posttoday
แบงก์รัฐแข่งดุชิงเค้กเอสเอ็มอีแต่ครึ่งหลังนี้ยังไม่ง่าย

แบงก์รัฐแข่งดุชิงเค้กเอสเอ็มอีแต่ครึ่งหลังนี้ยังไม่ง่าย

08 ตุลาคม 2557

หลังจากที่ภาครัฐช่วยเข้าไปดูแลธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี)

โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์

หลังจากที่ภาครัฐช่วยเข้าไปดูแลธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) มากเป็นพิเศษในช่วงปลายไตรมาส 2 หลังได้รับผลกระทบอย่างหนักหน่วงจากสถานการณ์ทางการเมือง ทั้งการช่วยเหลือผ่านแบงก์รัฐ การขอความร่วมมือผ่านแบงก์พาณิชย์

ปัจจุบันเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวอีกครั้ง ทำใหธุรกิจรายย่อยเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แบงก์พาณิชย์เริ่มมีความมั่นใจ และเห็นสัญญาณการบุกตลาดสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอี ผ่านแคมเปญต่าง ๆ แทบจะทุกธนาคาร โดยเฉพาะในกลุ่มแบงก์รัฐ

เริ่มจากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) ที่แม้ว่าจะยังต้องฟื้นฟูและปรับโครงสร้างองค์กรขนานใหญ่ แต่ก็อัดแคมเปญใหญ่โครงการสินเชื่อ 9 เมนู คืนความสุขเอสเอ็มอี วงเงิน 1.9 หมื่นล้านบาท ที่เปิดให้กู้ถึงสิ้นปีนี้ และยังเพิ่มบริการช่วงโค้งสุดท้ายของปี ด้วยการรับยื่นคำขอกู้วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 09.0016.00 น. เริ่มตั้งแต่เสาร์ที่ 4 ต.ค. ไปจนถึงสิ้นปี ที่เอสเอ็มอีแบงก์ ทาวเวอร์ สำนักงานใหญ่ ชั้น 11

ด้านธนาคารกรุงไทย ประกาศลงสนามสินเชื่อเอสเอ็มอีเต็มตัว หลังปรับกระบวนการพิจารณาสินเชื่อใหม่ทั่วประเทศ โดยออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ตอบโจทย์ลูกค้าเป็นรายอุตสาหกรรมมากขึ้น เช่น ธุรกิจร้านทอง โรงรับจำนำ ดีลเลอร์มอเตอร์ไซค์ พร้อมออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อ 3 เท่า อัตราดอกเบี้ยคงที่นาน 3 ปี วงเงินกู้สูงสุด 3 เท่าของหลักประกัน ดอกเบี้ยคงที่นาน 3 ปี

ขณะที่ธนาคารทหารไทย เน้นเพิ่มมูลค่าด้วยการอัดบริการรับเช็คถึงที่ เพิ่มการอำนวยความสะดวกให้ลูกค้ารายย่อย ส่วนธนาคารกรุงศรีอยุธยา แข่งด้วยแคมเปญสินเชื่อเอสเอ็มอี 3 เท่า ให้วงเงินสูงสุด 3 เท่าของหลักประกัน ซึ่งเป็นไปตามกลยุทธ์ของธนาคารที่เน้นสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่และเอสเอ็มอีเป็นพิเศษก่อน เนื่องจากสินเชื่อบุคคลรายย่อยยังตึงตัวจากพิษหนี้ครัวเรือน

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากหลายปัจจัยที่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังนี้จะพบว่า แม้สถาบันการเงินพร้อมชิงเค้กอัดแคมเปญเสนอเอสเอ็มอีมากขึ้น แต่ก็ใช่ว่าจะสามารถทำให้เอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้นตามไปด้วย

การแก้ไขร่าง พ.ร.บ.แพ่งและพาณิชย์ในส่วนของผู้ค้ำประกันหนี้ และการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ทวงหนี้ที่เป็นธรรม ซึ่งกำลังอยู่ในชั้นแปรญัตติของกรรมาธิการนั้น แม้จะช่วยลดแรงกดดันทั้งต่อผู้ค้ำและลูกหนี้ แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ส่งผลให้ธนาคารพิจารณารูปแบบของการปล่อยสินเชื่อใหม่ ไม่เน้นผู้ค้ำ แต่เปลี่ยนเป็นผู้กู้ร่วมและเน้นหลักประกันแทน ซึ่งกลายเป็นน้ำหนักในการพิจารณาเพิ่มขึ้น จากนั้นจึงจะพิจารณาปัจจัยพื้นฐาน เช่น ศักยภาพของธุรกิจตามมา

ขณะเดียวกัน ต้องไม่ลืมว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังซึ่งช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะแรงกดดันที่มาจากภาคการส่งออกที่ย่ำแย่ และหนี้ครัวเรือนที่ฉุดการบริโภคของภาคเอกชนและครัวเรือนลงมา ก็ยังส่งผลกระทบสำคัญต่อสภาพการดำเนินธุรกิจของเอสเอ็มอี จนอาจมีผลต่อการพิจารณาขอและอนุมัติสินเชื่อเอสเอ็มอีตามไปด้วย

อุดมศักดิ์ โรจน์วิบูลย์ชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานธุรกิจขนาดกลาง ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจครึ่งปีหลังนี้มีผลต่อการพิจารณาสินเชื่อธุรกิจรายย่อย ซึ่งแบงก์จะให้น้ำหนักเป็นพิเศษไปที่เอสเอ็มอีที่เกี่ยวกับการรับเหมาภาครัฐ หลังจากรัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในด้านต่างๆ ออกมาแล้ว เช่น มาตรการซ่อมสร้างถนนและโรงเรียน ซึ่งการให้สินเชื่อเอสเอ็มอีกลุ่มนี้ยังถือเป็นการช่วยประเทศไปในตัวอีกด้วย

ขณะที่เอสเอ็มอีที่เกี่ยวกับภาคการนำเข้าส่งออกนั้น ยอมรับว่าเป็นกลุ่มที่น่าห่วง หากธุรกิจไม่แข็งแกร่งจริง เพราะนอกจากเผชิญสถานการณ์การค้าโลกที่ซบเซาแล้ว ครึ่งปีหลังนี้ยังต้องเผชิญความผันผวนของค่าเงิน จึงต้องมุ่งพิจารณาที่ศักยภาพของธุรกิจเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าสินเชื่อเอสเอ็มอีในครึ่งปีหลังจะขยายตัวได้ดีกว่าครึ่งปีแรกที่เติบโตเพียง 6%

พัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ระบุว่า ลูกค้าที่ยื่นขอสินเชื่อยังมีเข้ามาต่อเนื่อง แต่ส่วนใหญ่ยังเป็นการขอสินเชื่อหมุนเวียนสภาพคล่อง ส่วนสินเชื่อขยายธุรกิจใหม่ๆ ยังมีเข้ามาไม่มากนัก ซึ่งปีนี้ธนาคารยังมุ่งคุมสินเชื่อไม่ให้เกินเป้า 67% ก่อนที่จะขยับขึ้นได้เป็น 810% ในปีหน้า เมื่อเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้ชัดเจนมากขึ้นกว่านี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท