posttoday

ส้มหล่นตลาดกุ้งราคาดีสหรัฐน้ำมันรั่วลดจับขาย

04 มิถุนายน 2553

 

โพสต์ทูเดย์ ตลาดส่งออกกุ้งไทยราคาพุ่ง 20% รับอานิสงส์ผลจากวิกฤตน้ำมันรั่วสหรัฐทำให้การจับกุ้งในทะเลลดลง

นายสมศักดิ์ ปณีตัธยาศัย นายกสมาคมกุ้งไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้แนวโน้มราคากุ้งได้ปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกุ้งส่งออกไปสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 20% เป็นผลมาจากวิกฤตน้ำมันรั่วที่เกิดขึ้นในอ่าวเม็กซิโก ทำให้การจับสัตว์น้ำโดยเฉพาะกุ้งจากทะเลลดลงมากกว่า 30%

ผลที่เกิดขึ้นทำให้ผลผลิตกุ้งของสหรัฐเกิดความเสียหายอย่างหนัก

ประกอบกับผู้บริโภคในประเทศขาดความเชื่อมั่นในการปนเปื้อน ขณะที่ความต้องการบริโภคยังคงมีอย่างต่อเนื่อง โดยล่าว ส่งผลให้แนวโน้มราคากุ้งขยับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีนี้ เพราะปริมาณกุ้งจับขาดแคลนทั่วโลก ในขณะที่ผู้ซื้อพยายามมองหาแหล่งซื้อกุ้งอื่นเพิ่มเติมเพื่อทดแทนปริมาณที่ขาดหายไปจากอ่าวเม็กซิโก

ไทยได้รับอานิสงส์จากแนวโน้มการสั่งซื้อปริมาณเพิ่มขึ้น โดยราคากุ้งส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาได้เพิ่มสูงขึ้น 20% ในช่วงเวลาที่ผ่านมา นอกจากนี้ ไตรมาสแรกของปี 2553 พบว่าไทยส่งออกกุ้งแช่แข็งไปยังสหรัฐมูลค่า 8,800 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 19%

สำหรับปริมาณผลผลิตกุ้งทั่วโลกในปี 2552 ไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกกุ้งอันดับหนึ่งของโลก ปริมาณการส่งออก 3.9 แสนตัน คิดเป็น 21% ของการส่งออกของโลก ในขณะที่สหรัฐเป็นประเทศส่งออกกุ้งอันดับหนึ่งของไทย โดยปริมาณการส่งออกในปีที่ผ่านมาจำนวน 1.9 แสนตัน คิดเป็นมูลค่า 4.5 หมื่นล้านบาท

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ปีนี้เป็นปีทองของกุ้งไทย เพราะนอกจากการรับผลดีจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วแล้ว สหรัฐได้ประกาศผลการเก็บภาษีเอดีของบริษัทในไทยลดต่ำลง ซึ่งจะเป็นประโยชน์สำหรับการส่งออกสินค้ากุ้งแช่แข็งของไทยไปตลาดสหรัฐ รวมทั้งอินโดนีเซีย และบราซิล เจอปัญหาโรคระบาดอย่างหนัก ส่งผลให้ผลผลิตลดลง 4070%

นอกจากนี้ จีนประสบกับภาวะทางธรรมชาติ ส่งผลให้ผลผลิตกุ้งไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งถือเป็นโอกาสทองของประเทศไทย ที่ต้องเร่งเปิดตลาดใหม่ ในช่วงที่ประเทศคู่แข่งขาดแคลนกุ้งอย่างหนัก

อย่างไรก็ตาม ปริมาณความต้องการกุ้งที่เพิ่มขึ้นทำให้กุ้งขนาด 100 ตัวต่อกิโลกรัม ขยับราคาขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 90 บาท จากราคา 77 บาทและมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข่าวล่าสุด

TTW รับใบรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ปี 69 ย้ำองค์กรยั่งยืนสู่ Net Zero