลค่าราว 5 แสนล้านบาท ซึ่งจะเป็นส่วนผลักดันให้รายได้รวมบริษัทแตะ 8.4 แสนล้านบาท
“ธุรกิจผลิตภัณฑ์เส้นผมยังมียอดขายแข็งแกร่งในตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่ โดยเฉพาะจีนเป็นตลาดใหญ่ในเอเชียแต่อินโดนีเซียและไทยเป็นตลาดใหญ่ในอาเซียน โอกาสยอดขายในเอเชียมีศักยภาพเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักได้ ขณะที่แอฟริกาและตะวันออกกลางยังมีโอกาสเติบโต ส่วนในยุโรปตะวันออกกลางรายได้ของบริษัทไม่เติบโต จากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและตลาดเกิดการแข่งขันกลยุทธ์ราคาอย่างรุนแรง” เพทซินน่า กล่าว
ขณะที่สภาพตลาดผลิตภัณฑ์เส้นผมในไทยในช่วงครึ่งปีแรกเติบโตได้ 8% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาเติบโต 15% นับว่าเป็นอัตราเติบโตที่ดีท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว เพราะผู้ชายและผู้หญิงทุกช่วงอายุใส่ใจดูแลเส้นผมโดยเฉพาะการทำสีผม อย่างไรก็ตาม บริษัทเดินหน้าทำตลาดผลิตภัณฑ์เส้นผมกลุ่มโปรเฟสชั่นนัล มุ่งสนับสนุนให้เจ้าของธุรกิจซาลอนประสบความสำเร็จ โดยให้ความรู้ บริหารจัดการ ส่วนผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ใช้ในครัวเรือนจะนำเสนอนวัตกรรมใหม่
นอกจากนี้ บริษัทกำลังพิจารณานำธุรกิจผลิตภัณฑ์ซักล้างและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนเข้ามาทำตลาดไทยในอนาคต สำหรับรายได้รวมของบริษัทสิ้นปีตั้งเป้าเติบโต 35% แม้ว่าสภาพเศรษฐกิจทั่วโลกยังไม่ฟื้นตัวดีมากนัก โดยช่วงไตรมาส 2 รายได้กลุ่มผลิตภัณฑ์ซักล้างและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนเติบโต 4.2% กลุ่มเทคโนโลยีกาวโต 3.7% และกลุ่มผลิตภัณฑ์เส้นผมโต 2.1%







