
ญี่ปุ่นปรับกฎหนุนเอสเอ็มอี
ผ่อนคลายการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐลดผลกระทบเยนอ่อนค่าใช้จ่ายพุ่ง
ผ่อนคลายการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐลดผลกระทบเยนอ่อนค่าใช้จ่ายพุ่ง
ญี่ปุ่นผ่อนคลายมาตรการจัดซื้อจัดจ้าง ช่วยธุรกิจรายย่อยหลังค่าเงินเยนร่วงหนักกระทบค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
ไฟแนนเชียล ไทมส์ รายงานว่า รัฐบาลญี่ปุ่นได้เปิดตัวมาตรการสำคัญเพื่อสนับสนุนธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ในประเทศ ที่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินเยนที่ร่วงต่ำลงอย่างหนัก ท่ามกลางความกังวลที่ว่าประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลกอย่างญี่ปุ่นยังคงเติบโตอย่างอ่อนแอ จนอาจเป็นภัยคุกคามแผนการที่จะทำให้เศรษฐกิจของแดนปลาดิบเติบโตไปอย่างมั่นคงได้
คณะรัฐมนตรีของญี่ปุ่นได้อนุมัติให้มีการผ่อนคลายกฎระเบียบสำหรับการจัดซื้อจัดจ้างในหน่วยงานราชการมากยิ่งขึ้น โดยให้การดำเนินงานดังกล่าวสำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่เปิดดำเนินงานมาน้อยกว่า 10 ปี สามารถดำเนินการได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ โทชิมิตซึ โมเทกิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนญี่ปุ่น (เอ็มอีทีไอ) กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นให้สมาชิกของสมาคมอุตสาหกรรมทั้ง 754 ราย ช่วยเหลือซัพพลายเออร์ที่เป็นธุรกิจเอสเอ็มอีให้มีต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ลดลง หลังจากได้รับผลกระทบจากค่าเงินเหรียญสหรัฐที่แข็งค่าขึ้น จนค่าเงินเยนตกลงอย่างมาก โดยค่าเงินเยนปรับตังลดลงถึง 7% นับตั้งแต่เดือน ก.ค.ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ดี มาตรการที่ออกมาช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยของรัฐบาลญี่ปุ่นในครั้งนี้ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่าเป็นการส่งสัญญาณเชิงบวกในระยะสั้นๆ เท่านั้น ที่ภาครัฐพยายามแสดงให้เห็นถึงการกระตือรือร้นที่จะส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศผ่านมุมมองที่กว้างขึ้น ก่อนที่ภาครัฐจะผลักดันการขึ้นภาษีการค้าอีกครั้งราวเดือน ธ.ค.นี้
ทั้งนี้ เศรษฐกิจของแดนอาทิตย์อุทัยได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการปรับอัตราภาษีการค้าเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา จนทำให้เศรษฐกิจในไตรมาสต่อมาชะลอตัวลงอย่างหนัก นับตั้งแต่เกิดภัยพิบัติอย่างต่อเนื่อง ทั้งแผ่นดินไหว คลื่นยักษ์สึนามิถล่ม และปัญหาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ฟูกุชิมาได้รับผลกระทบอย่างหนักจากภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในเดือน มี.ค. 2011
หลังจากนั้นเป็นต้นมา เศรษฐกิจของญี่ปุ่นก็ชะลอตัวลงอย่างหนักจนนักวิเคราะห์หลายคนให้ความเห็นว่าญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย แม้นายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ของญี่ปุ่น จะพยายามใช้มาตรการกระตุ้นหลากหลายรูปแบบตั้งแต่เริ่มเข้ามาบริหารประเทศในเดือน ธ.ค. 2012 ก็ตาม
นอกจากนั้น ผลกระทบจกภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวอย่างหนักยังสร้างความกังวลต่อบริษัทขนาดเล็กในประเทศที่กำลังดิ้นรนให้ธุรกิจของตนยังดำเนินต่อไปได้ ท่ามกลางค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้นสำหรับค่าเชื้อเพลิงและราคาวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้น







