
"เอ็นซีซี" ดันหาดใหญ่ ติดไม่ซ์ซิตี้-ปั้นงานนานาชาติ
ต้นปีที่ผ่านมานอกจากกรุงเทพฯ จะมีเหตุการณ์วุ่นวายทางการเมือง ก็ยังมีเหตุระเบิดเกิดขึ้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
ต้นปีที่ผ่านมานอกจากกรุงเทพฯ จะมีเหตุการณ์วุ่นวายทางการเมือง ก็ยังมีเหตุระเบิดเกิดขึ้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ด้วย ไม่เพียงแต่กระทบการท่องเที่ยวหาดใหญ่เท่านั้น แต่กระทบถึงตลาดประชุม สัมมนา นิทรรศการ และการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล (ไมซ์) ที่หาดใหญ่กำลังปลุกปั้นเช่นกัน
ศักดิ์ชัย ภัทรปรีชากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ ในฐานะผู้บริหารศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี หาดใหญ่ เปิดเผยว่า ช่วงต้นปีที่มีเหตุวุ่นวายในกรุงเทพฯ และมีเหตุระเบิดหาดใหญ่ ทำให้งานที่วางแผนจัดที่หาดใหญ่ยกเลิกจัดงานไป 34 เดือนหลังเกิดเหตุ เช่น งานสัปดาห์หนังสือ งานท่องเที่ยว ทำให้บริษัทต้องใช้กลยุทธ์ดึงผู้จัดงานรายใหญ่ๆ ที่ปกติจัดในกรุงเทพฯ 10 บริษัท เข้ามาสำรวจพื้นที่จริงของหาดใหญ่ สงขลา ว่ามีความปลอดภัยแล้ว และเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพนำงานจากกรุงเทพฯ มาจัด
ขณะเดียวกันได้ปรับปรุงแนวทางบริหารจัดการศูนย์ประชุมนานาชาติฯ หาดใหญ่ เพื่อให้ได้มาตรฐานระบบการจัดการด้านการรักษาความปลอดภัยสำหรับการจัดประชุม สัมมนา และนิทรรศการ หรือ มอก.22300 ตั้งแต่ปี 2556 เช่น การติดตั้งเครื่องเอกซเรย์คนผ่านเข้าออกบริเวณประตูทางเข้าศูนย์ การเพิ่มมาตรฐานรักษาความปลอดภัยตรวจบัตรประชาชนของผู้ที่นำรถมาจอดเพื่อดูงานที่ศูนย์ ซึ่งปัจจุบันก็ได้รับการรับรอง มอก.22300 จากสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) เรียบร้อยแล้ว
หลังจากนี้ก็น่าจะใช้ มอก.22300 เป็นเครื่องมือสำคัญเรียกความเชื่อมั่นผู้จัดงาน ผู้ชมงานได้มากขึ้น และใช้เป็นเครื่องมือการตลาดสร้างแบรนด์ให้ศูนย์เป็นที่รู้จัก และได้รับความเชื่อถือด้านความปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม คงไม่หยุดการพัฒนามาตรฐานแค่นี้ หากศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เดินหน้าพัฒนามาตรฐานอะไร ก็จะนำมาพัฒนาที่ศูนย์ประชุมนานาชาติฯ หาดใหญ่เช่นกัน โดยมาตรฐานต่อไปศูนย์ประชุมนานาชาติฯ หาดใหญ่ จะเดินรอยตามคือ มาตรฐานการบริหารจัดการงานประชุม สัมมนาที่ยั่งยืน
ทั้งนี้ หลังการดึงผู้จัดงานจากกรุงเทพฯ มา และการได้ มอก.22300 ทำให้บริษัทดึงงานที่ยกเลิกการจัดในปีนี้ตัดสินใจกลับมาจัดใหม่ในปีหน้าได้ และมีแผนว่าจะจัดงานใหญ่กว่าเดิมที่เคยมองไว้ด้วย ทั้งงานสัปดาห์หนังสือ งานท่องเที่ยว ส่วนงานที่ยังไม่เคยมาจัดแต่บริษัทได้พูดคุยด้วยแล้ว อาจนำมาจัดที่หาดใหญ่เช่นกัน คือ งานเฟอร์นิเจอร์ และงานด้านไอที
ขณะที่บริษัทเองนำงานมหกรรมสัตว์เลี้ยง (เพ็ตเอ็กซ์โป) ที่จัดในกรุงเทพฯ มาเริ่มจัดปีนี้ที่หาดใหญ่เช่นกัน และปีหน้าอาจนำงานจักรยานมาด้วย นอกจากนี้ยังมีแผนผลักดันหน่วยงานรัฐและเอกชนในภูมิภาคให้ร่วมกันสร้างงานระดับนานาชาติขึ้นมา โดยดึงเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับภาคมาสร้าง ที่เริ่มมีทำแล้ว คือ งานฮาลาล ที่นำเสนออีกหลายงาน เช่น งานด้านยางพารา ซีฟู้ด รวมถึงการดึงคอนเสิร์ตของนักร้องระดับสากลมาจัด
ศักดิ์ชัย กล่าวว่า เริ่มมีกลุ่มผู้ประกอบการในท้องถิ่นมองเห็นศักยภาพการสร้างรายได้ทางธุรกิจจากการจัดงาน สนใจคิดจัดงานในรูปแบบคล้ายคลึงกับในกรุงเทพฯ เช่น งานแสดงรถยนต์ งานขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งงานเหล่านี้บริษัทก็จะไม่ได้ไปดึงผู้จัดงานเดิมจากกรุงเทพฯ มาจัดอีก เพราะเห็นว่าผู้ประกอบการในภูมิภาคมีศักยภาพสร้างขึ้นมาได้แล้ว
“หลังบริหารศูนย์ประชุมนานาชาติฯ หาดใหญ่ 6 ปี ผลการดำเนินงานโตต่อเนื่อง จากปีแรกมีรายได้เพียง 2 ล้านบาท การใช้งานพื้นที่เฉลี่ยเคยอยู่ที่ 40% ต่อปี ปีที่ผ่านมาก็มีรายได้ 50 ล้านบาท การใช้พื้นที่เฉลี่ย 60% ส่วนปีนี้คาดว่าจะรักษารายได้ใกล้เคียงปีที่ผ่านมา เพราะต้นปีได้รับผลกระทบเหตุวุ่นวาย สำหรับปีหน้าตั้งเป้าหมายจำนวนงานและรายได้เพิ่มขึ้น 20% การใช้งานพื้นที่เพิ่มเป็น 6570%” ศักดิ์ชัย กล่าว
ไม่เพียงแต่เป้าหมายเพิ่มจำนวนงานและรายได้ให้ศูนย์ประชุมนานาชาติฯ หาดใหญ่ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ ยังมีเป้าหมายยกระดับหาดใหญ่ สงขลา ให้ติดอยู่ในกลุ่มเมืองแห่งไมซ์ หรือไมซ์ซิตี้ด้วย ภายใน 2 ปีข้างหน้าจากปัจจุบันสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ หรือ ทีเส็บ ประกาศไมซ์ ซิตี้ในไทย 5 เมือง คือ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ขอนแก่น พัทยา และภูเก็ต โดยมองว่า หาดใหญ่สงขลา เป็นเมืองภูมิภาคที่ถือว่ามีความพร้อมด้านระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมที่มีมาตรฐาน ก็มีมากพอรองรับ แหล่งท่องเที่ยวหลังจัดงานไมซ์ ก็มีให้เลือกทั้งในหาดใหญ่เองไปจนถึงตัวเมืองสงขลา
เมื่อพิจารณาด้านความพร้อมของส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับศูนย์ประชุมฯ เช่น ผู้รับจัดทำฉากหลังของงานประชุม สัมมนา ผู้รับทำประชาสัมพันธ์ โฆษณางาน หรือผู้ให้บริการจัดเลี้ยง ในพื้นที่หาดใหญ่ก็เริ่มมีความพร้อมมากขึ้น มีผู้ประกอบการรายใหม่ๆ เกิดขึ้นมารองรับศูนย์ฯ จึงยิ่งเป็นอีกส่วนสนับสนุนการเป็นไมซ์ซิตี้ได้
ในแง่การแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย ศูนย์ประชุมนานาชาติฯ หาดใหญ่ ก็ได้เปรียบเรื่องการมีมาตรฐาน มอก.22300 ขณะที่มาเลเซียยังไม่ได้ให้ความสำคัญเรื่องนี้มาก จึงเป็นข้อได้เปรียบหากไปประมูลงานใดแล้วงานนั้นแสดงความต้องการเข้ามาว่า ศูนย์ประชุมมีมาตรฐานด้านความปลอดภัย หรือด้านอื่นที่ต้องการหรือไม่
เรียกว่าศักยภาพของหาดใหญ่นั้นพร้อมเต็มที่สำหรับการรับตลาดไมซ์แล้ว ขอเพียงการเมืองนิ่ง ในพื้นที่สงบ อนาคตไมซ์หาดใหญ่เติบโตได้แน่นอน







