
ทางรอดเฟอร์นิเจอร์ ปลุกพึ่งเทคโนโลยีลดใช้แรงงาน
สร้างแบรนด์ส่งออกตลาดอินเตอร์.บิ๊กเฟอร์นิเจอร์แนะผู้ประกอบการปรับตัว หันใช้เทคโนโลยีลดใช้แรงงาน พร้อมปั้นแบรนด์ตีตลาดนอก
สร้างแบรนด์ส่งออกตลาดอินเตอร์.บิ๊กเฟอร์นิเจอร์แนะผู้ประกอบการปรับตัว หันใช้เทคโนโลยีลดใช้แรงงาน พร้อมปั้นแบรนด์ตีตลาดนอก
นายวีระศักดิ์ เสริมประภาศิลป์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มบริษัท เอส.พี.เอส.อินเตอร์เทค ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์จากไม้ปาร์ติเกิลบอร์ด เปิดเผยว่า ต้องการให้ภาครัฐเข้ามามีส่วนร่วมและช่วยเหลืออุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ของไทยมากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาอุตสาหกรรมถดถอยลงทุกปี เพราะผู้ประกอบการหลายรายยังยึดติดกับการให้เฟอร์นิเจอร์เป็นอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น (Labor Intensive) แบบเดิม เมื่อขาดแรงงานจึงพึ่งพาแรงงานต่างด้าว ประกอบกับค่าแรงขั้นต่ำในปัจจุบันอยู่ที่ 300 บาท บริษัทที่ยังใช้แรงงานมากโดยไม่เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต จึงแข่งขันกับประเทศอื่นไม่ได้
“นี่เป็นยุคที่ผู้ประกอบการต้องหันมาพึ่งพาเทคโนโลยี ลดการใช้กำลังแรงงาน เพิ่มขีดความสามารถในการผลิตของตัวเอง เพื่อให้บริษัทมีความสามารถจะรับมือการแข่งขันที่สูงขึ้นของตลาด” นายวีระศักดิ์ กล่าว
สำหรับบริษัท เอส.พี.เอส.ฯ จากเดิมทำงานรับจ้างผลิต (โออีเอ็ม) เพื่อป้อนบริษัทเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ส่งออกต่างประเทศเป็นหลัก แต่เมื่อก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนบริษัทสนใจจะขยายธุรกิจไปบุกตลาดประเทศเพื่อนบ้านด้วยตัวเองมากขึ้น โดยจะพัฒนาสินค้าแบรนด์ Modar ของบริษัทเข้าไปลองทำตลาดในอาเซียน
“เดิมเราใช้แบรนด์ Modar ทำตลาดในประเทศ โดยเจรจากับเจ้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์ให้ใช้เฟอร์นิเจอร์ของเราในโครงการที่มีโปรโมชั่นแต่งห้องพร้อมเฟอร์นิเจอร์ครบให้ลูกค้า ต่อไปเราจะนำโมเดลเดียวกันไปรุกตลาดต่างประเทศ” นายวีระศักดิ์ กล่าว
ทั้งนี้ บริษัทได้เริ่มเจรจากับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่อินเดียไปแล้ว คาดว่าจะเริ่มส่งมอบสินค้าได้ในปีหน้า ขณะเดียวกันได้เข้าไปดูตลาดและเจรจากับผู้ประกอบการในฟิลิปปินส์แล้ว แต่คงต้องรอผู้ประกอบการในฟิลิปปินส์ปรับตัวก่อนสักระยะ เนื่องจากในฟิลิปปินส์ยังไม่มีโปรโมชั่นแต่งห้องให้ลูกค้าแบบไทย ส่วนใหญ่ยังคงเป็นการขายห้องชุดเปล่าต้องให้ทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคฟิลิปปินส์เรียนรู้โปรโมชั่นดังกล่าวก่อน
ปัจจุบันบริษัทมียอดส่งออกสินค้าเฟอร์นิเจอร์ประมาณ 3,000 ล้านบาท/ปี หรือราว 10% ของมูลค่าส่งออกเฟอร์นิเจอร์ไทย 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือว่ามากที่สุดในประเทศไทย หลังจากนี้บริษัทตั้งเป้าเติบโตปีละไม่ต่ำกว่า 15% โดยจะเติบโตไปพร้อมกับคู่ค้าที่บริษัทผลิตเฟอร์นิเจอร์ป้อนให้และการส่งออกด้วยแบรนด์ของบริษัทเอง







