posttoday
"เอ็นซีซี" ดันหาดใหญ่ ติดไม่ซ์ซิตี้-ปั้นงานนานาชาติ

"เอ็นซีซี" ดันหาดใหญ่ ติดไม่ซ์ซิตี้-ปั้นงานนานาชาติ

08 ตุลาคม 2557

ต้นปีที่ผ่านมานอกจากกรุงเทพฯ จะมีเหตุการณ์วุ่นวายทางการเมือง ก็ยังมีเหตุระเบิดเกิดขึ้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

ต้นปีที่ผ่านมานอกจากกรุงเทพฯ จะมีเหตุการณ์วุ่นวายทางการเมือง ก็ยังมีเหตุระเบิดเกิดขึ้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ด้วย ไม่เพียงแต่กระทบการท่องเที่ยวหาดใหญ่เท่านั้น แต่กระทบถึงตลาดประชุม สัมมนา นิทรรศการ และการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล (ไมซ์) ที่หาดใหญ่กำลังปลุกปั้นเช่นกัน

ศักดิ์ชัย ภัทรปรีชากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ ในฐานะผู้บริหารศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี หาดใหญ่ เปิดเผยว่า ช่วงต้นปีที่มีเหตุวุ่นวายในกรุงเทพฯ และมีเหตุระเบิดหาดใหญ่ ทำให้งานที่วางแผนจัดที่หาดใหญ่ยกเลิกจัดงานไป 34 เดือนหลังเกิดเหตุ เช่น งานสัปดาห์หนังสือ งานท่องเที่ยว ทำให้บริษัทต้องใช้กลยุทธ์ดึงผู้จัดงานรายใหญ่ๆ ที่ปกติจัดในกรุงเทพฯ 10 บริษัท เข้ามาสำรวจพื้นที่จริงของหาดใหญ่ สงขลา ว่ามีความปลอดภัยแล้ว และเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพนำงานจากกรุงเทพฯ มาจัด

ขณะเดียวกันได้ปรับปรุงแนวทางบริหารจัดการศูนย์ประชุมนานาชาติฯ หาดใหญ่ เพื่อให้ได้มาตรฐานระบบการจัดการด้านการรักษาความปลอดภัยสำหรับการจัดประชุม สัมมนา และนิทรรศการ หรือ มอก.22300 ตั้งแต่ปี 2556 เช่น การติดตั้งเครื่องเอกซเรย์คนผ่านเข้าออกบริเวณประตูทางเข้าศูนย์ การเพิ่มมาตรฐานรักษาความปลอดภัยตรวจบัตรประชาชนของผู้ที่นำรถมาจอดเพื่อดูงานที่ศูนย์ ซึ่งปัจจุบันก็ได้รับการรับรอง มอก.22300 จากสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) เรียบร้อยแล้ว

หลังจากนี้ก็น่าจะใช้ มอก.22300 เป็นเครื่องมือสำคัญเรียกความเชื่อมั่นผู้จัดงาน ผู้ชมงานได้มากขึ้น และใช้เป็นเครื่องมือการตลาดสร้างแบรนด์ให้ศูนย์เป็นที่รู้จัก และได้รับความเชื่อถือด้านความปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม คงไม่หยุดการพัฒนามาตรฐานแค่นี้ หากศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เดินหน้าพัฒนามาตรฐานอะไร ก็จะนำมาพัฒนาที่ศูนย์ประชุมนานาชาติฯ หาดใหญ่เช่นกัน โดยมาตรฐานต่อไปศูนย์ประชุมนานาชาติฯ หาดใหญ่ จะเดินรอยตามคือ มาตรฐานการบริหารจัดการงานประชุม สัมมนาที่ยั่งยืน

ทั้งนี้ หลังการดึงผู้จัดงานจากกรุงเทพฯ มา และการได้ มอก.22300 ทำให้บริษัทดึงงานที่ยกเลิกการจัดในปีนี้ตัดสินใจกลับมาจัดใหม่ในปีหน้าได้ และมีแผนว่าจะจัดงานใหญ่กว่าเดิมที่เคยมองไว้ด้วย ทั้งงานสัปดาห์หนังสือ งานท่องเที่ยว ส่วนงานที่ยังไม่เคยมาจัดแต่บริษัทได้พูดคุยด้วยแล้ว อาจนำมาจัดที่หาดใหญ่เช่นกัน คือ งานเฟอร์นิเจอร์ และงานด้านไอที

ขณะที่บริษัทเองนำงานมหกรรมสัตว์เลี้ยง (เพ็ตเอ็กซ์โป) ที่จัดในกรุงเทพฯ มาเริ่มจัดปีนี้ที่หาดใหญ่เช่นกัน และปีหน้าอาจนำงานจักรยานมาด้วย นอกจากนี้ยังมีแผนผลักดันหน่วยงานรัฐและเอกชนในภูมิภาคให้ร่วมกันสร้างงานระดับนานาชาติขึ้นมา โดยดึงเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับภาคมาสร้าง ที่เริ่มมีทำแล้ว คือ งานฮาลาล ที่นำเสนออีกหลายงาน เช่น งานด้านยางพารา ซีฟู้ด รวมถึงการดึงคอนเสิร์ตของนักร้องระดับสากลมาจัด

ศักดิ์ชัย กล่าวว่า เริ่มมีกลุ่มผู้ประกอบการในท้องถิ่นมองเห็นศักยภาพการสร้างรายได้ทางธุรกิจจากการจัดงาน สนใจคิดจัดงานในรูปแบบคล้ายคลึงกับในกรุงเทพฯ เช่น งานแสดงรถยนต์ งานขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งงานเหล่านี้บริษัทก็จะไม่ได้ไปดึงผู้จัดงานเดิมจากกรุงเทพฯ มาจัดอีก เพราะเห็นว่าผู้ประกอบการในภูมิภาคมีศักยภาพสร้างขึ้นมาได้แล้ว

“หลังบริหารศูนย์ประชุมนานาชาติฯ หาดใหญ่ 6 ปี ผลการดำเนินงานโตต่อเนื่อง จากปีแรกมีรายได้เพียง 2 ล้านบาท การใช้งานพื้นที่เฉลี่ยเคยอยู่ที่ 40% ต่อปี ปีที่ผ่านมาก็มีรายได้ 50 ล้านบาท การใช้พื้นที่เฉลี่ย 60% ส่วนปีนี้คาดว่าจะรักษารายได้ใกล้เคียงปีที่ผ่านมา เพราะต้นปีได้รับผลกระทบเหตุวุ่นวาย สำหรับปีหน้าตั้งเป้าหมายจำนวนงานและรายได้เพิ่มขึ้น 20% การใช้งานพื้นที่เพิ่มเป็น 6570%” ศักดิ์ชัย กล่าว

ไม่เพียงแต่เป้าหมายเพิ่มจำนวนงานและรายได้ให้ศูนย์ประชุมนานาชาติฯ หาดใหญ่ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ ยังมีเป้าหมายยกระดับหาดใหญ่ สงขลา ให้ติดอยู่ในกลุ่มเมืองแห่งไมซ์ หรือไมซ์ซิตี้ด้วย ภายใน 2 ปีข้างหน้าจากปัจจุบันสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ หรือ ทีเส็บ ประกาศไมซ์ ซิตี้ในไทย 5 เมือง คือ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ขอนแก่น พัทยา และภูเก็ต โดยมองว่า หาดใหญ่สงขลา เป็นเมืองภูมิภาคที่ถือว่ามีความพร้อมด้านระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมที่มีมาตรฐาน ก็มีมากพอรองรับ แหล่งท่องเที่ยวหลังจัดงานไมซ์ ก็มีให้เลือกทั้งในหาดใหญ่เองไปจนถึงตัวเมืองสงขลา

เมื่อพิจารณาด้านความพร้อมของส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับศูนย์ประชุมฯ เช่น ผู้รับจัดทำฉากหลังของงานประชุม สัมมนา ผู้รับทำประชาสัมพันธ์ โฆษณางาน หรือผู้ให้บริการจัดเลี้ยง ในพื้นที่หาดใหญ่ก็เริ่มมีความพร้อมมากขึ้น มีผู้ประกอบการรายใหม่ๆ เกิดขึ้นมารองรับศูนย์ฯ จึงยิ่งเป็นอีกส่วนสนับสนุนการเป็นไมซ์ซิตี้ได้

ในแง่การแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย ศูนย์ประชุมนานาชาติฯ หาดใหญ่ ก็ได้เปรียบเรื่องการมีมาตรฐาน มอก.22300 ขณะที่มาเลเซียยังไม่ได้ให้ความสำคัญเรื่องนี้มาก จึงเป็นข้อได้เปรียบหากไปประมูลงานใดแล้วงานนั้นแสดงความต้องการเข้ามาว่า ศูนย์ประชุมมีมาตรฐานด้านความปลอดภัย หรือด้านอื่นที่ต้องการหรือไม่

เรียกว่าศักยภาพของหาดใหญ่นั้นพร้อมเต็มที่สำหรับการรับตลาดไมซ์แล้ว ขอเพียงการเมืองนิ่ง ในพื้นที่สงบ อนาคตไมซ์หาดใหญ่เติบโตได้แน่นอน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท