posttoday
ลงทุนอย่างไรในภาวะหุ้นผัวผวน

ลงทุนอย่างไรในภาวะหุ้นผัวผวน

04 มิถุนายน 2553

สถานการณ์ตลาดหุ้นที่ยังไร้ทิศทางชัดเจน เพราะยังมีความกังวลเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกอันเนื่องมาจากปัญหาหนี้สินของประเทศในสหภาพยุโรป (อียู) ปะทุ รวมถึงการออกมาตรการสกัดความร้อนแรงของเศรษฐกิจและอสังหาริมทรัพย์ของจีนอย่างต่อเนื่อง และสถานการณ์การเมืองในประเทศเพราะความไร้เสถียรภาพของรัฐบาล ภาวการณ์เช่นนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีเงินเย็นเท่านั้น เพราะสามารถซื้อของถูกและอดทนรอเก็บเกี่ยวผลตอบแทนภายหลังได้

คอลัมน์เปิดพอร์ตจึงได้สำรวจความเห็นต่อการลงทุนของโบรกเกอร์ 3 แห่ง ทั้งในและนอกประเทศ ประกอบด้วย ซิตี้กรุ๊ป บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) และ บล.พัฒนสิน ที่ได้รับคำแนะนำแตกต่างกันดังนี้

nซิตี้กรุ๊ป

ยังเชียร์หุ้นไทย

นักวิเคราะห์ซิตี้กรุ๊ปออกบทวิเคราะห์เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2553 ยังชื่นชอบหุ้นไทย แม้ว่าเพิ่งผ่านพ้นเหตุจลาจลมาหมาดๆ เพราะเชื่อว่าเป็นเพียงภาวการณ์ระยะสั้น ขณะที่พื้นฐานการเงินและการส่งออกของบริษัทไทยยังแข็งแกร่ง และประมาณการตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปีนี้ไว้สูงถึง 4.8%

ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นไทยตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันนับว่าปรับตัวขึ้นมากกว่าตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชีย ขณะที่ความกลัวภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอยที่จะส่งผลให้มีการลดเกรดกำไรหุ้นบางตัวนั้นเป็นความกังวลในระยะสั้น จึงให้น้ำหนักการลงทุนตลาดหุ้นไทยมากกว่าตลาดอื่นจากนโยบายการเงินที่จะสร้างการเติบโตในระยะยาว เพราะจะทำให้เกิดการปฏิรูปสังคมและการใช้จ่ายของภาครัฐ

ซิตี้กรุ๊ปคงตั้งเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยสิ้นปีนี้ 915 จุด และดัชนี SET50 ที่ 630 จุด และแนะนำซื้อหุ้นธนาคารกรุงเทพ (BBL) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ (AP) และบริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ (LPN) และขายหุ้นธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ธนาคารทหารไทย (TMB) และบริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท (PS)

nบล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส

แนะหุ้นมั่นคง สภาพคล่องดี ปันผลสูง

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) แนะนำซื้อหุ้นมั่นคง สภาพคล่องดี และปันผลสูง ทั้งบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) บริษัท ไดนาสตี้ เซรามิก (DCC) LPN และบริษัท ศุภาลัย (SPALI)

สำหรับนักลงทุนที่มีเงินเย็น ไม่ชอบความเสี่ยงมากนัก แต่ต้องการลงทุนในหุ้นที่มีธุรกิจมั่นคง ฐานะการเงินแข็งแกร่ง จ่ายปันผลสูงอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งมีสภาพคล่องในการซื้อขายสูง และมีโอกาสที่จะได้กำไรจากการปรับตัวขึ้นของราคาเมื่อตลาดรวมกลับมาดี เนื่องจากมีขนาดของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดใหญ่พอที่นักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศสามารถซื้อลงทุนได้ สำหรับหุ้นเด่นในกลุ่มนี้ที่แนะนำให้ซื้อลงทุน ADVANC : คาดการณ์ว่ากำไรสุทธิปี 2553 จะเติบโต 8% ฐานะการเงินดี โดยสิ้นปี 2552 มีสัดส่วนหนี้สิน มีดอกเบี้ยต่อทุนเท่ากับ 0.16 เท่า อัตราผลตอบแทนปันผลปี 2553 เท่ากับ 8% (จ่ายปีละ 2 ครั้ง) ณ ราคาปัจจุบัน 76.50 บาท ซื้อขายที่สัดส่วนราคาต่อกำไร (P/E) ปี 2553 เท่ากับ 12.3 เท่า แนะนำซื้อ ให้ราคาตามพื้นฐาน 112 บาท

DCC : ประมาณการว่ากำไรสุทธิปี 2553 จะขยายตัว 20% เหนืออุตสาหกรรม เนื่องจากมีการขยายกำลังการผลิตรองรับยอดขายที่เพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะในภาคเหนือและอีสานซึ่งมีปัจจัยหนุนจากราคาสินค้าเกษตรสูง ฐานะการเงินแข็งแกร่ง โดยเป็นเงินสดสุทธิ คาดการณ์อัตราผลตอบแทนปันผลปี 2553 เท่ากับ 7% (จ่ายทุกไตรมาส) ณ ราคาปัจจุบัน 37.50 บาท ซื้อขายที่ P/E ปี 2553 เท่ากับ 12.8 เท่า แนะนำซื้อ ให้ราคาตามพื้นฐาน 43.80 บาท

LPN : คาดการณ์ว่ากำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2553 จะเติบโตสูงมาก เพราะรับรู้รายได้จากคอนโดมิเนียมใหญ่ 2 แห่ง สำหรับปี 2553 คาดการณ์ว่ากำไรสุทธิจะขยายตัว 10% ฐานะการเงินแข็งแกร่ง เป็นเงินสดสุทธิ คาดการณ์อัตราผลตอบแทนปันผลปีนี้เท่ากับ 8% (จ่ายปีละ 2 ครั้ง) ณ ราคาปัจจุบัน 7.05 บาท ซื้อขายที่ P/E ปี 2553 เท่ากับ 7.0 เท่า แนะนำซื้อ ให้ราคาตามพื้นฐาน 8.58 บาท

SPALI : ปี 2553 ประมาณการว่ากำไรสุทธิจะขยายตัว 5% หลังจากเติบโตก้าวกระโดดในปี 2552 ฐานะการเงินดี โดยมีสัดส่วนหนี้สิน มีดอกเบี้ยต่อทุน 0.4 เท่า คาดการณ์อัตราผลตอบแทนปันผลปี 2553 ไว้ที่ 9% (จ่ายปีละ 2 ครั้ง) ณ ราคาปัจจุบัน 7.50 บาท ซื้อขายที่ P/E ปี 2553 เท่ากับ 5.0 เท่า แนะนำซื้อ ให้ราคาตามพื้นฐาน 9.38 บาท

nบล.พัฒนสิน

แนวโน้มขาลง มิ.ย.

ดัชนีตลาดหุ้นไทยเดือน มิ.ย. เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแนวรับ 714/689 จุด แนวต้าน 753/768 จุด และคาดแนวโน้มหลักดัชนีอยู่ในแนวโน้มขาลงไปทดสอบ 680 จุด จนกว่าจะเห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นของอียูและสหรัฐ การผ่อนคลายนโยบายเศรษฐกิจของจีน ความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี

นักวิเคราะห์ บล.โนมูระ ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ บล.พัฒนสิน แนะนำไม่ต้องรีบกลับเข้าไปลงทุน (Bottom Fishing) และควรขายทำกำไรกลุ่มหุ้นที่ขึ้นลงตามวงจรทั้งปิโตรเคมีและสินค้าโภคภัณฑ์ และหันมาถือหุ้นที่ปลอดภัย (เกษตร ไฟฟ้า และค้าปลีก) หรือหุ้นปันผลสูงแทน

ตลาดยังผันผวน ช่วงนี้ดัชนียังอ่อนไหวไปตามข่าว โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับปัญหาในสหภาพยุโรป และการขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศชั้นนำต่างๆ ซึ่งขณะนี้ยังมีความไม่แน่นอนว่าปัญหาการคลังของยูโรโซนจะค่อยๆ คลี่คลายลง หรือจะลุกลามจากกรีซไปยังประเทศอื่น อย่างไรก็ดี นักเศรษฐศาสตร์มองว่าการที่ประเทศในสหภาพยุโรปและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) อัดฉีดเม็ดเงินเข้ามา 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ จะช่วยพยุงสถานการณ์ไม่ให้ย่ำแย่ลง อย่างน้อยก็ในระยะสั้น

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี