posttoday
บลจ.ทิสโก้คงเป้าหุ้น850

บลจ.ทิสโก้คงเป้าหุ้น850

04 มิถุนายน 2553

 

มั่นใจธุรกิจโตตามคาด20%

ครองรางวัลกองหุ้นแจ่ม3ปี

โพสต์ทูเดย์ — บลจ.ทิสโก้ เปิดผลงานไตรมาสแรก สินทรัพย์เพิ่ม 7% มั่นใจทั้งปีเข้าเป้าโต 20% ยังคงมองหุ้นไทยถึง 850 จุดปีนี้

น.ส.อารยา ธีระโกเมน กรรมการ อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทิสโก้ เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาสแรกปี 2553 บริษัทมีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) จำนวน 1.31 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 9,000 ล้านบาท จากสิ้นปี 2552 อยู่ที่ 1.22 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 7.38% โดยส่วนใหญ่เติบโตจากกองทุนส่วนบุคคล 97% กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 27% ส่วนกองทุนรวมลดลงเล็กน้อยจากกองทุนเกาหลีใต้ที่ครบอายุ

นายธีรนาถ รุจิเมธาภาส กรรมการผู้จัดการ บลจ.ทิสโก้ กล่าวว่า ปัจจุบันกองทุนรวมมีสินทรัพย์ 1.59 หมื่นล้านบาท ซึ่งบริษัทไม่เน้นวอลุม แต่เน้นที่มาร์จินให้แก่ลูกค้า โดยเฉพาะเน้นกองทุนในต่างประเทศ (FIF) มีสัดส่วน 60% ของกองทุนรวมบริษัท

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังมั่นใจว่าทั้งปีจะเติบโตได้ตามเป้าหมาย 20% โดยยอมรับว่าในช่วงที่ผ่านมา AUM ลดลงไปบ้าง เมื่อนักลงทุนขายทำกำไรส่งผลให้สินทรัพย์กองทุน (NAV) ลดลง แต่ในภาพรวมแล้วยังถือว่ามีอัตราการเติบโตที่ดี เนื่องจากขณะนี้มีนักลงทุนที่สนใจเข้ามาลงทุนในกองทุนหุ้นมากขึ้น

“จากนี้ไปจนถึงสิ้นปี บริษัทยังเน้นออกกองทุนใหม่ๆ โดยมองหาตลาดต่างประเทศเป็นหลัก เน้นการลงทุนในหุ้นสินค้าโภคภัณฑ์ นอกจากนั้นยังเน้นการให้ความรู้แก่ตัวแทน เน้นการเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และให้มุมมองในการจัดพอร์ตลงทุน” นายธีรนาถ กล่าว

นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับการจัดให้เป็น บลจ.ที่มีผลงานด้านกองทุนตราสารทุนยอดเยี่ยมของประเทศไทยในรอบระยะเวลา 3 ปี (Best Equity Fund Group Over Three Years) จาก Lipper Fund Awards 2010

นายสาห์รัช ชัฏสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายจัดการลงทุนธุรกิจกองทุนรวมและกองทุนส่วนบุคคล กล่าวว่า บริษัทยังมีมุมมองเป็นบวกต่อเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทยและต่อการลงทุนในหุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ โดยเป้าหมายการเติบโตเศรษฐกิจโลกยังอยู่ที่ 45% โดยส่วนใหญ่เป็นการเติบโตจากเอเชียที่เฉลี่ย 7% ส่วนสหรัฐ ยุโรปและญี่ปุ่นคาดโตประมาณ 23%เท่านั้น ทำให้การลงทุนในเอเชียจึงมีความน่าสนใจมากกว่าบริษัทยังคงเป้าดัชนีหุ้นไทยปี 2553 ที่ 850 จุด โดยมองว่าระดับดัชนีที่ต่ำกว่า 750 จุด เป็นจังหวะเหมาะสมที่จะทยอยเข้าไปสะสม เนื่องจากปัจจุบันราคาหุ้นไทยยังถูกเมื่อเทียบกับ พี/อี ที่ 9 เท่ากว่า ขณะที่โอกาสลงมีไม่มาก

นอกจากนี้ มองว่าต่างชาติให้น้ำหนักที่การแก้ปัญหาวิกฤตหนี้ยุโรปมากกว่าการเมืองของไทย โดยคาดว่าปีนี้เศรษฐกิจไทยจะโต 45% ขณะที่ผลดำเนินงานไตรมาสแรกของบริษัทจดทะเบียนออกมาดีเกินคาด จึงเชื่อว่าต่างชาติจะกลับมาดูที่มูลค่าหุ้น และหลายตัวปันผล 67%

“ดอกเบี้ยอาจจะขึ้นปลายไตรมาส 3 หรือไตรมาส 4 ส่วนเม็ดเงินต่างชาติได้ขายหุ้นไทยจนหมดแล้ว เมื่อเทียบกับที่ซื้อมาตั้งแต่ต้นปี ต้องจับตาดูว่าต่างชาติจะเข้ามาเมื่อไร หากเข้ามาก็จะทำให้หุ้นไทยปรับตัวได้แรงกว่านี้ แต่ถ้ายังไม่เข้ามาคงขึ้นได้ไม่มาก” นายสาห์รัช กล่าว

นอกจากนี้บริษัทยังคงเป้าดัชนีหุ้นไทยปี 2553 ที่ระดับ 850 จุด โดยมองว่าระดับดัชนีที่ต่ำกว่า 750 จุดเป็นจังหวะที่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนที่จะทยอยเข้าไปสะสม หุ้นที่แนะนำให้ทยอยลงทุนคือกลุ่มที่ได้รับผลประโยชน์โดยตรงจากการเติบโตของเศรษฐกิจไทย เช่น ธนาคาร,พลังงานพาณิชย์ที่คาดว่าการปล่อยสินเชื่อจะขยายตัวประมาณ 78% จากปีก่อนติดลบ 2% หากมีการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นยิ่งทำให้ธนาคารมีส่วนต่างรายได้จากดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น,อาหาร,สินค้าเกษตร

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ